ขายของได้เรื่องใหญ่ บริหารงานขายเรื่องใหญ่กว่า

ขายของได้เรื่องใหญ่ บริหารงานขายเรื่องใหญ่กว่า

ทุกธุรกิจต่างต้องการยอดขายทั้งสิ้นถ้าไม่ขาย(Sales)รายได้จะมาจากไหนกันล่ะครับ?ไม่ว่าจะเป็นสินค้าหรือบริการต่างก็มีต้นทุนมีราคาของมัน

และกำไรจากการขายก็เป็นสิ่งสำคัญในการเดินหน้าธุรกิจต่อไป ทีมขายจึงเป็นหัวใจสำคัญในการหารายได้และสร้างโอกาสใหม่ๆให้บริษัท แต่เราก็ยอมรับความเป็นจริงที่ว่าทีมขายมักจะมีอะไรตกๆหล่นๆให้ทีมหลังบ้าน(Back Office)ต้องปวดหัวอยู่บ่อยๆ

สำหรับองค์กรขนาดใหญ่มีเงินทุนในการซื้อระบบวางแผนและจัดการทรัพยากรที่เราเรียกว่า"อีอาร์พี(Enterprise resource Planning-ERP" ซึ่งทำงานครอบคลุมกระบวนการธุรกิจแต่ต้องจ่ายด้วยเงินหลายล้านบาท ยังไม่นับรวมค่าบำรุงรักษาระบบหลายสิบเปอร์เซ็นต์ต่อปี หรือกรณีต้องปรับเปลี่ยนหน้าตารายงานเอกสารที่จำเป็นก็ต้องจ้างนักพัฒนาระบบเข้ามาแก้ไขและถูกคิดค่าบริการเป็นรายวัน(Man-day) 

สำหรับการจัดการทีมขายนั้นอาจใช้เป็นระบบกลางที่พนักงานขายหรือตัวแทนขาย(Sales Representative)ล็อกอินเข้าระบบและรายงานโดยตรงเข้ามาที่ส่วนกลาง มีทีมสนับสนุนงานขายคอยนำเอกสารที่ทีมขายส่งเข้ามาเพื่อรวบรวมและบันทึกลงระบบต่อไป บางแห่งอาจใช้วิธีรวบรวมเอกสารเป็นรายสัปดาห์แล้วจัดส่งให้สำนักงานใหญ่ทีเดียว ซึ่งปัญหาที่พบประจำคือเอกสารตกหล่นสูญหายลายมืออ่านไม่ออกหรือลงข้อมูลผิดพลาด เป็นต้น กรณีที่เป็นศูนย์กระจายสินค้า(Distribution Centre) หรือบริษัทขนาดเล็กที่รับสินค้ามาเข้าสต็อกและให้หน่วยรถหรือทีมขายไปตระเวนนำเสนอสินค้าตามหมู่บ้านหรือองค์กรเป้าหมาย อย่างห้างหุ้นส่วนจำกัดอาเฮียอาซ้อทั่วไปที่ขายของสารพัดอย่าง มีสินค้า(Stock Keeping Unit)จำนวนมากหากต้องการตรวจสอบยอดขายแบบเรียลไทม์หรือเรียกรายงานการขาย(Sales Report) ณ สิ้นวันก็แทบจะเป็นไปไม่ได้

แม้ว่าจะมีเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาเช่น การตั้งกรุ๊ปไลน์ขึ้นมา แล้วให้ทุกคนส่งยอดขายหรือรูปใบเสร็จรับเงินเข้ากลุ่ม แต่ก็ยังต้องมีพนักงานนำข้อมูลดิบเหล่านี้ไปกรอกอีกทอดอยู่ดี นี่จึงเป็นปัญหา(Pain Point)ที่บรรดาธุรกิจขนาดเล็กหรือห้างค้าส่งแบบดั้งเดิม(Traditional Trade)ต่างก็ปวดหัว

รายการBusiness101ช่วงสายตรงStartupจึงไปคุยกับ'กฤษณะ อุดมพงษ์'ซีอีโอของแอพพลิเคชั่น'ทันใจ(Tunjai)' ซึ่งมองเห็นช่องว่างที่ยังไม่มีใครแก้ตรงนี้ โดยพัฒนาแอพที่ให้พนักงานขายทุกคนใช้ ทุกกิจกรรมของการขาย(Sales Activity)จะถูกบันทึกผ่านแอพสามารถส่งรูปข้อความต่างๆเข้าไปได้ ไม่ต้องใช้การเขียนด้วยมือซึ่งมักจะมีปัญหาอ่านไม่ออก และเจ้าของกิจการสามารถเรียกข้อมูลการขายมาดูแบบเรียลไทม์ได้ทันที

ขณะที่รายงานการขายสามารถสรุปได้หลังจากที่หน่วยขายกลับเข้ามาที่ร้านหรือศูนย์กระจายสินค้าแล้ว ซึ่ง'กฤษณะ'อาศัยประสบการณ์ที่เจอด้วยตนเองสมัยที่ยังทำงานในองค์กรค้าปลีกและเห็นพัฒนาการการแก้ไขปัญหาระบบจัดการการขายมาโดยตลอด จึงคิดแก้ไขปัญหานี้ผ่านแอพทันใจและได้รับผลตอบรับค่อนข้างดี เพราะเป็นระบบออนไลน์ผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ นั่นคือไม่ว่าพนักงานขายจะไปที่จุดใดก็สามารถขายและบันทึกข้อมูลได้ทุกที่หากเปรียบเทียบกับการซื้อระบบอีอาร์พีหรือกระทั่งการซื้อระบบพีโอเอส(Point Of Sales-POS)ก็ยังมีข้อจำกัดที่ใช้ระบบได้ที่จุดขายที่กำหนดเท่านั้น

เมื่อคำนวณเป็นเงินค่าบริการที่ต้องจ่ายเดือนให้กับแอพทันใจแล้ว พบว่าประหยัดกว่าการจ้างพนักงานมาเพื่อรวบรวมและบันทึกข้อมูลขายไปพอสมควร นี่จึงเป็นอีกตัวอย่างของคนทำสตาร์ตอัพครับที่จับจุดความต้องการของลูกค้าได้ถูกนำเสนอการแก้ไขได้ตรงประเด็น และที่สำคัญคือการขยายขนาดธุรกิจ(Scalable)ที่ทำได้อย่างรวดเร็วได้ ขายของเป็นเรื่องสำคัญครับแต่รู้ว่าขายได้เท่าไหร่มีเงินแค่ไหน ต้องตัดสินใจอย่างไรสำคัญกว่า ขายของต้องเห็นเงินครับ