“คนไร้บ้านในสหรัฐฯ ทำให้Starbucksต้องปิด?”

“คนไร้บ้านในสหรัฐฯ ทำให้Starbucksต้องปิด?”

Starbucks บริษัทกาแฟยอดนิยมอันดับหนึ่งของโลกประกาศจะปิด 16 สาขาภายในรัฐทางภาคตะวันตกของสหรัฐฯ อ้างปัญหาใหญ่ที่แก้ไม่ตก คือคนอเมริกันไร้บ้าน (homeless, houseless, unhoused, unsheltered, urban camper, etc. ) มาใช้ห้องน้ำ และอาศัยอยู่บริเวณหน้าร้าน ทำบรรยากาศเสียหาย และเกิดปัญหาลักขโมย ขาดสุขอนามัย

ทำให้ผู้บริโภคไม่กล้าเข้ามาใช้บริการ ถึงแม้ทุกสาขาเมื่อเริ่มต้น จะถูกเลือกสรรทำเลที่เหมาะสมที่สุดแล้ว แต่ปัญหาเรื่องคนไร้บ้านทำให้ธุรกิจเดินต่อไปไม่ได้ และยังดึงราคาของอสังหาริมทรัพย์ในบริเวณนั้นลง

นโยบายที่ Starbucks ได้รับคำชมเชยมากและเป็นตัวอย่างของความใจกว้างในปีค.ศ. 2018 เปิดห้องน้ำให้ทุกคนมาใช้บริการได้ ถึงแม้จะไม่ใช่ลูกค้า และห้องน้ำทุกห้องเปิดให้ใช้ได้ทุกเพศ ไม่มีแบ่งเป็นชายหรือหญิง

มาถึงวันนี้ผู้บริหารกำลังหาวิธีปรับยุทธศาสตร์ใหม่ รักษาความสมดุลย์ของ “ความปลอดภัย การต้อนรับ และมีเมตตา” ต่อพนักงานในร้าน ลูกค้าและบุคคลทั่วไปรวมทั้งคนไร้บ้านด้วย

การรวมตัวเป็นสหภาพแรงงานฯฯของพนักงานสตาร์บัคส์ ทำให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการวางนโยบายใหม่ แม้ว่าผู้บริหารบริษัทจะดึงเกม แต่สมาชิกของสหภาพในปัจจุบันอยู่ที่ 3,400 คน จากพนักงานทั่วประเทศ 383,000 คน และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ (เฉพาะในสหรัฐมีร้านกาแฟ Starbucks 15,444 สาขา และ130 สาขาเป็นสหภาพแล้ว)

สหรัฐเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชน การมีที่อยู่อาศัยเป็นสิทธิมนุษยชนหลัก แต่หลายล้านคนยังไม่มีสิทธิพื้นฐานเหล่านี้

จากการสำรวจล่าสุดโดยสหประชาชาติ ประชากรโลกกว่า 1,600 ล้านคนขาดที่อยู่อาศัย คำจำกัดความของแต่ละประเทศก็แตกต่างกัน จำนวนคนไร้บ้านก็ต่างกันด้วย เรื่องนี้เป็นปัญหาและสิ่งท้าทายทุกแห่งในโลก และอัตราส่วนนับวันยิ่งเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภายใน 10 ปีที่ผ่านมา คนถูกขับไล่ให้ออกจากที่อยู่อาศัยปีละประมาณ 15 ล้านคน   

 

ต้นเหตุแห่งการไร้บ้านในสหรัฐฯ 

รายได้ขึ้นช้ากว่าเงินเฟ้อ : สหรัฐมีทรัพยากรทางการเงินมาก แต่การประกันค่าแรงขั้นต่ำเป็นเรื่องการเมือง โดยทั่วไปประกันรายได้ขั้นต่ำที่ 7.25 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง ซึ่งไม่เพียงพอต่อการบริโภคปัจจัยสี่ หากเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว สหรัฐฯต้องปรับปรุง ค่าแรงขั้นต่ำต่อชั่วโมง

  • ออสเตรเลีย 12.90 ดอลลาร์
  • ฝรั่งเศส 12.20 ดอลลาร์
  • เยอรมัน 12 ดอลลาร
  • อังกฤษ 11.86 ดอลลาร์ 
  • แคนาดา 10.50 ดอลลาร์
  • เกาหลีใต้ 7.40  ดอลลาร์
  • ญี่ปุ่น 7.55  ดอลลาร์ 

การตกงาน : แม้ว่าอัตราการว่างานในบริการในปัจจุบันจะต่ำมากที่ 3.6% แต่ความซับซ้อนของชุมชน แยกตามภูมิภาคและฐานะเศรษฐกิจสังคม ทำให้คนบางกลุ่มด้อยโอกาส

ราคาที่อยู่อาศัยแพงเกินไป : ราคาบ้านเดี่ยวพร้อมที่ดินในอเมริกาปัจจุบันเฉลี่ยที่  507,800  ดอลลาร์ ซึ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็วมาก เพราะปีค.ศ. 2000 ราคาอยู่ที่ 202,900 ดอลลาร์ ขยับขึ้นมาปีค.ศ. 2020 ที่ 374,500 ดอลลาร์

การแพทย์และพยาบาลขาดความเสมอภาคและไม่ทั่วถึง : อเมริกาเป็นประเทศร่ำรวยที่ไม่มีนโยบายแห่งชาติประกันสุขภาพของประชาชน เป็นปัญหาการเมืองที่ขัดแย้งกันมาตลอด โดยภาคเอกชนที่มีส่วนได้เสียในการทำธุรกิจไม่ต้องการให้ภาครัฐเข้ามาก้าวก่าย ชาวอเมริกันประมาณ 30% ไม่มีประกันสุขภาพ และ 29% ไม่สามารถจะจ่ายค่ายาได้ โควิดเข้ามาซ้ำเติมทำให้ 38% มีปัญหาซ้ำเติมกับโรคประจำตัว

ความยากจน : คำจำกัดความคือรายได้ส่วนบุคคลต่ำกว่า 12,784 ดอลลาร์  หรือครอบครัวสองคน 16,247  ดอลลาร์ปัจจุบันชาวอเมริกัน 38ล้านคนอยู่ในกลุ่มนี้ และเพิ่มขึ้นประมาณปีละ 3ล้านคน, 26%ของผู้จากจน ( 4ล้านคน) เป็นทุพพลภาพด้วย

ขาดการรักษาพยาบาลโรคจิตและการติดยาเสพติด : 30% ของคนอเมริกันไร้บ้านมีปัญหาเรื่องโรคจิตและ 38% ติดสิ่งเสพติดรวมทั้งแอลกอฮอล์ 26% ติดยาเสพติดแบบรุนแรง เมื่อมีปัญหาโรคจิตและติดยาก็ทำให้โดนรังเกียจเมื่อไปหาที่เช่า

ปัญหาการเหยียดผิว : สถิติทางการอเมริกันระบุว่าชาวอเมริกันผิวดำเป็นคนไร้บ้านมากกว่าผิวขาวถึงสามเท่า ชาวอเมริกันในหมู่เกาะแถบฮาวายและชนพื้นเมือง Native Americans ก็มีอัตราส่วนไร้บ้านมากกว่าคนผิวขาว การหาซื้อหรือเช่าของชนกลุ่มน้อยมักโดนกีดกัน

ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว : เด็กและสตรีรับผลกระทบเรื่องนี้มากกว่ากลุ่มอื่น ทำให้ต้องลี้ภัยไปอาศัยอยู่ในรถยนต์ (180,000คนในปี 2016 ปัจจุบันกว่า 300,000คน) ที่พักชั่วคราวหรือริมถนน หากปัญหานี้ไม่แก้ไขก็จะต่อเนื่องเป็นโรคจิตและการติดยา

ปัญหาความขัดแย้งในครอบครัว : ความเสมอภาคทางเพศยังเป็นสิ่งที่ต้องปรับปรุงในอเมริกาอีกมาก ระยะนี้การเมืองเข้ามาแทรก ทำให้เกิดการรังเกียจ LGBTQ+ และเยาวชนเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง

ระบบเศรษฐกิจและสังคมที่ล้มเหลว : ค่านิยมและโครงสร้างในครอบครัวเป็นจุดเริ่มต้นที่ต้องปรับปรุง เพราะหากหย่อนยาน อาจเกิดปัญหาอาชญากรรมทำให้ติดคุกตะรางและมีประวัติ หรือสุขภาพเสื่อมโทรม และปัญหาเด็กถูกทอดทิ้ง ระบบที่มีทรัพยากรมากแต่ยังมีการเหยียดผิว เอาเปรียบเรื่องค่าแรง พร้อมทั้งทำกำไรมากเกินควรเรื่องที่อยู่อาศัยเป็นสิ่งที่ต้องแก้ก่อนจะสายเกินไป

เมตตาเป็นสิ่งค้ำจุนโลก ก่อนที่เราจะรีบสรุปว่าคนไร้บ้านขาดความรับผิดชอบ ติดยาเสพติดหรือขี้เกียจ ควรคิดในมุมกว้างตามต้นเหตุ10 ประการ ในตัวอย่างของอเมริกาที่กล่าวข้างต้น

       มรสุมชีวิตเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทรัพยากรในโลกนี้มีเพียงพอ ท่านที่มีมากและแบ่งปันเป็นสิ่งที่น่าชมเชย และควรส่งเสริม ท่านที่ยังลังเลอยู่หรือเข้าใจผิดในเรื่องนี้ กรุณาเริ่มต้นแม้กระทั่งเป็นก้าวเล็กๆคนไร้บ้านที่เรามองไม่เห็นมีอยู่ทั่วไปในทุกสังคม ทันทีที่เราสังเกตุเห็น ขอให้ช่วยกันตามความสามารถ ผู้ให้ในวันนี้ อาจเป็นผู้รับในวันหน้าครับ

 

https://www.un.org/ development/desa/dspd/ 2020/03 / resolution-homelessness/