Stock Futures เครื่องมือลงทุนและบริหารความเสี่ยงในหุ้น

Stock Futures เครื่องมือลงทุนและบริหารความเสี่ยงในหุ้น

สำหรับผู้ลงทุนที่มีประสบการณ์การลงทุนในหุ้นแล้ว การกำหนดแนวทางและกลยุทธ์การลงทุน จังหวะการลงทุน รวมถึงการใช้เครื่องมือ หรือทางเลือกในการลงทุนที่เหมาะสมและการบริหารความเสี่ยง

ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยที่จะสนับสนุนให้การลงทุนมีโอกาสประสบความสำเร็จ ซึ่งผู้ลงทุนควรต้องศึกษาเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ โดยเฉพาะในยุคที่ตลาดทุนมีพัฒนาการใหม่ๆ เพื่อที่จะใช้เครื่องมือเหล่านี้สร้างโอกาสในการเพิ่มผลตอบแทน หรือจัดการความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนได้ โดยเครื่องมือหนึ่งที่ผู้ลงทุนอาจศึกษาเพื่อนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างผลตอบแทนและบริหารความเสี่ยงพอร์ตลงทุนก็คือ Stock Futures หรือสัญญาซื้อขายหุ้นล่วงหน้า

Stock Futures เป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือฟิวเจอร์สที่อ้างอิงกับหุ้นรายตัว โดยในปัจจุบันมีหุ้นอ้างอิงของ Stock Futures ทั้งสิ้น 127 หุ้น โดยหุ้นอ้างอิงนี้ทั้งหมดเป็นหุ้นขนาดใหญ่และส่วนใหญ่ได้รับความนิยมจากผู้ลงทุน TFEX มีการกำหนดรายละเอียดเงื่อนไขของสัญญา Stock Futures ไว้ ซึ่งผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลได้เพิ่มเติมจาก www.tfex.co.th

ทั้งนี้ Stock Futures 1 สัญญาจะมีขนาดเทียบเท่ากับ 1,000 หุ้น และการเคลื่อนไหวของราคา Stock Futures มักจะเคลื่อนไหวสอดคล้องกับราคาหุ้นอ้างอิง ทำให้ผู้ที่ลงทุนใน Stock Futures มีโอกาสได้รับผลตอบแทนใกล้เคียงกับการลงทุนในหุ้นโดยตรง แต่เนื่องจากฟิวเจอร์สนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่ามี Leverage กล่าวคือใช้เงินทุนน้อยแต่เสมือนลงทุนในมูลค่าหุ้นทั้งจำนวน จึงมีโอกาสสร้างกำไรและมีโอกาสขาดทุนในอัตราที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับการลงทุนในหุ้นโดยตรง

 โดยการซื้อขาย Stock Futures นั้นผู้ลงทุนต้องเริ่มต้นจากการวางหลักประกันต่อสัญญา ประมาณ 5-20% ของมูลค่าสัญญา มากน้อยตามความผันผวนของราคาหุ้น จากนั้นก็จะต้องมีการติดตามสถานะเงินประกันทุกวัน โดยอาจต้องวางเงินประกันเพิ่มเติมหากคำนวณแล้วมีผลขาดทุน จนทำให้เงินประกันในพอร์ตเหลือต่ำกว่าระดับที่กำหนด ตัวอย่างเช่น หุ้น PTT ราคา 37.50 บาทต่อหุ้น

ในกรณีที่ลงทุนตรงในหุ้น PTT 1,000 หุ้นจะต้องใช้เงินจำนวน 37,500 บาท แต่หากผู้ลงทุนเลือกเปิดสถานะการซื้อ (Open Long) ใน PTT Futures 1 สัญญา (1 สัญญา = 1,000 หุ้น) จะวางเงินหลักประกันเพียง 2,135 บาท หรือ 5.7% ของมูลค่าการลงทุน ซึ่งน้อยกว่าการลงทุนทั้งจำนวนประมาณ 17.5 เท่า ด้วยลักษณะเฉพาะของ Stock Futures นี้ทำให้มีผู้สนใจใช้เป็นเครื่องมือแทนการลงทุนในหุ้น โดยในปัจจุบัน Stock Futures มีการซื้อขายเฉลี่ยประมาณสามแสนสัญญาต่อวัน

นอกจาก Stock Futures จะช่วยในการสร้างอำนาจในการลงทุน หรือ Leverage แล้ว ยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือเพิ่มผลตอบแทนในสภาวะตลาดขาลงได้อีกด้วย โดยทั่วไปแล้วหากผู้ลงทุนต้องการทำกำไรจากทิศทางขาลง จะสามารถดำเนินการได้ด้วยการขายชอร์ตหุ้น ซึ่งการขายชอร์ตหุ้นนั้นมีค่าใช้จ่ายที่สูง และต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด ไม่ว่าจะเป็นการหาผู้ที่จะให้ยืมหุ้น ค่าธรรมเนียมในการยืมหุ้น และราคาที่จะขายชอร์ตก็ต้องไม่ต่ำกว่าราคาในตลาด ใน

ขณะที่การใช้ Stock Futures เพื่อสร้างโอกาสทำกำไรจากตลาดขาลง ทำได้ด้วยการเปิดสถานะการขาย Stock Futures เท่านั้น โดยไม่จำเป็นต้องมีการยืมหุ้น และไม่มีข้อจำกัดว่าราคาที่ขายจะต้องต่ำกว่าราคาตลาด นอกจากนี้ ผู้ลงทุนที่ถือหุ้นอยู่แล้วและคาดว่าหุ้นจะลงในระยะสั้นๆ แต่ยังไม่อยากขายหุ้นในพอร์ตทิ้งไป ก็สามารถเปิด Open Short บน Stock Futures เพื่อป้องกันความเสี่ยงของหุ้นในขาลงได้

ที่กล่าวมานั้น จะเห็นว่าการซื้อขาย Stock Futures สามารถนำมาใช้เพื่อสร้างผลตอบแทนได้ แต่ทั้งนี้ผู้ซื้อขายควรตระหนักว่า Stock Futures นั้นเป็น Leverage Product และหากราคาฟิวเจอร์สไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ผู้ซื้อขายอาจถูกเรียกให้นำเงินประกันมาวางเพิ่มเติมหรือที่เรียกว่า Margin Call ซึ่งหากไม่สามารถดำเนินการได้ก็จะต้องถูกบังคับปิดสถานะรับรู้ผลขาดทุนทันที

ดังนั้น ผู้ซื้อขาย Stock Futures จะต้องมีการวางแผนในการบริหารจัดการเงินประกัน หรือ Money Management ไม่ซื้อขายสร้างสถานะมากเกินไปจนเกินตัว ต้องคำนึงถึงการสำรองเงินกรณีที่ถูกเรียกเงินประกันเพิ่มเติมให้เพียงพอ มิเช่นนั้น โอกาสในการที่จะประสบความสำเร็จจากการซื้อขายก็จะลดลง และอาจขาดทุนได้

ในปัจจุบันการซื้อขาย Stock Futures อาจทำได้ทั้งในลักษณะที่เรียกว่า การซื้อขายแบบรายใหญ่ หรือ Block Trade ซึ่งผู้ลงทุนจะต้องส่งคำสั่งผ่านเจ้าหน้าที่ของโบรกเกอร์ และมีปริมาณการซื้อขายขั้นต่ำตามที่กำหนด (20 ถึง 500 สัญญาขึ้นกับหุ้นอ้างอิง) ซึ่งการซื้อขายแบบ Block Trade เหมาะกับผู้ที่ต้องการซื้อขาย Stock Futures ในปริมาณมาก

และจะมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมให้กับโบรกเกอร์ที่ให้บริการ และการซื้อขายอีกรูปแบบคือการซื้อขายแบบจับคู่อัตโนมัติ (Automatic Order Matching : AOM) บนกระดานหลักตามปกติ ซึ่งผู้ลงทุนสามารถส่งคำสั่งซื้อขายผ่านเจ้าหน้าที่โบรกเกอร์ หรือจะส่งคำสั่งด้วยตัวเองผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น Streaming Application ก็ได้ โดยการซื้อขายแบบจับคู่บนหน้ากระดานนี้ สามารถซื้อขาย Stock Futures ขั้นต่ำได้ตั้งแต่ 1 สัญญา จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ทำให้ผู้ลงทุนบริหารพอร์ตลงทุนได้อย่างคล่องตัว

ย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนที่เพิ่งเริ่มศึกษาหรือยังมีประสบการณ์ไม่มากนัก ในการเริ่มซื้อขายอาจมีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป และในจำนวนที่ไม่มากนัก เพื่อเรียนรู้กระบวนการและทำความเข้าใจกับผลิตภัณฑ์ ซึ่งในส่วนนี้การซื้อขาย Stock Futures ในกระดานหลักน่าจะตอบโจทย์ได้ และเพื่อให้เกิดมั่นใจเพิ่มขึ้นในการซื้อขาย Stock Futures TFEX ได้จัดให้มีผู้ดูแลสภาพคล่อง (Market Maker หรือ MM) ทำหน้าที่เสนอราคาทั้งด้านซื้อและขายเพื่อสร้างสภาพคล่องการซื้อขายบนกระดานหลัก

ซึ่งจะช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถซื้อหรือขาย Stock Futures ได้โดยสะดวก โดยผู้ดูแลสภาพคล่องทุกรายจะทำหน้าที่ในหุ้นที่ได้รับความนิยม 15 หุ้นอ้างอิง ได้แก่ AOT, BANPU, BDMS, BEM, CPALL, CPF, GPSC, IRPC, KTB, PTT, PTTEP, PTTGC, TOP, TTB และ WHA และอาจปฏิบัติหน้าที่ใน Stock Futures ที่อ้างอิงกับหุ้นอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อให้ผู้ลงทุนมั่นใจได้ว่าจะสามารถซื้อขายได้อย่างคล่องตัว ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มได้จากโบรกเกอร์ที่ท่านใช้บริการหรือทางเว็บไซต์ www.tfex.co.th