อัลไล รีท ชี้ไทยติดกับดักโตต่ำมานานกว่า 10 ปี หนี้ครัวเรือนเป็นเพียงอาการของโรคใหญ่ เมื่อคนลดและแรงงานขาดเกมเศรษฐกิจจึงต้องเปลี่ยนจากเพิ่มจำนวน สู่ Productivityใช้ AI-เทคโนโลยีสร้างมูลค่า
KEY POINTS
- เศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทายจากปัญหาประชากรและแรงงานลดลง ประกอบกับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่ำกว่าศักยภาพมานานกว่า 10 ปี
- ทางออกของปัญหาคือการเปลี่ยนสมการการเติบโตจากการพึ่งพา "จำนวนคน" ไปสู่การเพิ่ม "ผลิตภาพต่อคน" (Productivity) เพื่อให้คนหนึ่งคนสร้างมูลค่าได้มากขึ้น
- เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยยกระดับประสิทธิภาพและผลิตภาพของแรงงานในทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในยุคที่แรงงานหดตัว
ประเทศไทยกำลังเผชิญโจทย์เศรษฐกิจที่ไม่อาจแก้ด้วยสูตรเดิมได้ง่ายๆเมื่อจำนวนประชากรลดลง แรงงานหดตัว ขณะที่เศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพต่อเนื่องมานานกว่า 10 ปี คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า จะสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่จากไหน แต่คือ จะทำอย่างไรให้คนหนึ่งคนสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น
ในเวที “Thailand Economic Outlook 2027: New Horizon Beyond The Trap”ใน หัวข้อ “New Driving Force for Thailand’s Second Take off” นายกวินทร์ เอี่ยมสกุลรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อัลไล รีท แมนเนจเมนท์ จำกัด ชี้ว่า ภายใต้โลกที่ประชากรและแรงงานลดลง ไทยจำเป็นต้องเปลี่ยนสมการการเติบโตจากการพึ่งพา จำนวนคน ไปสู่ Productivity ต่อคนทำงาน
ไทยโตต่ำมานานกว่า 10 ปี หนี้ครัวเรือนอาจไม่ใช่ “ต้นเหตุ”
ภาพเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมาอาจถูกมองผ่านตัวเลขหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง แต่ในมุมของกวินทร์ หนี้อาจเป็นเพียง “Symptom” หรืออาการของปัญหา มากกว่าจะเป็นโรคต้นเหตุโรคที่อยู่ลึกลงไปคือ Low Growth Rate หรือเศรษฐกิจที่เติบโตช้า เมื่อเศรษฐกิจขยายตัวต่ำ ขณะที่ต้นทุนทางการเงินหรืออัตราดอกเบี้ยสูงกว่า การสะสมของหนี้ก็ยิ่งกลายเป็นภาระที่หนักขึ้นเรื่อยๆ
หากรายได้ของประเทศและประชาชนเติบโตไม่ทันต้นทุนทางการเงิน การลดหนี้เพียงอย่างเดียวอาจไม่ได้แก้สมการทั้งหมด เพราะตราบใดที่รายได้ยังขยายตัวช้า วงจรหนี้ก็มีโอกาสกลับมาอีกขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมเดิมที่เคยเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างการท่องเที่ยว ก็เริ่มเผชิญข้อจำกัดในบางพื้นที่ ทั้งจากภาวะอิ่มตัวและ Over Capacityโจทย์ของไทยจึงไม่ใช่เพียง “กระตุ้นให้คนใช้จ่ายมากขึ้น” แต่ต้องหาวิธีสร้าง มูลค่าทางเศรษฐกิจใหม่ที่มากกว่าเดิม
คนลดไม่ใช่ปัญหาเดียว แต่ “ผลิตภาพต่อคน” ต้องเพิ่ม
เมื่อโครงสร้างประชากรกำลังเปลี่ยน การเติบโตด้วยการเพิ่มจำนวนแรงงานย่อมทำได้ยากขึ้น กวินทร์จึงชี้ไปที่ตัวแปรสำคัญอย่าง Productivity per Worker หรือผลิตภาพต่อคนทำงานนี่อาจเป็นหนึ่งในโจทย์ชี้เป็นชี้ตายของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป เพราะหากจำนวนคนทำงานลดลง แต่ผลผลิตต่อคนเพิ่มขึ้นมากพอ ประเทศก็ยังสามารถขยายตัวได้สมการใหม่จึงอาจเป็น“คนให้น้อยลง แต่สร้างมูลค่าให้มากขึ้น”
หัวใจไม่ได้อยู่ที่การทำงานให้หนักกว่าเดิม หากแต่อยู่ที่การใช้เทคโนโลยีทำให้คนหนึ่งคนสามารถทำงานที่เคยต้องใช้คนจำนวนมากได้ หรือทำงานเดิมให้เสร็จเร็วขึ้น มีประสิทธิภาพขึ้น และสร้างมูลค่าเพิ่มได้สูงขึ้น
แนวคิดเรื่อง Productivity ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะภาคโรงงานหรือเทคโนโลยี แต่กำลังเปลี่ยนวิธีคิดของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ด้วยแทนที่จะวัดการเติบโตจากจำนวนโครงการหรือจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น คำถามใหม่คือ สินทรัพย์ที่มีอยู่สามารถสร้าง Value เพิ่มได้อีกเท่าไร สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ นั่นหมายถึงการขยับจากการเพิ่มจำนวนพื้นที่ไปสู่การเพิ่มมูลค่าทุกตารางเมตรพื้นที่เดิมอาจสร้างรายได้และกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น
หากสามารถออกแบบให้ตรงกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปนี่จึงเป็นการเปลี่ยนผ่านจาก “Growth by Expansion” ไปสู่ “Growth by Value Creation” เป็นโจทย์ที่สอดคล้องกับยุคที่ต้นทุนสูงขึ้น ขณะที่กำลังซื้อและจำนวนประชากรไม่ได้เติบโตแบบในอดีต
AI เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ
เมื่อแรงงานน้อยลง เทคโนโลยีจึงเข้ามามีบทบาทมากกว่าเดิม กวินทร์มองว่า AI และเทคโนโลยีใหม่ควรถูกนำมาใช้ยกระดับประสิทธิภาพของแรงงานในวงกว้าง ตั้งแต่ อุตสาหกรรม เกษตรกรรม การท่องเที่ยว ไปจนถึงธุรกิจ SMEsประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าองค์กรไหนมี AI ก่อน แต่คือ AI สามารถเพิ่มผลผลิตต่อแรงงานได้มากเพียงใด
หากเทคโนโลยีช่วยให้ SMEs สามารถขยายธุรกิจโดยไม่ต้องเพิ่มต้นทุนและจำนวนพนักงานในสัดส่วนเดียวกัน ก็เท่ากับเปิดประตูให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถ “สเกล” ได้จากเดิมที่การเติบโตอาจต้องแลกด้วยการเพิ่มคน เพิ่มสาขา และเพิ่มต้นทุน การใช้เทคโนโลยีสามารถเปลี่ยนสมการให้ธุรกิจเติบโตผ่าน ประสิทธิภาพและมูลค่าเพิ่ม
REIT เครื่องมือ “หมุนทุน” ปลุกเงินเก่ากลับมาสร้างเศรษฐกิจใหม่
อีกกลไกหนึ่งที่กวินทร์ให้ความสำคัญคือ REIT หรือกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์บทบาทสำคัญไม่ได้มีเพียงการเป็นสินทรัพย์สำหรับนักลงทุน แต่ยังเป็นกลไก Recycle Capital หรือการนำเงินทุนที่อยู่ในสินทรัพย์กลับมาใช้หมุนเวียนอีกครั้ง เมื่อผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์สามารถนำสินทรัพย์เข้าสู่ REIT และดึงเงินทุนกลับมา ก็สามารถนำเงินดังกล่าวไปลงทุนหรือพัฒนาโครงการใหม่ได้เร็วขึ้น
Productivity เป็นวาระเร่งด่วน
หากมองภาพทั้งหมดตั้งแต่ประชากรลดลง แรงงานหดตัว เศรษฐกิจโตต่ำ หนี้ครัวเรือนสูง ไปจนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ทุกเรื่องกำลังชี้ไปยังคำตอบเดียวกัน นั่นคือ ประเทศไทยไม่สามารถเติบโตด้วยสูตรเดิมได้อีกต่อไปเมื่อจำนวนคนไม่ใช่ตัวแปรที่เพิ่มขึ้นได้ง่าย การเพิ่มผลผลิตต่อคนจึงกลายเป็นเครื่องยนต์ที่จำเป็น





