วันจันทร์ ที่ 5 ตุลาคม 2569

Login
Login

เม็ดเงินลงทุนไหลเข้าภูเก็ตทะลุ 2.1 แสนล้านพลิกเกาะสู่เมกะโปรเจกต์ฮับระดับโลก

ภูเก็ตกำลังเดินทางเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ เมื่อเม็ดเงินลงทุนกว่า 2.14 แสนล้านบาทไหลเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐาน สนามบิน ระบบราง การแพทย์ รีเทล และเมกะโปรเจกต์ ขณะที่ตลาดที่อยู่อาศัยครึ่งแรกปี 2569 เปิดใหม่ 4,166 ยูนิต มูลค่ากว่า 5.29 หมื่นล้านบาท สะท้อนแรงเชื่อมั่นที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ “เมืองท่องเที่ยว” แต่กำลังปูทางสู่การเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยว-บริการระดับนานาชาติของภูมิภาค

KEY POINTS

  • ภูเก็ตได้รับเม็ดเงินลงทุนกว่า 2.14 แสนล้านบาทจากภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับจากเมืองท่องเที่ยวสู่ศูนย์กลางการบริการและการท่องเที่ยวนานาชาติ
  • การลงทุนมุ่งเน้นไปที่เมกะโปรเจกต์โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น สนามบินแห่งใหม่ ระบบรถไฟฟ้ารางเบา รวมถึงการพัฒนาด้านการแพทย์ (Medical Hub) และศูนย์การค้า
  • โครงการขนาดใหญ่ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะกลุ่มวิลล่าและคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรีที่ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติและผู้พัฒนารายใหญ่
  • เป้าหมายระยะยาวคือการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจของเกาะให้มีความหลากหลาย ไม่ได้พึ่งพาการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว เพื่อสร้างเมืองที่สามารถ "ใช้ชีวิต" ได้ ไม่ใช่แค่ "มาพัก" ชั่วคราว

จาก “เกาะท่องเที่ยว” สู่เดิมพันเมืองระดับโลก

ภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโส แผนกวิจัยตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท ซาวิลล์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภาพของภูเก็ตในอดีตอาจผูกติดอยู่กับชายหาด โรงแรม และนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่วันนี้สมการกำลังเปลี่ยนไป เม็ดเงินลงทุนกว่า 214,000 ล้านบาทจากโครงการขนาดใหญ่ทั้งภาครัฐและเอกชน กำลังทยอยเข้ามาเติมโครงสร้างใหม่ให้กับเกาะ ตั้งแต่สนามบิน ระบบขนส่งมวลชน การแพทย์ ศูนย์การค้า ไปจนถึงโครงการ Mixed-use และ Destination ขนาดใหญ่

 นี่จึงไม่ใช่เพียงการลงทุนเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นการลงทุนเพื่อ “เปลี่ยนโครงสร้างเมือง” และยกระดับภูเก็ตจาก Tourism Destination ไปสู่ Integrated International Tourism and Service Hub เพราะเมื่อสนามบิน ระบบราง ถนน โรงพยาบาล รีเทล และที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรีเดินหน้าไปพร้อมกัน ผลที่เกิดขึ้นย่อมไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะโครงการใดโครงการหนึ่ง แต่จะส่งแรงกระเพื่อมต่อเนื่องไปยังเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั้งเกาะ
 

เม็ดเงินลงทุนไหลเข้าภูเก็ตทะลุ 2.1 แสนล้านพลิกเกาะสู่เมกะโปรเจกต์ฮับระดับโลก

 2.14 แสนล้าน ปักหมุดโครงสร้างพื้นฐานใหม่

 หนึ่งในสัญญาณสำคัญของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ คือเมกะโปรเจกต์ด้านโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังขยับตัวNew Andaman Airport หรือท่าอากาศยานอันดามานแห่งใหม่ มีมูลค่าโครงการราว 80,000 ล้านบาท ขณะที่ Synthesis Ark Phuketมีมูลค่าประมาณ 50,000 ล้านบาท และ Light Rail System – Phase 1 กรอบวงเงินประมาณ 35,350 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน สนามบินภูเก็ตยังมีแผน Phuket International Airport Expansion Phase 2 มูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร

 หากมองตัวเลขเหล่านี้แยกเป็นรายโครงการ อาจเป็นเพียงเม็ดเงินลงทุนจำนวนมหาศาล แต่เมื่อมองรวมกันจะเห็นภาพใหญ่กว่า นั่นคือการพยายามแก้ “ข้อจำกัดของเมือง” ที่เติบโตเร็วกว่าความสามารถในการรองรับทั้งการจราจร ความหนาแน่นของการเดินทาง ความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว และโครงสร้างพื้นฐานด้านบริการ
 

สนามบิน-รถไฟฟ้า จุดเปลี่ยน Connectivity ของภูเก็ต

 การเติบโตของเมืองท่องเที่ยวระดับโลกไม่ได้วัดกันเพียงจำนวนห้องพักหรือชายหาด แต่ขึ้นอยู่กับว่า “คนและเงิน” สามารถเดินทางเข้าสู่เมืองและเคลื่อนตัวภายในเมืองได้ดีเพียงใด นั่นทำให้โครงการ Light Rail System – Phase 1 รวมถึงโครงการทางพิเศษป่าคลอก–บางกู มีความสำคัญมากกว่าการเป็นเพียงระบบขนส่งใหม่ เพราะหากโครงข่ายคมนาคมเชื่อมโยงพื้นที่ต่างๆ ได้ดีขึ้น จะช่วยลดการพึ่งพารถยนต์ส่วนบุคคล เพิ่ม Accessibility และเปิดพื้นที่ใหม่ให้สามารถพัฒนาเชิงพาณิชย์และอสังหาริมทรัพย์ได้มากขึ้น

 ขณะที่แนวคิด Andaman Ring Ports สนามบินน้ำ Monorail และระบบรถไฟฟ้าภูเก็ตสะท้อนภาพการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมที่กำลังขยับจากระบบเดี่ยวไปสู่ระบบที่หลากหลายและเชื่อมต่อกันมากขึ้น

 Medical Tourism พลิกเกม จากเมืองเที่ยวสู่เมืองสุขภาพ

 อีกหมุดหมายสำคัญที่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจภูเก็ต คือ “Healthcare Economy” โครงการ Songklanagarind Phuket Advanced Medical Centerมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท และ Bumrungrad International Hospital Phuketมูลค่าประมาณ 4,300 ล้านบาท กำลังเติมอุตสาหกรรมใหม่ให้กับเมืองท่องเที่ยวแห่งนี้

 ผลลัพธ์ที่คาดหวังจึงไม่ได้มีเพียงการเพิ่มจำนวนโรงพยาบาล แต่คือการดึงดูดกลุ่ม Medical Tourists ผู้พำนักระยะยาว และผู้มีกำลังซื้อสูงเข้ามาในระบบเศรษฐกิจ เมื่อการท่องเที่ยวเชื่อมเข้ากับการแพทย์ สุขภาพ และ Wellness ระยะเวลาพำนักของผู้มาเยือนอาจยาวขึ้น ขณะเดียวกันรูปแบบการใช้จ่ายก็มีแนวโน้มเปลี่ยนจากการท่องเที่ยวระยะสั้นไปสู่การใช้บริการที่มีมูลค่าสูงขึ้น

 รีเทล-ไลฟ์สไตล์ เติมจิ๊กซอว์ใหม่ให้เกาะ

รีเทลก็เข้ามาเติมสีสันให้กับภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจภูเก็ตICONPHUKETมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท และ Siam Premium Outlets Phuket มูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาท จะเข้ามาเพิ่มองค์ประกอบด้าน Retail และ Lifestyle Destination ความน่าสนใจอยู่ที่การสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ไม่ได้ผูกติดกับชายหาดหรือโรงแรมเพียงอย่างเดียว

เมื่อรีเทล ไลฟ์สไตล์ การแพทย์ ที่อยู่อาศัย และการท่องเที่ยวเชื่อมต่อกัน ภูเก็ตจึงมีโอกาสขยับจากเมืองที่นักท่องเที่ยว “เดินทางมาพัก” ไปสู่เมืองที่สามารถ “ใช้ชีวิต” ได้ในระยะยาว

อสังหาฯ รับแรงส่ง เปิดใหม่ 4,166 ยูนิต

 แรงกระเพื่อมจากโครงสร้างพื้นฐานกำลังสะท้อนกลับมายังตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างชัดเจนข้อมูลจากซาวิลส์ (ประเทศไทย) ระบุว่า ช่วงครึ่งแรกปี 2569 มีโครงการที่อยู่อาศัยเปิดตัวใหม่ในภูเก็ต 67 โครงการ รวม 4,166 ยูนิต คิดเป็นมูลค่าการพัฒนารวมประมาณ 52,955 ล้านบาท

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการยังคงอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะตลาดที่อยู่อาศัยเพื่อการพักผ่อน การลงทุน และการอยู่อาศัยระยะยาว ซึ่งมีชาวต่างชาติเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ที่น่าสนใจคือ ตลาดไม่ได้เติบโตเพียงในเชิงปริมาณ แต่กำลังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของ “คุณภาพดีมานด์” ไปพร้อมกัน

 คอนโดครองยูนิต วิลล่าครองมูลค่า

 หากแยกตลาดออกเป็น2เซ็กเมนต์ จะเห็นภาพที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนตลาดคอนโดมิเนียมเปิดตัวใหม่ 16 โครงการ 3,466 ยูนิต คิดเป็นกว่า 83% ของยูนิตเปิดใหม่ทั้งหมด มูลค่าราว 20,450 ล้านบาท โดยยังคงกระจุกตัวในทำเลท่องเที่ยวฝั่งตะวันตก สุรินทร์ ครองตำแหน่งทำเลเปิดตัวคอนโดสูงสุด 672 ยูนิต จาก 3 โครงการ มูลค่าราว 4,050 ล้านบาท ตามด้วย เชิงทะเล397 ยูนิต และ กมลา363 ยูนิต

 ขณะที่โครงการ Aceller Hotel & Residence ในฉลอง มีจำนวน 688 ยูนิต ถือเป็นหนึ่งในโครงการขนาดใหญ่ของตลาดในช่วงดังกล่าว แต่ถ้ามองในแง่ “มูลค่า” วิลล่ากลับสูงกว่าอย่างชัดเจน

 700 วิลล่างมูลค่ากว่า 3.25 หมื่นล้าน

 ช่วงครึ่งแรกปี 2569 มีวิลล่าเปิดตัวใหม่ 51 โครงการ 700 ยูนิต แต่มูลค่าการพัฒนารวมสูงถึงประมาณ 32,505 ล้านบาทหรือกว่า 61% ของมูลค่าโครงการที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ทั้งหมดช่องว่างระหว่างจำนวนยูนิตกับมูลค่าการลงทุนสะท้อนชัดว่า ตลาดวิลล่าภูเก็ตกำลังถูกขับเคลื่อนด้วยสินค้าระดับ Luxury และ Ultra Luxury

ฐานลูกค้าหลักยังเป็นชาวต่างชาติ โดยเฉพาะยุโรป รัสเซีย และเอเชีย ที่มองภูเก็ตทั้งในฐานะบ้านพักตากอากาศและสินทรัพย์เพื่อการลงทุนระยะยาว นี่คือเหตุผลที่ตลาดวิลล่าสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้สูง แม้จำนวนยูนิตจะน้อยกว่าคอนโดมิเนียมอย่างมาก


 ฝั่งตะวันตกยังร้อนแรง ทำเลทองของทุนใหม่

 เมื่อซูมลงไปในระดับทำเล “ฝั่งตะวันตก” ยังคงเป็นแม่เหล็กสำคัญของตลาดศรีสุนทร เป็นพื้นที่ที่มีการเปิดตัววิลล่ามากที่สุด ราว 120 ยูนิต มูลค่าประมาณ 3,675 ล้านบาท ตามด้วย เชิงทะเล 84 ยูนิต มูลค่าประมาณ 3,425 ล้านบาท และ กมลา 67 ยูนิต มูลค่าประมาณ 3,900 ล้านบาท

ทำเลเหล่านี้มีจุดร่วมสำคัญ คือเป็นพื้นที่ที่สามารถตอบโจทย์ทั้งการพักผ่อน การลงทุน และการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวก ขณะเดียวกันยังได้รับแรงหนุนจากฐานลูกค้าต่างชาติที่แข็งแกร่ง จึงไม่น่าแปลกที่บางเทา เชิงทะเล สุรินทร์ กมลา และลายัน ยังคงเป็นสนามแข่งขันหลักของผู้พัฒนาโครงการระดับบน

 บิ๊กเนมกรุงเทพฯ บุกภูเก็ต สัญญาณทุนยังเชื่อมั่น

 อีกปรากฏการณ์ที่สะท้อนความร้อนแรงของตลาด คือการเข้ามาของผู้ประกอบการรายใหญ่จากกรุงเทพฯแสนสิริ เปิดตัว RHEA by Sansiriบริเวณหาดสุรินทร์ มูลค่าประมาณ 1,500 ล้านบาท และเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มเติมอีก 4 โครงการในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ขณะที่ TITLE เดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่ในบางเทา เชิงทะเล และกมลา เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าต่างชาติ

 ด้าน ศุภาลัย ยังคงศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายการลงทุนเข้าสู่ภูเก็ต การขยับตัวของผู้ประกอบการรายใหญ่จึงเป็นอีกหนึ่งสัญญาณว่า ภูเก็ตไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงตลาดเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น Strategic Market ที่ผู้ประกอบการระดับประเทศต้องจับตา

Multiplier Effect ลงทุนไม่ได้หยุดแค่โครงการ

 สิ่งที่น่าจับตากว่ามูลค่าการลงทุน 2.14 แสนล้านบาท คือ “ผลคูณทางเศรษฐกิจ” (Multiplier Effect)ที่จะตามมา เมื่อสนามบินขยาย ระบบรางเกิดขึ้น โรงพยาบาลขนาดใหญ่เปิดให้บริการ และ Destination ใหม่เข้ามาในตลาด ผลกระทบย่อมขยายออกไปยังธุรกิจโดยรอบ

 ทั้งโรงแรม Serviced Apartments ร้านอาหาร รีเทล สำนักงาน ที่อยู่อาศัยระดับกลางถึงบน ตลอดจน Luxury Residential และ Mixed-use Development
 โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้ประโยชน์จาก Connectivity ที่ดีขึ้น มีโอกาสกลายเป็น “พื้นที่ใหม่” ของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กล่าวอีกนัยหนึ่ง โครงสร้างพื้นฐานไม่ได้เพียงทำให้เดินทางสะดวกขึ้น แต่กำลัง “สร้างมูลค่าที่ดินและสร้างทำเลใหม่” ไปพร้อมกัน

เดิมพันครึ่งหลังปี 2569 ตลาดหรูยังนำเกม

 สำหรับทิศทางตลาดในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ปัจจัยสนับสนุนยังคงมีหลายด้าน ทั้งการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว การขยายตัวของกลุ่มผู้ซื้อชาวต่างชาติ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการเข้ามาของผู้ประกอบการรายใหญ่ ตลาดจึงมีแนวโน้มเห็นโครงการเปิดตัวใหม่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Luxury Condominium และ Luxury Villa อย่างไรก็ตาม จุดที่ต้องจับตาคือการเติบโตในระยะต่อไปจะไม่ได้วัดเพียง “จำนวนยูนิต” แต่จะวัดกันที่ความสามารถในการตอบโจทย์ผู้ซื้อคุณภาพสูง และการเชื่อมโยงกับระบบเศรษฐกิจใหม่ของภูเก็ต

คำถามใหญ่ภูเก็ตจะโตแบบไหน?

 เม็ดเงินกว่า 2.1 แสนล้านบาทอาจไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขการลงทุนก้อนใหญ่ แต่เป็นภาพสะท้อนของการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของภูเก็ต จากเมืองที่เคยขับเคลื่อนด้วย “การท่องเที่ยว” เป็นหลัก กำลังขยับไปสู่เมืองที่มีเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลากหลาย ทั้งการบิน การแพทย์ การค้า การขนส่ง ที่อยู่อาศัย และบริการระดับนานาชาติ

 สนามบินใหม่อาจเพิ่มศักยภาพการเชื่อมต่อ ระบบรางอาจเปลี่ยนรูปแบบการเดินทาง โรงพยาบาลอาจดึงดูดผู้พำนักระยะยาว ขณะที่อสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีกำลังดึงดูดทุนและกำลังซื้อจากทั่วโลก

ทั้งหมดกำลังประกอบกันเป็นภาพเดียว ภูเก็ตไม่ได้กำลังสร้าง “เมืองท่องเที่ยวที่ใหญ่ขึ้น” แต่กำลังสร้างเมืองนานาชาติที่มีการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักและหากโครงการขนาดใหญ่เหล่านี้เดินหน้าได้ตามแผน เม็ดเงิน 2.14 แสนล้านบาทในวันนี้ อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงภูเก็ตตลอดหลายทศวรรษข้างหน้า