แอสเซทไวส์ โชว์ยอดขาย 9 เดือนแรกปี69 แตะ 1.5หมื่นล้านสวนตลาด ระบุดีมานด์กลุ่ม Campus Condo และคอนโดแนวรถไฟฟ้าแข็งแรง เผยโค้งสุดท้ายลุยภูเก็ตดันยอดขาย 1.85 หมื่นล้าน
KEY POINTS
- แอสเซทไวส์ (ASW) ทำยอดขาย 9 เดือนแรกของปีได้ 15,287 ล้านบาท โดยตั้งเป้าหมายทั้งปีไว้ที่ 18,500 ล้านบาท และต้องทำยอดขายเพิ่มในไตรมาสสุดท้ายอีก 3,213 ล้าน
- กลยุทธ์หลักในช่วงโค้งสุดท้ายของปีคือการเร่งบุกตลาดอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ต เพื่อรับอานิสงส์ช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวและกำลังซื้อจากชาวต่างชาติ
- เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ในภูเก็ตเพื่อเจาะกลุ่มบ้านหลังที่สอง (Leisure Residence) ได้แก่ The Fizz Kata และ The Kuartz Karon ผ่านบริษัทในเครือ
กรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW กล่าวว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ และตลาดอสังหาริมทรัพย์ต้องเผชิญทั้งกำลังซื้อที่ระมัดระวังและข้อจำกัดด้านสินเชื่อ แต่บริษัท ยังสามารถรักษาจังหวะการเติบโตได้ ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 บริษัททำยอดขายจากโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมรวม 15,287 ล้านบาท หรือคิดเป็น 83% ของเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ 18,500 ล้านบาท
หมายความว่า ในช่วง 3 เดือนสุดท้าย ASW มีโจทย์ต้องทำยอดขายเพิ่มอีก3,213 ล้านบาท เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทั้งปี ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า แม้ตลาดจะไม่ได้อยู่ในภาวะที่ง่าย แต่ยังมี “ดีมานด์เฉพาะกลุ่ม” ที่พร้อมจ่าย หากสินค้า ราคา และทำเลตอบโจทย์
Campus Condo ตลาดที่มี “คนซื้อจริง”
หนึ่งในตลาดที่ยังสร้างแรงส่งให้ ASW คือกลุ่ม Campus Condoซึ่งจับกลุ่มนักศึกษา ผู้ปกครอง นักลงทุน และ First Jobber ตัวอย่างชัดเจนคือแคมเปญ Campus Condo รังสิต ซึ่งได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ ขณะที่โครงการใหม่อย่าง WYNN Bangmod - Prachauthit มูลค่า 500 ล้านบาท สามารถทำยอดจองได้มากกว่า 50% ตั้งแต่ช่วงแรกของการเปิดตัว
สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า แม้กำลังซื้อโดยรวมจะชะลอตัว แต่ตลาดที่อยู่อาศัยที่มี “เหตุผลในการซื้อ” ชัดเจนยังมีโอกาสเติบโตโดยเฉพาะทำเลใกล้สถานศึกษาและระบบขนส่งมวลชน ซึ่งตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยจริงและการลงทุนปล่อยเช่าASW มองว่าจุดแข็งของกลุ่มสินค้าดังกล่าวอยู่ที่การออกแบบฟังก์ชันและส่วนกลางให้ตรงกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ขณะเดียวกันยังรักษาระดับราคาให้อยู่ในระดับที่เข้าถึงได้
รถไฟฟ้า–ราคาจับต้องได้ ตอบตอบโจทย์คนซื้อ
นอกจาก Campus Condo แล้ว คอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้ายังคงเป็นอีกเซกเมนต์ที่ ASW เห็นดีมานด์ต่อเนื่อง เหตุผลสำคัญคือผู้ซื้อในตลาดปัจจุบันไม่ได้มองเพียง “ซื้อบ้าน” แต่ต้องคำนึงถึงต้นทุนการเดินทาง ความสะดวกในการใช้ชีวิต และโอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากอสังหาริมทรัพย์ การมีทำเลใกล้ระบบขนส่งสาธารณะ จึงช่วยลดข้อจำกัดในการตัดสินใจซื้อ ขณะที่ราคาที่ไม่สูงเกินไปยังเปิดโอกาสให้เข้าถึงกลุ่ม First Jobber และนักลงทุนได้
กรมเชษฐ์ ระบุว่า บริษัทสามารถเดินหน้าทั้งการเปิดโครงการใหม่และการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่ก่อสร้างแล้วได้ตามแผน แม้เผชิญภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว อีกแรงหนุนหนึ่งมาจากมาตรการภาครัฐและการลดดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งช่วยลดภาระการผ่อนของผู้บริโภค
โค้งท้ายต้องจับตา “ภูเก็ต” รับไฮซีซัน
แต่หากมองไปยังช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี เครื่องยนต์ที่ ASW ให้น้ำหนักมากขึ้นคือ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ต เพราะภูเก็ตไม่ได้เป็นเพียงตลาดที่อยู่อาศัย แต่เป็นหนึ่งใน World Destination ของไทยที่มีแรงส่งจากภาคการท่องเที่ยวโดยตรง โดยเฉพาะช่วงไฮซีซัน ปลายปี ซึ่งปีนี้มีปัจจัยบวกจากการเปิดเส้นทางบินตรงใหม่จากยุโรป ตะวันออกกลาง และยุโรปตะวันออก ตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป
เมื่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น ตลาดที่เกี่ยวเนื่องกับการพักอาศัยระยะยาวและบ้านหลังที่สองก็มีโอกาสได้รับอานิสงส์ตามไปด้วยข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต ระบุว่า ในช่วง 8 เดือนแรกของปี กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าภูเก็ตจำนวนมาก ได้แก่ รัสเซีย จีน อินเดีย และยุโรป หลายกลุ่มเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อและมีความต้องการที่อยู่อาศัยในรูปแบบ Second Home และ Long-Stay จึงกลายเป็นช่องว่างทางการตลาดที่ ASW ต้องการเข้าไปจับ
Leisure Residence เครื่องยนต์ใหม่
ASW เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงปลายปี โดยหนึ่งในโครงการหลักคือ KAVE Bloom Kasetแคมปัสคอนโดใกล้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มูลค่าโครงการประมาณ 1,500 ล้านบาท ขณะเดียวกัน บริษัทให้น้ำหนักกับตลาดภูเก็ตผ่านบริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ
ไฮไลต์สำคัญคือ The Fizz Kataมูลค่าประมาณ 1,100 ล้านบาท คอนโดมิเนียมแห่งที่ 2 บนทำเลหาดกะตะ ซึ่งเป็นการต่อยอดจากความสำเร็จของ THE KATABELLO พร้อมกันนี้ยังขยายทำเลเข้าสู่หาดกะรนเป็นครั้งแรก ผ่านโครงการลักชัวรี The Kuartz Karonมูลค่าประมาณ 1,400 ล้านบาท
การขยับเข้าสู่กะรนจึงไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มจำนวนโครงการในภูเก็ต แต่เป็นการขยายฐานทำเลและระดับราคาของพอร์ต เพื่อรองรับลูกค้าหลากหลายกลุ่มมากขึ้น
จาก “ขายคอนโด” สู่การจับตลาดบ้านหลังที่สอง
สิ่งที่น่าสนใจคือ ASW กำลังใช้ภูเก็ตเป็นมากกว่าตลาดเสริมแต่กำลังวางให้ Leisure Residence เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการกระจายพอร์ตธุรกิจ
เพราะตลาดบ้านหลังที่สองมีโจทย์แตกต่างจากตลาดที่อยู่อาศัยทั่วไปลูกค้าอาจไม่ได้มองเพียงเรื่องราคาและพื้นที่ใช้สอย แต่ยังพิจารณาถึงศักยภาพของทำเล คุณภาพโครงการ ความเป็นส่วนตัว การเดินทาง และศักยภาพในการพักอาศัยระยะยาวหรือสร้างรายได้จากการปล่อยเช่า กระแสตอบรับจากโครงการ Biancana Surin ในช่วงต้นปี จึงเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้บริษัทมองเห็นโอกาสในการขยายการลงทุนในภูเก็ตเพิ่มเติม
โจทย์สำคัญอยู่ที่ “Inventory” และกำลังซื้อ
อย่างไรก็ตาม การเร่งเปิดโครงการใหม่ท่ามกลางตลาดที่ยังมีความไม่แน่นอน ย่อมมาพร้อมความเสี่ยง ASW ระบุว่าจะยังเดินหน้าเปิดโครงการตามแผน แต่พร้อมปรับจังหวะให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดโดยเฉพาะการบริหาร Inventory ให้เหมาะสมกับดีมานด์จริง
เพราะในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังซื้อยังเปราะบาง การเติบโตไม่ได้วัดจากจำนวนโครงการที่เปิดใหม่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องวัดจากความสามารถในการขายและโอนสินค้าที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพด้วยนอกจากนี้ สถานการณ์น้ำท่วมในบางพื้นที่ยังอาจกระทบความเชื่อมั่นต่อการเลือกทำเลที่อยู่อาศัยในระยะสั้น ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่บริษัทต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
3,213 ล้าน คือโจทย์ใหญ่ใน 3 เดือนสุดท้าย
เมื่อยอดขาย 9 เดือนแรกอยู่ที่ 15,287 ล้านบาท การทำให้ครบเป้าหมาย 18,500 ล้านบาทจะเหลือเป้าอีกประมาณ 3,213 ล้านบาท โจทย์ของ ASW จึงอยู่ที่การใช้จังหวะ High Season ของภูเก็ตให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่กับการรักษาฐานลูกค้าในกลุ่ม Campus Condo และคอนโดตามแนวรถไฟฟ้า หากตลาดท่องเที่ยวเดินหน้าได้ตามคาด และดีมานด์จากทั้งลูกค้าไทยและต่างชาติยังคงแข็งแรง ภูเก็ตอาจกลายเป็นหนึ่งในตัวเร่งสำคัญของยอดขายช่วงปลายปี
ท้ายที่สุด เป้าหมาย 18,500 ล้านบาทของ ASW อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับการ “ขายให้ได้มากที่สุด” แต่อยู่ที่การเลือกขายสินค้าที่ตลาดต้องการ ในทำเลที่มีดีมานด์ และบริหาร Inventory ให้เหมาะกับกำลังซื้อ เพราะในวันที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้โตพร้อมกันทุกเซกเมนต์ ผู้ชนะอาจไม่ใช่บริษัทที่เปิดโครงการมากที่สุด แต่คือบริษัทที่ อ่านดีมานด์ออก และวางสินค้าได้ถูกจังหวะที่สุด





