วันพฤหัสบดี ที่ 1 ตุลาคม 2569

Login
Login

A Asset ดึงทุนเวียดนามปั้นมิกซ์ยูสทองหล่อชูลีสโฮลด์ Brandedถูกกว่าฟรีโฮลด์ 30%

A Asset ดึงทุนเวียดนามปั้นมิกซ์ยูสทองหล่อ ชูลีสโฮลด์ Branded Residenceถูกกว่าฟรีโฮลด์ 30% ดันโครงการแฟล็กชิปมูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาทขึ้นแท่นแลนด์มาร์กใหม่สุขุมวิท

KEY POINTS

  • เอ แอสเสท ร่วมทุนกับกลุ่มทุนเวียดนาม พัฒนาโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ย่านทองหล่อ มูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท
  • ชูโมเดล Branded Residence ในรูปแบบสิทธิการเช่าระยะยาว (Leasehold) 40 ปี เป็นจุดขายหลัก
  • เสนอราคาขายในรูปแบบลีสโฮลด์ที่ถูกกว่าแบบซื้อขาด (Freehold) ในทำเลเดียวกันอย่างน้อย 30%

 เกมอสังหาริมทรัพย์ย่านทองหล่อกำลังขยับจากการแข่งขันเรื่อง “ทำเล” และ “ราคาต่อตารางเมตร” ไปสู่การขายประสบการณ์และรูปแบบการถือครองที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่มากขึ้น เมื่อ A Asset เปิดเกมพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสแฟล็กชิปบนพื้นที่กว่า 7 ไร่ ติด BTS ทองหล่อ มูลค่าราว 12,000 ล้านบาท พร้อมนำโมเดล Leasehold Branded Residence อายุ 40 ปีเข้ามาเป็นหนึ่งในจุดขายสำคัญ

 ที่น่าสนใจคือ A Asset วางตำแหน่งโครงการให้แตกต่างจากคอนโดมิเนียมลักชัวรีทั่วไป ด้วยการผสานที่อยู่อาศัย โรงแรม 5 ดาว ไลฟ์สไตล์รีเทล เวลเนส สำนักงาน และพื้นที่สีเขียวเข้าไว้ในอีโคซิสเต็มเดียว พร้อมดึงกลุ่มทุนจากเวียดนามเข้ามาร่วมลงทุน สะท้อนทิศทางของทุนภูมิภาคที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยมากขึ้น

 อนวัช ฉัตรศิริกุล ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท เอ แอสเสท กล่าวว่า จุดตั้งต้นของโครงการไม่ได้มาจากคำถามว่า “จะสร้างคอนโดอะไรในทองหล่อ” แต่เป็นการย้อนกลับไปศึกษาว่า ผู้คนใช้ชีวิตในย่านนี้อย่างไร และยังมีช่องว่างใดที่ตลาดไม่ได้เติมเต็มทองหล่อเป็นทำเลที่มีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ สำนักงาน ที่อยู่อาศัย เวลเนส และพื้นที่สังสรรค์อยู่แล้ว อีกทั้งมี BTS เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ทำให้ย่านนี้เติบโตเป็น Lifestyle Destination โดยธรรมชาติ

 แต่กิจกรรมเหล่านี้ยังคงกระจายตัวอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ A Asset จึงมองเห็นโอกาสในการสร้าง “Integrated Living” ที่เชื่อมการอยู่อาศัย การทำงาน การพักผ่อน สุขภาพ และพื้นที่สีเขียวเข้าด้วยกัน แนวคิดดังกล่าวถูกถ่ายทอดผ่าน Green & Wellness Real Estateภายใต้ปรัชญา “Always Forward สรรค์สร้าง ยั่งยืน” โดยไม่ได้มองเพียงพื้นที่ขาย แต่ต้องการสร้างอีโคซิสเต็มที่ผู้คนสามารถใช้ชีวิตได้ครบในพื้นที่เดียว

A Asset ดึงทุนเวียดนามปั้นมิกซ์ยูสทองหล่อชูลีสโฮลด์ Brandedถูกกว่าฟรีโฮลด์ 30%

1.2 หมื่นล้าน ปั้นมิกซ์ยูส 100,000 ตร.ม.

 โครงการรหัส SKV 53 (สุขุมวิท 53) มีมูลค่าประมาณ 12,000 ล้านบาท บนพื้นที่ใช้สอยรวมราว 100,000 ตารางเมตร เชื่อมต่อโดยตรงกับ BTS ทองหล่อ ประกอบด้วย Podium สูง 6 ชั้น พร้อมชั้นใต้ดิน และอาคาร Tower 2 อาคาร Tower A สูง 39 ชั้น และ Tower B สูงประมาณ 29 ชั้น โดยภายในโครงการประกอบด้วย 6 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ Branded Residence ราว 220 ยูนิต โรงแรมระดับ 5 ดาวประมาณ 640 ห้อง Lifestyle Retail ศูนย์ Wellness พื้นที่สำนักงาน และพื้นที่จอดรถราว 700-800 คัน


 

 หัวใจอีกส่วนคือพื้นที่สีเขียวและ Roof Park ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่เชื่อมต่อกิจกรรมต่างๆ มากกว่าจะเป็นเพียงพื้นที่ตกแต่งโครงการทำให้โมเดลของ A Asset แตกต่างจากการพัฒนามิกซ์ยูสที่เน้น Commercial เป็นศูนย์กลาง เพราะโจทย์หลักคือการสร้างพื้นที่สำหรับ “Live–Work–Play–Wellness” ที่สามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

A Asset ดึงทุนเวียดนามปั้นมิกซ์ยูสทองหล่อชูลีสโฮลด์ Brandedถูกกว่าฟรีโฮลด์ 30%

เปิดตลาด “Leasehold 40 ปี” ทางเลือกใหม่

 ไฮไลต์ที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือการนำ Leasehold Branded Residence อายุ 40 ปีมาเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์หลักของโครงการ A Asset มองว่า ผู้บริโภคยุคใหม่อาจไม่ได้ให้ความสำคัญกับการถือครองอสังหาริมทรัพย์ตลอดไปเหมือนในอดีต แต่ให้ความสำคัญกับทำเล คุณภาพชีวิต แบรนด์ ประสบการณ์ และต้นทุนการเข้าถึงสินทรัพย์มากขึ้น

 โมเดล Leasehold จึงเปิดช่องให้ผู้ซื้อเข้าถึงทำเลระดับไพรม์ได้ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นที่ต่ำกว่าการซื้อกรรมสิทธิ์แบบ Freehold โดยบริษัทวางจุดขายว่า ราคาของ Branded Residence ในรูปแบบ Leasehold จะต่ำกว่า Freehold อย่างน้อย 30%

 สำหรับทำเลทองหล่อ ซึ่งราคาที่อยู่อาศัยระดับ Luxury และ Ultra Luxury ขยับขึ้นไปตั้งแต่หลักแสนปลายๆ จนถึงระดับ 400,000-500,000 บาทต่อตารางเมตร และสูงกว่าในกลุ่ม Super Prime การลดต้นทุนการเข้าถึงสินทรัพย์จึงเป็นประเด็นที่อาจเปิดตลาดไปยังกลุ่มผู้ซื้อใหม่

 ขณะเดียวกัน Leasehold ยังถูกนำเสนอในมุมของการลงทุน โดยต้นทุนเริ่มต้นที่ต่ำกว่าอาจช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารเงินลงทุน และเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนพิจารณาผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าในระยะยาว

ทุนเวียดนามร่วมลงทุน สะท้อนเกม “Regional Capital”

 อีกมิติที่น่าสนใจคือการดึงกลุ่มทุนจากเวียดนามเข้ามาร่วมลงทุนในโครงการ ซึ่งสะท้อนว่า A Asset ไม่ได้วางเกมเฉพาะการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศ แต่กำลังเชื่อมต่อทุนและองค์ความรู้จากตลาดภูมิภาคเข้ากับโอกาสในประเทศไทย

 เบื้องหลัง A Asset มีรากฐานจาก PPSNบริษัทวิศวกรที่ปรึกษาและบริหารงานก่อสร้างที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2532 รวมถึงการร่วมลงทุนของBCONS ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของเวียดนาม ซึ่งมีประสบการณ์พัฒนาและบริหารโครงการมากกว่า 20,000 ยูนิต

 ประสบการณ์จากเวียดนามและตลาดต่างประเทศจึงถูกนำมาต่อยอดกับการพัฒนาโครงการในไทย โดยเฉพาะแนวคิดการพัฒนาเมือง การบริหารโครงการ และการสร้างพื้นที่ที่เติบโตไปพร้อมกับเมือง

ทองหล่อยังมีช่องว่าง แม้ตลาดลักชัวรีแข่งขันสูง

 ตลาดที่อยู่อาศัยทองหล่อมีตั้งแต่ Premium ราว 160,000-240,000 บาทต่อตารางเมตร Luxury 250,000-380,000 บาทต่อตารางเมตร Ultra Luxury 400,000-500,000 บาทต่อตารางเมตร ไปจนถึง Super Prime ที่สูงกว่า 500,000 บาทต่อตารางเมตร

 ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าทองหล่อยังเป็นตลาดที่มีทั้งกำลังซื้อและผลิตภัณฑ์ระดับบนจำนวนมาก แต่ในอีกด้านหนึ่ง การแข่งขันก็ทำให้การพัฒนาโครงการใหม่ไม่สามารถพึ่งพา “ความหรูหรา” เพียงอย่างเดียว

 A Asset จึงเลือกเติมโจทย์ที่บริษัทมองว่ายังเป็นช่องว่างของพื้นที่ นั่นคือ พื้นที่สีเขียว สุขภาพ ความเป็นส่วนตัว และการประหยัดเวลา

 แนวคิด “Simple Luxury เรียบง่ายอย่างมีรสนิยม” จึงถูกนำมาใช้แทนภาพความหรูหราที่ต้องพึ่งพาความอลังการ โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพของพื้นที่ ระบบอาคาร ความสะดวกในการใช้ชีวิต และการเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับชุมชนโดยรอบ