แสนสิริ ผ่านการยกระดับ SIRI CAMPUS สู่ Well-Being Workplace รองรับพนักงานกว่า 5,000 คนในเครือเปลี่ยนพื้นที่สำนักงานจากสถานที่สำหรับ “นั่งทำงาน” ให้กลายเป็นพื้นที่ที่ออกแบบมาเพื่อดูแลทั้งร่างกาย จิตใจ
KEY POINTS
- แสนสิริปรับโฉม SIRI CAMPUS ให้เป็น ‘Well-Being Workplace’ เพื่อดูแลสุขภาพกายและใจของพนักงานกว่า 5,000 คน ภายใต้แนวคิด “ชีวิตดี รู้สึกดีได้ทุกวัน”
- สร้าง 3 พื้นที่หลักเพื่อส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน ได้แก่ MOVE (ออกกำลังกาย), RECOVER (ฟื้นฟูร่างกายและป้องกัน Office Syndrome) และ RECHARGE (พักผ่อนเติมพลัง)
- ขยายแนวคิดการดูแลไปสู่นอกออฟฟิศ ผ่านสวัสดิการที่ครอบคลุมทั้งสุขภาพจิต การเงิน และชีวิตส่วนตัว เช่น สิทธิลาเพื่อการเปลี่ยนเพศ และเงินกู้ฉุกเฉิน
เมื่อ “คน” กลายเป็นโจทย์สำคัญไม่แพ้ “เทคโนโลยี” ในการแข่งขันของธุรกิจยุคใหม่ การสร้างองค์กรที่มีศักยภาพสูงจึงอาจไม่ได้จบอยู่แค่การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ต้องย้อนกลับมาดูว่า คนทำงานกำลังทำงานอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบไหน และองค์กรกำลังดูแลพวกเขาอย่างไร
โจทย์นี้กำลังถูกนำมาทดลองอย่างเป็นรูปธรรมที่ แสนสิริ ผ่านการยกระดับ SIRI CAMPUS สู่ Well-Being Workplace รองรับพนักงานกว่า 5,000 คนในเครือ โดยเปลี่ยนพื้นที่สำนักงานจากสถานที่สำหรับ “นั่งทำงาน” ให้กลายเป็นพื้นที่ที่ออกแบบมาเพื่อดูแลทั้งร่างกาย จิตใจ และคุณภาพชีวิตของคนทำงาน
ภายใต้แนวคิด “Sansiri WELL, WELL IN EVERY DAY — ชีวิตดี รู้สึกดีได้ทุกวัน” แสนสิรินำแนวคิด Preventive Healthcare เข้ามาเชื่อมกับชีวิตการทำงาน ผ่าน 3 พื้นที่หลัก MOVE – RECOVER – RECHARGE ตั้งแต่การออกกำลังกาย การฟื้นฟูร่างกาย ไปจนถึงพื้นที่สำหรับพักและเติมพลังระหว่างวัน เบื้องหลังแนวคิดนี้คือมุมมองที่ว่า สุขภาวะของพนักงานไม่ได้เป็นเพียงเรื่องสวัสดิการ หากแต่เกี่ยวข้องกับประสบการณ์การทำงาน ความผูกพันกับองค์กร และในท้ายที่สุดคือคุณภาพของผลงาน
จาก ‘ออฟฟิศ’ สู่พื้นที่สร้าง Well-Being
การปรับโฉม SIRI CAMPUS จึงไม่ได้เน้นเพียงการตกแต่งพื้นที่ให้มีความทันสมัย แต่เป็นการออกแบบสภาพแวดล้อมใหม่ให้ตอบโจทย์พฤติกรรมและความต้องการของคนทำงานหลากหลายเจเนอเรชัน
หัวใจสำคัญอยู่ที่ 3 พื้นที่ ซึ่งทำหน้าที่แตกต่างกัน แต่เชื่อมโยงกันเป็นระบบ
MOVE ขยับร่างกายให้พร้อมทำงาน
พื้นที่ออกกำลังกายถูกยกระดับด้วยอุปกรณ์และบริการที่เน้นทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัย ตั้งแต่ Pilates Studioที่ช่วยเสริมสร้างแกนกลางลำตัว เพิ่มความยืดหยุ่น และปรับบุคลิกภาพ ไปจนถึง Fitness & Personal Trainerพร้อมอุปกรณ์จาก Technogym ครอบคลุมทั้ง Cardio, Strength และ Functional Training
การมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยออกแบบโปรแกรมเฉพาะบุคคล สะท้อนการขยับจาก “พื้นที่ออกกำลังกาย” ไปสู่การสร้างระบบสนับสนุนสุขภาพที่สอดรับกับเป้โจทย์สำคัญของคนทำงานออฟฟิศคืออาการปวดเมื่อยและ Office Syndrome ซึ่งอาจนักงาน “ป่วยแล้วค่อยรักษา” แต่พยายามขยับไปสู่การดูแลเชิงป้องการยอมรับอีกด้านหนึ่งของโลกการทำงานยุคใหม่ว่า “เวลาพัก” ไม่จำเป็นต้องถูกมองเป็นเวลาที่สูญเสียไปจาก Productivity หากการพักอย่างเหมาะสมช่วยให้พนักงานกลับมาทาหมายของแต่ละคน
RECOVER ฟื้นฟู ก่อนปัญหาสุขภาพ
อีกโจทย์สำคัญของคนทำงานออฟฟิศคืออาการปวดเมื่อยและ Office Syndrome ซึ่งอาจกลายเป็นปัญหาสะสมหากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
SIRI CAMPUS จึงนำบริการฟื้นฟูเข้ามาไว้ภายในพื้นที่ทำงาน ทั้ง Cryotherapy สำหรับการบำบัดด้วยความเย็น, Red Light Therapy รวมถึง Physical Therapy Clinic ที่มีนักกายภาพบำบัดและเครื่องมือทางการแพทย์เข้ามาดูแลแนวคิดสำคัญจึงไม่ใช่การรอให้พนักงาน “ป่วยแล้วค่อยรักษา” แต่พยายามขยับไปสู่การดูแลเชิงป้องกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนของแนวคิด Preventive Healthcare
RECHARGE พักให้เป็น
ขณะที่การทำงานที่มีประสิทธิภาพไม่ได้หมายความว่าต้องทำงานต่อเนื่องตลอดเวลา พื้นที่ Recharge Pod และโซนพักผ่อนจึงถูกออกแบบมาเพื่อให้พนักงานมีจังหวะหยุดพัก ลดความเครียด และผ่อนคลายระหว่างวัน
นี่คือการยอมรับอีกด้านหนึ่งของโลกการทำงานยุคใหม่ว่า “เวลาพัก” ไม่จำเป็นต้องถูกมองเป็นเวลาที่สูญเสียไปจาก Productivity หากการพักอย่างเหมาะสมช่วยให้พนักงานกลับมาทำงานด้วยสภาพร่างกายและจิตใจที่พร้อมกว่าเดิม
Well-Being ไม่ได้จบแค่ในออฟฟิศ
สิ่งที่น่าสนใจของแนวทางนี้จึงไม่ได้อยู่ที่พื้นที่ 3 โซนเพียงอย่างเดียว เพราะแสนสิริวาง Well-Being ให้ครอบคลุมไปถึง “ชีวิตจริง” ของพนักงาน ผ่านชุดสวัสดิการที่ออกแบบให้ตอบโจทย์ปัญหานอกเหนือจากเรื่องงาน
ตั้งแต่การสนับสนุนค่ารักษาพยาบาลด้านสุขภาพจิต ไปจนถึงมาตรการช่วยลดภาระทางการเงิน เช่น เงินช่วยเหลือค่าครองชีพรายเดือน ทุนการศึกษาบุตร เงินกู้ฉุกเฉิน 0% และเงินกู้สำหรับค่ารักษาพยาบาลสัตว์เลี้ยง
ขณะเดียวกัน ยังมีสวัสดิการที่สะท้อนความหลากหลายของชีวิตคนทำงานมากขึ้น เช่น สิทธิลาเพื่อการเปลี่ยนเพศสภาพ และการลาพักใจเมื่อสูญเสียบุคคลในครอบครัวหรือสัตว์เลี้ยง
ภาพดังกล่าวสะท้อนการตีความคำว่า Well-Being ที่กว้างกว่าการมีฟิตเนสหรือพื้นที่พักผ่อนในสำนักงาน เพราะ “สุขภาวะ” ของคนทำงานไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในช่วงเวลาที่อยู่หลังโต๊ะทำงาน แต่เชื่อมโยงกับภาระทางการเงิน ความสัมพันธ์ สุขภาพกาย และสภาพจิตใจในชีวิตประจำวัน
Employee Experience กลายเป็นโจทย์ธุรกิจ
การลงทุนกับ Well-Being จึงกำลังขยับจากเรื่องของ HR ไปสู่โจทย์เชิงกลยุทธ์ขององค์กร สำหรับแสนสิริ แนวคิดนี้ตั้งอยู่บนความเชื่อว่า หากต้องการสร้างสรรค์บ้านและประสบการณ์ที่ส่งต่อความสุขให้ลูกบ้าน คนที่อยู่เบื้องหลังการสร้างสิ่งเหล่านั้นก็ต้องได้รับการดูแลเช่นเดียวกัน
จึงเกิดเป็นแนวคิดที่ว่า “พนักงานคือหัวใจของทุกความสำเร็จ” และ Well-Being ไม่ควรถูกจำกัดความเป็นเพียง “สวัสดิการ” แต่ควรถูกพัฒนาให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร SIRI CAMPUS จึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงสำนักงานใหญ่ หากแต่กำลังถูกใช้เป็นพื้นที่ทดลองว่า สภาพแวดล้อมในการทำงานและการดูแลพนักงานอย่างเป็นองค์รวม จะสามารถเชื่อมโยงกลับไปยัง Employee Engagement และประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างไร
ท้ายที่สุดแล้ว การแข่งขันขององค์กรในยุคที่ความรู้และความคิดสร้างสรรค์กลายเป็นทรัพยากรสำคัญ อาจไม่ได้วัดกันเพียงว่าใครมีเทคโนโลยีใหม่กว่า หรือใครทำงานได้เร็วกว่า แต่อาจรวมถึงคำถามว่า องค์กรใดสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้คนของตัวเอง “พร้อม” ที่จะสร้างผลงานได้ในระยะยาว





