วันอังคาร ที่ 8 กันยายน 2569

Login
Login

M82 หนุนหัวหิน จากเมืองตากอากาศ สู่ทำเลบ้านหลังที่สองของคนเมือง

ร่วมอิสสระ เผย M82 ช่วงบางขุนเทียน–เอกชัย–บ้านแพ้ว หนุนหัวหิน จากเมืองตากอากาศ สู่ทำเลบ้านหลังที่สองของคนเมือง

KEY POINTS

  • การเปิดทดลองใช้มอเตอร์เวย์ M82 (ช่วงบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว) ช่วยให้การเดินทางจากกรุงเทพฯ ลงสู่ภาคใต้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
  • ความสะดวกในการเดินทาง (Connectivity) ที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้หัวหินพัฒนาจากเมืองตากอากาศสู่ทำเล "บ้านหลังที่สอง" สำหรับคนเมือง
  • M82 ช่วยตอบสนองความต้องการอสังหาริมทรัพย์ในหัวหิน ซึ่งเป็นที่ต้องการของกลุ่มกำลังซื้อสูงที่มองหาบ้านเพื่อการพักผ่อนและการถือครองเป็นสินทรัพย์ระยะยาว
  • การเดินทางที่ง่ายขึ้นประกอบกับอุปทาน (Supply) ของที่ดินติดทะเลที่มีจำกัด ทำให้หัวหินเป็นตลาดอสังหาฯ ที่น่าจับตาสำหรับบ้านพักตากอากาศ

การเปิดทดลองใช้ M82 ช่วงบางขุนเทียน–เอกชัย–บ้านแพ้ว กำลังเพิ่มอีกหนึ่งแรงส่งให้การเดินทางลงใต้สะดวกขึ้น เมื่อโครงสร้างพื้นฐานมาบรรจบกับ Demand บ้านหลังที่สอง หัวหินจึงไม่ได้มีดีแค่ทะเล แต่กำลังมี “Connectivity” เป็นอีกแต้มต่อสำคัญ

เมื่อคนซื้ออสังหาริมทรัพย์ไม่ได้มองแค่ “บ้าน” แต่กำลังมองหาสินทรัพย์ที่ใช้พักผ่อนได้จริง และถือครองได้ในระยะยาว หัวหินจึงยังเป็นหนึ่งในตลาดที่น่าจับตา โดยเฉพาะที่ดินติดทะเลที่มี Supply จำกัด ขณะที่ดีมานด์จากกลุ่มกำลังซื้อระดับบนยังคงมีอยู่

ดิฐวัฒน์ อิสสระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ร่วมอิสสระ จำกัด กล่าวว่าอสังหาริมทรัพย์ในเมืองท่องเที่ยว อาจไม่ได้แข่งขันกันด้วยจำนวนโครงการเพียงอย่างเดียว เพราะเมื่อเวลาผ่านไป สิ่งที่สำคัญขึ้นเรื่อย ๆ กลับเป็นคำถามว่าทำเลแบบไหนที่สร้างเพิ่มไม่ได้อีก?

 หัวหินเป็นหนึ่งในเมืองที่คำถามนี้มีความหมาย เพราะตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เมืองแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียง Destination สำหรับการท่องเที่ยว แต่ยังพัฒนาไปสู่การเป็น “บ้านหลังที่สอง” ของกลุ่มกำลังซื้อระดับกลางถึงบน ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

 ด้วยระยะทางจากกรุงเทพฯ ที่ไม่ไกลเกินไป บรรยากาศการพักผ่อน สิ่งอำนวยความสะดวก และรูปแบบการใช้ชีวิตที่สามารถต่อยอดจาก “บ้านพักตากอากาศ” ไปสู่ “บ้านสำหรับอยู่อาศัยระยะยาว” ได้ และเมื่อความต้องการดังกล่าวมาเจอกับข้อจำกัดของที่ดินริมทะเลอสังหาริมทรัพย์ประเภท Beachfrontจึงกลายเป็นตลาดที่มีโจทย์แตกต่างจากคอนโดมิเนียมทั่วไป

 

บ้านหลังที่สอง ไม่จำเป็นต้องใช้เฉพาะวันหยุด

ดิฐวัฒน์ อิสสระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ร่วมอิสสระ จำกัด มองว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์หัวหินยังมีปัจจัยพื้นฐานที่น่าสนใจ โดยเฉพาะตลาดที่อยู่อาศัยระดับกลางถึงบนและบ้านพักตากอากาศ เหตุผลสำคัญคือหัวหินมีฐานลูกค้าที่ไม่ได้มองอสังหาริมทรัพย์เพียงเพื่อการลงทุน แต่ต้องการ “Utility” หรือประโยชน์จากการใช้งานจริง

 บางคนซื้อเพื่อพักผ่อนในช่วงวันหยุดบางคนใช้เป็นบ้านหลังที่สอง ขณะที่บางคนมองไปถึงการถือครองในระยะยาวโจทย์ของตลาดจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าอสังหาริมทรัพย์จะสร้างผลตอบแทนได้เท่าไรเพียงอย่างเดียว แต่คือ สินทรัพย์นั้นมีคุณค่ามากพอที่จะอยากถือไว้ในระยะยาวหรือไม่

 “ที่ดินริมทะเล” เป็น Supply ที่เพิ่มไม่ได้ง่าย ๆหากมองอสังหาริมทรัพย์ผ่านหลัก Demand และ Supply จุดที่น่าสนใจที่สุดของ Beachfront คือฝั่ง Supply ที่ดินติดชายหาดมีจำนวนจำกัดอยู่แล้ว และไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้เหมือนพื้นที่ในทำเลทั่วไป ยิ่งเป็นทำเลที่ต้องการทั้งวิวทะเล การเข้าถึงชายหาด ความเป็นส่วนตัว และการเชื่อมต่อกับเมือง ยิ่งทำให้ที่ดินลักษณะนี้มีข้อจำกัดมากขึ้น

 ในมุมของผู้ซื้อระดับบน นี่จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของ “วิวทะเล” แต่เป็นเรื่องของ Scarcity เพราะเมื่อ Supply มีข้อจำกัด อสังหาริมทรัพย์ที่มี Location แตกต่างอย่างชัดเจน ย่อมมี Positioning ที่ไม่เหมือนสินทรัพย์ทั่วไปในตลาดและหนึ่งในพื้นที่ที่สะท้อนภาพดังกล่าวได้ชัด คือ เขาตะเกียบ

 เขาตะเกียบมีจุดแข็งจากการอยู่ในตำแหน่งที่สามารถเชื่อมต่อกับตัวเมืองหัวหิน ร้านอาหาร แหล่งไลฟ์สไตล์ สถานที่ท่องเที่ยว และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ได้ขณะเดียวกันก็ยังรักษาบรรยากาศของเมืองพักผ่อน ทั้งความเป็นส่วนตัวและธรรมชาติ

 จากโจทย์นี้ “SASARA Hua Hin” จึงวางตัวเองเป็น Luxury Beachfront Residence บนชายหาดเขาตะเกียบ โดยพัฒนาบนที่ดินกว่า 5 ไร่ เป็นอาคาร Low Rise 4 ชั้น จำนวน 5 อาคาร รวม 110 ยูนิต และมีพื้นที่หน้าหาดประมาณ 46 เมตร

110 ยูนิต กับแนวคิด “Rare Living”

ความเป็นส่วนตัวไม่ได้เกิดจากพื้นที่ใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก “จำนวนคนที่ต้องแชร์” ในตลาด Luxury Residence อีกหนึ่งสิ่งที่ผู้ซื้อให้ความสำคัญคือ Privacy SASARA Hua Hin เลือกพัฒนาเป็น Low Rise Residence จำนวน 110 ยูนิต พร้อมห้องพัก 3 รูปแบบ ตั้งแต่ 1 Bedroom ขนาด 37–42 ตารางเมตร, 2 Bedroom ขนาด 74–92 ตารางเมตร และ 3 Bedroom ขนาด 155–160 ตารางเมตร

 ขณะที่พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบให้รองรับทั้งการพักผ่อนและ Active Lifestyle ตั้งแต่ 5 สระว่ายน้ำ, Beach Club, Pool Club, Fitness ไปจนถึง Sport Pavilion รวมถึงกิจกรรมริมชายหาด เช่น Surf, Kayak และ Paddle Board สิ่งเหล่านี้สะท้อนแนวคิดว่า บ้านพักตากอากาศในยุคนี้ไม่ได้มีหน้าที่เพียงเป็น “ที่นอนในวันหยุด” แต่ต้องสามารถเป็นพื้นที่สำหรับใช้ชีวิตได้จริง และอีกปัจจัยที่น่าสนใจคือ โครงการสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ ทำให้ผู้ซื้อสามารถเริ่มต้นใช้ประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์ได้ทันที

Rare Investmentไม่ได้ปล่อยเช่าอย่างเดียว

 สินทรัพย์ที่ดี อาจต้องตอบโจทย์ทั้งใช้เอง และ ถือยาวเมื่อพูดถึงอสังหาริมทรัพย์ในเมืองท่องเที่ยว คำว่า “Investment” มักถูกผูกกับเรื่องผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าแต่สำหรับ Luxury Beachfront Residence สมการอาจกว้างกว่านั้น เพราะผู้ซื้อกลุ่มนี้อาจไม่ได้ต้องการสร้างรายได้จากอสังหาริมทรัพย์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องการสินทรัพย์ที่สามารถใช้พักผ่อน เป็นบ้านหลังที่สอง และถือครองได้ในระยะยาว

 SASARA Hua Hin จึงวางแนวคิด “Rare Items” ไว้ 3 ด้าน ได้แก่

  • Rare Location — ทำเล Beachfront ที่มี Supply จำกัด
  • Rare Living   — จำนวนยูนิตจำกัดและพื้นที่รองรับการพักผ่อน
  • Rare Investment — สินทรัพย์ที่มีทั้ง Utility และความหายากของทำเล

แนวคิดนี้จึงไม่ใช่การมองอสังหาริมทรัพย์เป็นเพียงตัวเลขผลตอบแทนแต่คือการมองว่า เรากำลังถือครองอะไร เพราะหากสินทรัพย์หนึ่งสามารถใช้ประโยชน์ได้จริง มีทำเลที่หาได้ยาก และมีข้อจำกัดด้าน Supply สิ่งเหล่านี้อาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของคุณค่าระยะยาวของสินทรัพย์

 ถนนดีขึ้น เมืองก็มีโอกาสเติบโตขึ้น

 Connectivity เป็นอีกตัวแปรที่อาจเปลี่ยนภาพของหัวหินในระยะยาวนอกจากปัจจัยด้าน Lifestyle แล้ว อีกเรื่องที่น่าจับตาคือโครงสร้างพื้นฐาน ล่าสุด มอเตอร์เวย์ M82 ช่วงเอกชัย–บ้านแพ้ว ระยะทาง 16.4 กิโลเมตร เปิดทดลองให้ประชาชนใช้บริการเพิ่มเติมตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2569 ทำให้สามารถใช้ทางยกระดับ M82 ต่อเนื่องตั้งแต่บางขุนเทียน ผ่านเอกชัย ไปจนถึงบ้านแพ้ว รวมระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร โดยเปิดให้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมงในช่วงทดลองใช้

 แม้ M82 จะไม่ได้ทำให้หัวหินเดินทางใกล้กรุงเทพฯ ในทันที แต่การเพิ่มทางเลือกในการเดินทางจากกรุงเทพฯ และปริมณฑลลงสู่ภาคใต้ ย่อมเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ช่วยสนับสนุน Connectivity ของพื้นที่ และสำหรับอสังหาริมทรัพย์ เรื่องนี้มีความสำคัญ เพราะเมื่อการเดินทางสะดวกขึ้น เมืองก็มีโอกาสขยายฐานทั้งผู้มาเยือนและผู้พักอาศัยในระยะยาว โดยเฉพาะเมืองที่มีฐาน Demand ด้านการท่องเที่ยวและบ้านหลังที่สองอยู่แล้ว

 40 ปีของการอยู่กับตลาดชะอำ–หัวหิน

จากประสบการณ์ในพื้นที่ อาจเป็นแต้มต่อเมื่อเกมอสังหาฯ เปลี่ยนจาก “ขายยูนิต” เป็น “ขายคุณค่า” กลุ่มชาญอิสสระมีประสบการณ์พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ชะอำ–หัวหินมายาวนานกว่า 40 ปความได้เปรียบจึงไม่ได้อยู่เพียงการรู้จักทำเล แต่รวมถึงความเข้าใจพฤติกรรมของผู้ซื้อบ้านพักตากอากาศ และทิศทางของตลาดในพื้นที่

 การพัฒนา SASARA Hua Hin จึงเป็นการนำประสบการณ์ดังกล่าวมาต่อยอดสู่ตลาด Luxury Beachfront Residence โดยให้น้ำหนักกับ 2 เรื่องเป็นหลัก“ทำเล” และ “ประสบการณ์การอยู่อาศัย” มากกว่าการแข่งขันด้วยจำนวนยูนิตเพราะในตลาดที่ดินริมทะเล สิ่งที่สร้างเพิ่มได้คืออาคารแต่สิ่งที่สร้างเพิ่มไม่ได้ง่าย ๆ คือ ทำเลที่ติดทะเล และความหายากของที่ดินผืนนั้น

“บ้านพักตากอากาศ”สินทรัพย์ที่อยากถือไว้

 จุดแข็งของ SASARA Hua Hin จึงอยู่ที่การรวม 3 คุณค่าไว้ในสินทรัพย์เดียวหากมองตลาดหัวหินผ่านเลนส์ของการลงทุน สิ่งที่น่าสนใจอาจไม่ใช่เพียงราคาของอสังหาริมทรัพย์ แต่คือการมองไปถึง Demand + Utility + Scarcity หัวหินมีฐาน Demand จากบ้านหลังที่สองและบ้านพักตากอากาศ