อรรคเดช อุดมศิริธำรง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จํากัด (มหาชน) หรือ ORN เผยว่าภาพของธุรกิจในช่วงไตรมาส 3/2569 ยังคงเดินหน้าตามแผนที่วางไว้ โดยหัวใจสำคัญคือการบริหารพอร์ตโครงการที่มีคุณภาพ พร้อมเร่งส่งมอบโครงการในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอโอน หรือ Backlog ราว 4,262 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวสูง 68% และโครงการแนวราบ 32%ตัวเลขดังกล่าวจึงเป็นเสมือนรายได้ที่รอการส่งมอบในอนาคต และเป็นหนึ่งในฐานสำคัญที่อรสิรินใช้รองรับการเติบโตในช่วงครึ่งหลังของปี
เปิดเดอะ เน็กซ์ เจ็ดยอด 4 เจาะคนรุ่นใหม่
อีกหนึ่งหมากสำคัญของอรสิริน คือการเปิดตัวคอนโดมิเนียม “เดอะ เน็กซ์ เจ็ดยอด 4” คอนโด Private Low Rise บนทำเลย่านเจ็ดยอด ใจกลางเมืองเชียงใหม่จุดขายของโครงการอยู่ที่แนวคิดคอนโดมิเนียมปลอดฝุ่น พร้อมมาตรฐานอาคารสีเขียวEDGE ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นแห่งแรกในเชียงใหม่โครงการนี้ถูกวางให้ตอบโจทย์ทั้งคนรุ่นใหม่และกลุ่มครอบครัวที่ต้องการที่อยู่อาศัยใจกลางเมือง การเปิดโครงการใหม่ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มสินค้าในพอร์ต แต่ยังเป็นการเติมยอดขายใหม่ เพื่อรักษาความต่อเนื่องของ Backlog ในระยะถัดไป
จากเชียงใหม่สู่ภูเก็ตขยับเกมสู่ “รายได้ประจำ”
หากเชียงใหม่คือฐานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เดิม ภูเก็ตกำลังถูกวางให้เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ยุทธศาสตร์ใหม่ของอรสิริน บริษัทอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมพัฒนา คอมมูนิตี้มอลล์แห่งใหม่ในจังหวัดภูเก็ตเพื่อรับกับการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงกำลังซื้อจากทั้งผู้บริโภคชาวไทยและชาวต่างชาติเป้าหมายคือเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในช่วง ต้นปี 2570สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ได้อยู่แค่การขยายพื้นที่จากเชียงใหม่ไปภูเก็ต แต่คือการเปลี่ยนโครงสร้างรายได้บางส่วนจากธุรกิจที่อยู่อาศัย ซึ่งมีลักษณะเป็นรายได้ตามรอบการโอน มาเป็นธุรกิจที่สามารถสร้าง Recurring Incomeได้อย่างต่อเนื่อง
Mill Hill และทรัพย์มือสอง เติมพอร์ต
นอกจากอสังหาริมทรัพย์แล้ว อรสิรินยังเดินหน้าธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โดย Mill Hill International School Thailandมุ่งสร้างการรับรู้ในกลุ่มผู้ปกครองและครอบครัวที่มองหาการศึกษามาตรฐานระดับสากล เพื่อขยายฐานนักเรียนใหม่ในปีการศึกษาถัดไปขณะเดียวกัน ธุรกิจทรัพย์มือสองยังสามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ต และเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำภาพดังกล่าวสะท้อนความพยายามที่จะสร้างธุรกิจให้มีหลายขา มากกว่าการพึ่งพารายได้จากการขายและโอนที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว
ครึ่งปีหลัง “ปิดการขาย” ให้ได้มากขึ้น
ท่ามกลางตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่การแข่งขันสูง อรสิรินเตรียมใช้กลยุทธ์การตลาดเชิงรุก ผ่านแคมเปญและกิจกรรมส่งเสริมการขายที่ครอบคลุมทุกโครงการในพอร์ตแต่โจทย์สำคัญไม่ใช่เพียงการทำโปรโมชั่นให้แรงขึ้น เพราะบริษัทจะออกแบบข้อเสนอให้สอดคล้องกับ ระดับราคา ทำเล ช่วงเวลา และกลุ่มลูกค้าตั้งแต่กลุ่มที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง ครอบครัว ไปจนถึงผู้ซื้อที่มองหาสินทรัพย์เพื่อการลงทุนเป้าหมายปลายทางคือการเร่งการตัดสินใจซื้อ เพิ่มโอกาสปิดการขาย และสร้างยอดขายใหม่เพื่อเติม Backlog อย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี
กลยุทธ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบนฐานผลประกอบการที่เติบโตค่อนข้างชัดเจนในไตรมาส 2/2569อรสิรินมีรายได้รวม611.78 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 69.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่มีกำไรสุทธิ60.07 ล้านบาทเพิ่มขึ้นถึง 139.8%
เมื่อมองภาพรวมครึ่งปีแรก 2569 บริษัทมีรายได้รวม1,113.15 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 39.2% และมีกำไรสุทธิ100.22 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 57.3%จึงเป็นจังหวะที่อรสิรินกำลังพยายามต่อยอดจากการเติบโตของผลประกอบการไปสู่ การสร้างฐานรายได้ในระยะยาว
เพราะเกมต่อจากนี้ไม่ได้มีเพียงการเร่งโอน Backlog 4,262 ล้านบาทเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างยอดขายใหม่จากโครงการเชียงใหม่ การเปิดพื้นที่ธุรกิจใหม่ในภูเก็ต และการเพิ่มรายได้ประจำจากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องหากทำได้ตามแผน ครึ่งหลังของปี 2569 จึงอาจเป็นอีกช่วงสำคัญที่ อรสิรินใช้พิสูจน์ว่า จากเดิมที่เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเชียงใหม่ บริษัทสามารถขยับไปสู่การเป็น แพลตฟอร์มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และรายได้ประจำ ที่มีรายได้หลากหลายมากขึ้นได้หรือไม่



