จุฬาฯ เปิดหลักสูตรผู้บริหาร Wellness Real Estate ติดอาวุธนักพัฒนาอสังหาฯ รับเทรนด์ Longevity Economy ชู “สภาพแวดล้อม” เป็นกลไกสำคัญสร้างสุขภาวะองค์รวม
เมื่อโลกกำลังเดินหน้าเข้าสู่สังคมสูงวัย และพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนจากการ “รักษาเมื่อป่วย” ไปสู่การ “ป้องกันและดูแลสุขภาพตั้งแต่ต้น” อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์กำลังเผชิญโจทย์ใหม่ที่มากกว่าการสร้างพื้นที่สวยงามและตอบโจทย์การใช้ชีวิต
เพราะในวันที่ “Longevity Economy” หรือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยความต้องการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพกำลังขยายตัว คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า บ้านหรืออาคารจะสร้างอย่างไร แต่คือ สภาพแวดล้อมจะช่วยให้คนมีสุขภาพกายและใจที่ดีขึ้นได้อย่างไร
ด้วยเหตุนี้ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางการออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน (Center of Excellence in Universal Design) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงเดินหน้าขับเคลื่อนองค์ความรู้ด้านWellness Real Estate ผ่านหลักสูตรระยะสั้นระดับผู้บริหาร “Wellness Real Estate: Success Story” มุ่งบูรณาการเรื่องสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีเข้ากับการออกแบบ การก่อสร้าง และการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ เพื่อพัฒนาไปสู่แนวคิด “ชุมชนคนอายุยืน” (Longevity Community)
โรงพยาบาลไม่ใช่บ้าน 90% ของชีวิตเกิดขึ้นนอกโรงพยาบาล
แพทย์หญิงนาฏ ฟองสมุทร วิทยากรผู้เชี่ยวชาญประจำหลักสูตร กล่าวว่า การเข้าสู่สังคมสูงวัยทำให้โจทย์ด้านสุขภาพของประชากรเปลี่ยนไป แม้ประเทศไทยจะมีจุดแข็งด้านระบบการแพทย์และ Wellness Tourism ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก แต่การทำให้คนมีสุขภาพดีในระยะยาวจำเป็นต้องมองไกลกว่าการรักษาพยาบาลหัวใจสำคัญอยู่ที่“สภาพแวดล้อม” ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผู้คนใช้ชีวิตในแต่ละวัน และสามารถออกแบบให้เอื้อต่อการสร้างพฤติกรรมสุขภาพได้
“โรงพยาบาลไม่ใช่บ้าน” เพราะชีวิตส่วนใหญ่ของคนเราไม่ได้อยู่ในโรงพยาบาล แต่เกิดขึ้นในบ้าน ที่ทำงาน และสภาพแวดล้อมรอบตัว ดังนั้น หากพื้นที่ถูกออกแบบอย่างเหมาะสม ก็สามารถกระตุ้นให้คนอยากขยับร่างกาย อยากออกไปพบธรรมชาติ ช่วยเยียวยาจิตใจ และส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพได้โดยแทบไม่ต้องฝืนตัวเอง
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากHealthcare Economy สู่ Wellness และ Longevity Economyที่อสังหาริมทรัพย์ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็น “สถานที่อยู่อาศัย” แต่กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของการสร้างคุณภาพชีวิต
Wellness Real Estate โตแรง
ศาสตราจารย์ไตรรัตน์ จารุทัศน์ ผู้อำนวยการหลักสูตร และอาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ตลาด Wellness Real Estate กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและการเข้าสู่สังคมสูงวัย
ข้อมูลจาก Global Wellness Institute ระบุว่า เศรษฐกิจ Wellness ทั่วโลกมีมูลค่า 6.8 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2567เพิ่มขึ้น 7.9% จากปีก่อน และคาดว่าจะขยายตัวเฉลี่ย 7.6% ต่อปี แตะเกือบ 9.8 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2572 ขณะที่ Wellness Real Estate และ Mental Wellness เป็นหนึ่งในกลุ่มที่เติบโตเร็วที่สุดของเศรษฐกิจ Wellness โลก
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า “สุขภาวะ” กำลังกลายเป็นปัจจัยทางเศรษฐกิจที่มีน้ำหนักมากขึ้น และเปิดโอกาสใหม่ให้กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ตั้งแต่ที่อยู่อาศัย โรงแรม รีสอร์ต โรงพยาบาล ไปจนถึงโครงการ Senior Living
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญยังอยู่ที่การทำให้แนวคิด Wellness Real Estate ไม่จำกัดอยู่เฉพาะตลาดระดับบน แต่สามารถขยายไปสู่ ที่อยู่อาศัยระดับกลาง (Middle-income) ที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้จริง
อีกโจทย์สำคัญคือการนำอาคารและโครงการเดิมกลับมาปรับปรุง หรือ Retrofittingให้ตอบโจทย์สุขภาวะมากขึ้น พร้อมผสานแนวคิดUniversal Design ที่ออกแบบพื้นที่ให้คนทุกวัยและทุกความสามารถใช้งานได้ รวมถึงให้ความสำคัญกับMental Healthซึ่งกำลังกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของการออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยในยุค Longevity
ไม่ใช่แค่สร้างตึก แต่ต้องออกแบบวิถีชีวิต
หลักสูตร “Wellness Real Estate: Success Story” จึงถูกออกแบบในมุมมองของผู้บริหาร โดยเน้นให้ผู้เรียนสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้กับโครงการจริง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาโครงการใหม่ การปรับปรุงอาคารเดิม หรือการต่อยอดโมเดลธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้ตอบรับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่
เนื้อหาหลักสูตรผสมผสานทั้งองค์ความรู้เชิงทฤษฎีตามมาตรฐานสากล และกรณีศึกษาจากโครงการจริงในหลายรูปแบบ ทั้งWellness Resort, Wellness Hotel, Wellness Hospital, Wellness Residence และ Wellness Senior Living
จุดเน้นไม่ได้อยู่เพียงการถอดบทเรียนจากโครงการที่ประสบความสำเร็จ แต่ยังครอบคลุมบทเรียนจากความผิดพลาด เพื่อให้ผู้บริหารมองเห็นทั้งโอกาส ความเสี่ยง และปัจจัยที่ทำให้โครงการ Wellness Real Estate สามารถสร้างคุณค่าได้ในระยะยาว
พัฒนาอสังหาฯรับคลื่น Longevity Economy
สำหรับภาคธุรกิจ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจไม่ได้หมายถึงการเพิ่มพื้นที่ฟิตเนส สวน หรือสปาเข้าไปในโครงการเท่านั้น แต่คือการเปลี่ยนวิธีคิดตั้งแต่ต้นน้ำ ตั้งแต่การทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค การวางผัง การออกแบบอาคาร การเลือกวัสดุ การเชื่อมต่อกับธรรมชาติ ไปจนถึงการบริหารจัดการพื้นที่หลังเปิดใช้งาน
กล่าวอีกนัยหนึ่ง Wellness Real Estate กำลังขยับจาก “ฟีเจอร์เสริม” มาเป็น “กลยุทธ์ธุรกิจ” และเป็นหนึ่งในโอกาสสำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในการรับมือกับสังคมสูงวัยและความต้องการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ
หลักสูตรระยะสั้น 2 วันของจุฬาฯ จึงมุ่งสร้างทั้งองค์ความรู้เชิงกลยุทธ์สำหรับผู้บริหาร การเรียนรู้จาก Project-based Case Studies ตลอดจนการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ เพื่อให้นักพัฒนาและผู้ประกอบการสามารถมองเห็นภาพใหญ่ของตลาด Wellness Real Estate และนำไปต่อยอดกับธุรกิจของตัวเองได้จริง



