ถนนราชพฤกษ์ตัดใหม่กำลังเปลี่ยนบทบาทจากเส้นทางเชื่อมต่อชานเมือง สู่หนึ่งในทำเลที่ถูกจับตาของตลาดที่อยู่อาศัยฝั่งตะวันตกกรุงเทพฯจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นหลังการเปิดใช้งานโครงการถนนส่วนต่อขยายช่วงปลายปี 2561 ซึ่งเชื่อมต่อทางหลวงหมายเลข 345 ในจังหวัดนนทบุรี ไปยังทางหลวงหมายเลข 346 ในจังหวัดปทุมธานี
New Growth Corridor ของฝั่งตะวันตก
ทำให้โครงข่ายการเดินทางระหว่างนนทบุรี ปทุมธานี และกรุงเทพฯ มีความต่อเนื่องมากขึ้นด้วยถนนขนาด 6 ช่องจราจรและเส้นทางที่เอื้อต่อการเดินทางเข้าเมือง ทำให้พื้นที่ซึ่งเดิมมีภาพจำเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ค่อยๆ เปลี่ยนโฉมเป็นพื้นที่รองรับการขยายตัวของเมือง
เมื่อ “การเดินทาง” ดีขึ้น ตลาดอสังหาริมทรัพย์จึงตามมา ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม ไปจนถึงโครงการระดับพรีเมียมจากผู้ประกอบการรายใหญ่ ขณะที่ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร และคาเฟ่ ก็ทยอยเข้ามาเติมเต็มการใช้ชีวิต
จาก “ผู้พัฒนาโครงการ” สู่การสร้างเมืองขนาดย่อม
สำหรับแสนสิริ เกมในราชพฤกษ์ตัดใหม่ไม่ได้หยุดอยู่ที่การเปิดโครงการบ้านเป็นรายแห่ง แต่กำลังขยับสเกลสู่การสร้าง Ecosystem ของการอยู่อาศัย
อาณัติ กิตติกุลเมธี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการกลุ่มแรกๆ ที่เข้ามาพัฒนาทำเลราชพฤกษ์ตัดใหม่ โดยเน้นโครงการที่เข้าถึงได้ และสามารถรองรับความต้องการของครอบครัวหลากหลายกลุ่ม
ที่ผ่านมา แสนสิริปิดการขายโครงการในพื้นที่ไปแล้ว 5 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท และส่งมอบที่อยู่อาศัยให้ลูกบ้านแล้วกว่า 2,000 ครอบครัวความสำเร็จดังกล่าวกลายเป็นฐานสำคัญให้บริษัทเดินหน้าซื้อที่ดินผืนใหญ่ เพื่อยกระดับการลงทุนครั้งใหม่ภายใต้ชื่อ“Sansiri New Ratchapruek Community”
1,000 ไร่ 11 โครงการ เดิมพันเกมระยะยาว
Sansiri New Ratchapruek Community ถูกวางให้เป็นคอมมูนิตี้ที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ที่สุดของแสนสิริ โดยครอบคลุมพื้นที่รวมกว่า 1,000 ไร่ภายในสิ้นปี 2569 จะมีโครงการรวม 11 โครงการ ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 11,000 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้เป็น 3 โครงการใหม่ที่จะเปิดตัวในเดือนกันยายน
ขณะเดียวกันบริษัทยังเตรียมแผนพัฒนาเพิ่มเติมอีกกว่า 8 โครงการในระยะถัดไปนั่นหมายความว่า กลยุทธ์ของแสนสิริกำลังเปลี่ยนจากการ “ขายบ้านบนทำเล” ไปสู่การสร้าง Residential Ecosystem ที่มีขนาดใหญ่พอจะสร้างแรงส่งให้กับพื้นที่โดยรอบเพราะเมื่อจำนวนผู้อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น สิ่งที่ตามมาคือความต้องการบริการ ร้านค้า ไลฟ์สไตล์ และโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ ซึ่งในมุมของผู้พัฒนา นี่คือกลไกที่จะทำให้มูลค่าของทำเลเติบโตไปพร้อมกับจำนวนประชากร
ดีมานด์แรงหนุน ราคาที่ดินขยับตามศักยภาพ
ข้อมูลจากบริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด หรือ AREA สะท้อนว่า ตลาดที่อยู่อาศัยในพื้นที่ยังมีอัตราการดูดซับที่ค่อนข้างดีในหลายประเภทปัจจัยสำคัญมาจากการเดินทางเข้าเมืองที่สะดวกขึ้น ประกอบกับการเข้ามาลงทุนของผู้ประกอบการรายใหญ่ช่วยสร้างความคึกคักให้กับตลาดอสังหาริมทรัพย์ฝั่งตะวันตกราคาที่ดินก็ขยับขึ้นตามศักยภาพของทำเล
โดยมีทั้งแปลงที่ประกาศขายและให้เช่า ขณะที่ราคาขายที่พบอยู่ในช่วงประมาณ 20-40 ล้านบาทต่อไร่ หรือราว 50,000-75,000 บาทต่อตารางวา ภาพดังกล่าวสะท้อนว่า ราชพฤกษ์ตัดใหม่ไม่ได้แข่งขันกันเฉพาะเรื่อง “บ้านราคาเท่าไร” อีกต่อไป แต่กำลังเข้าสู่การแข่งขันเรื่อง “ใครจะสร้างคอมมูนิตี้ได้สมบูรณ์กว่า”
ก.ย.นี้เปิด 3 โปรเจกต์ เจาะตลาดตั้งแต่ 1.79-8 ล้าน
หมากสำคัญของแสนสิริในปีนี้คือการเปิดตัว 3 โครงการใหม่ในเดือนกันยายน 2569 ครอบคลุมตั้งแต่ทาวน์โฮม บ้านแฝด ไปจนถึงบ้านเดี่ยว เพื่อขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมหลายเซกเมนต์
“เมเบิล ราชพฤกษ์ตัดใหม่” บ้านเดี่ยวสายมินิมอลโครงการมูลค่า 560 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 22 ไร่ จำนวน 102 ยูนิต พัฒนาเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ภายใต้แนวคิด “My Home, My Label” และดีไซน์สไตล์ Japandi มีแบบบ้าน 3 ขนาด พื้นที่ใช้สอย 156-189 ตารางเมตร พร้อมคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือ ฟิตเนส สวน Jogging Lane สนามเด็กเล่น และ Pet Stationราคาตั้งแต่ 4.89-8 ล้านบาท
“อณาสิริ ราชพฤกษ์ตัดใหม่” ยกระดับบ้านแฝด-บ้านเดี่ยวด้วย Mediterranean Designโครงการมูลค่า 1,100 ล้านบาท จำนวน 219 ยูนิต บนทำเลติดถนนราชพฤกษ์ตัดใหม่ พัฒนาเป็นบ้านแฝดและบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ในดีไซน์ Mediterranean ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเมืองตากอากาศชายฝั่งทะเล
จุดขายสำคัญคือแบบบ้านใหม่ของอณาสิริที่รองรับที่จอดรถสูงสุด 3 คัน พร้อมพื้นที่ใช้สอย 145-198 ตารางเมตร ห้องอเนกประสงค์หรือห้องนอนชั้นล่าง และห้องนอนมาสเตอร์พร้อมห้องน้ำในตัวพื้นที่ส่วนกลางกว่า 3 ไร่ ประกอบด้วยคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำ ทะเลสาบ สวนสาธารณะ และ Pet Parkราคาตั้งแต่ 4.39-7 ล้านบาท
“สิริ เพลส ราชพฤกษ์ตัดใหม่” ทาวน์โฮมดึงคนรุ่นใหม่เข้าคอมมูนิตี้โครงการมูลค่า 340 ล้านบาท จำนวน 152 ยูนิต เจาะตลาดทาวน์โฮม 2 ชั้น บนพื้นที่ใช้สอย 99-111 ตารางเมตรดีไซน์ Modern Loft Style ได้แรงบันดาลใจจากศิลปินระดับโลก Piet Mondrian พร้อมชูฟังก์ชันเพดานห้องนอนใหญ่สูง 3.35 เมตร และพื้นที่ส่วนกลางทั้งคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวน และ Pet Parkราคาตั้งแต่ 1.79-3 ล้านบาท
ไม่ใช่แค่ขายบ้าน แต่สร้าง “3,000 ครอบครัว” ใหม่
ในภาพใหญ่ แสนสิริวางเป้าหมายรองรับครอบครัวใหม่ใน Sansiri New Ratchapruek Community อีกกว่า 3,000 ครอบครัวในระยะยาวตัวเลขนี้จึงมีนัยมากกว่ายอดขายโครงการ เพราะจำนวนครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นสามารถสร้าง “ดีมานด์ใหม่” ให้กับพื้นที่ ทั้งร้านค้า บริการ ไลฟ์สไตล์ และสิ่งอำนวยความสะดวก
ซึ่งอาจกลายเป็นแรงดึงดูดให้ผู้ประกอบการรายอื่นเข้ามาลงทุนเพิ่มเติมเกมของแสนสิริครั้งนี้จึงไม่ได้วัดกันเพียงจำนวนยูนิตหรือมูลค่าโครงการ 11,000 ล้านบาท แต่เป็นการเดิมพันว่า“การสร้างคอมมูนิตี้” สามารถสร้างการเติบโตให้ทั้งทำเลได้หรือไม่
หากแผนเดินหน้าได้ตามเป้าหมาย ราชพฤกษ์ตัดใหม่อาจไม่ได้เป็นเพียงถนนสายใหม่ที่เชื่อมนนทบุรีกับปทุมธานี แต่มีโอกาสพัฒนาไปสู่หนึ่งใน New Growth Areas ของตลาดที่อยู่อาศัยฝั่งตะวันตกและ Sansiri New Ratchapruek Community กำลังถูกวางให้เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการเปลี่ยนผ่าน



