การซื้อบ้านในวันนี้อาจไม่ได้จบลงเมื่อได้รับกุญแจ สำหรับผู้ซื้อจำนวนไม่น้อย วันรับมอบบ้านกลับเป็นจุดเริ่มต้นของอีกหลายภารกิจ ตั้งแต่เลือกเฟอร์นิเจอร์ ออกแบบ Built-in จัดวางพื้นที่ ไปจนถึงการคุมงบประมาณและประสานงานผู้รับเหมาจาก “บ้านที่ซื้อ” จึงอาจกลายเป็น “โปรเจกต์ที่ต้องบริหาร” อีกหนึ่งรายการในชีวิต
ขณะที่พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่กำลังเปลี่ยนไป โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานที่ให้ความสำคัญกับเวลาและความสะดวกมากขึ้น ความต้องการจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่บ้านทำเลดีหรือฟังก์ชันครบ แต่ขยับไปสู่โจทย์ว่า “ซื้อแล้วเข้าอยู่ได้เมื่อไร”
นี่เป็น Pain Point ที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์กำลังนำมาใช้เป็นโจทย์ในการออกแบบประสบการณ์การซื้อบ้าน หนึ่งในนั้นคือ เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่นที่เปิดตัวแคมเปญ “SC Ready to Live”ภายใต้แนวคิด “ซื้อบ้านแต่งครบ SC เข้าอยู่ได้ทันที” เพื่อรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการลดขั้นตอนหลังการซื้อ และสามารถเริ่มต้นใช้ชีวิตในบ้านหลังใหม่ได้เร็วขึ้น
“เวลา” กลายเป็นต้นทุนที่มองไม่เห็น
ณัฏฐกิตติ์ ศิริรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานนวัตกรรมการตลาดและการออกแบบ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า พฤติกรรมของผู้ที่กำลังมองหาบ้านเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนลูกค้าไม่ได้มองเพียงทำเลหรือฟังก์ชันของบ้าน แต่ต้องการบ้านที่สามารถเริ่มต้นใช้ชีวิตได้ทันที โดยไม่ต้องใช้เวลาไปกับการตกแต่งหรือจัดการรายละเอียดหลังการซื้อที่มีความซับซ้อน โจทย์ดังกล่าวสะท้อนว่า “เวลา” กำลังกลายเป็นต้นทุนอีกประเภทหนึ่งของการซื้อบ้าน
เพราะนอกจากราคาบ้านแล้ว ผู้ซื้อยังต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายในการตกแต่ง ค่าแรงผู้รับเหมา ระยะเวลาในการดำเนินงาน รวมถึงความเสี่ยงที่งบประมาณจะเพิ่มขึ้นจากสิ่งที่ไม่ได้วางแผนไว้ตั้งแต่ต้นดังนั้น บ้านที่พร้อมอยู่จึงไม่ได้หมายถึงเพียงความสะดวก แต่ยังเป็นการลด “ต้นทุนแฝง” หลังการซื้อ
จาก Pain Point ลูกค้า สู่โจทย์ บ้านพร้อมอยู่
ณัฏฐกิตติ์ ระบุว่า จากการวิเคราะห์ Pain Point และ Needs ของลูกค้า พบความต้องการหลายด้านที่เชื่อมโยงกัน ทั้งการต้องการควบคุมงบประมาณ ไม่มีเวลาตกแต่ง ไม่ถนัดด้านการออกแบบ ต้องการย้ายเข้าอยู่เร็ว ไม่ต้องการต่อเติมเอง รวมถึงไม่ต้องการเผชิญกับฝุ่น กลิ่นสี และความยุ่งยากจากการทำงานของผู้รับเหมา ขณะเดียวกัน ยังมีความต้องการเฉพาะกลุ่ม เช่น ผู้ที่ต้องการบ้านซึ่งสะท้อนสไตล์การใช้ชีวิต หรือผู้ที่ซื้อบ้านเพื่อเป็นเรือนหอและต้องการให้ทุกอย่างพร้อมตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตคู่
สิ่งเหล่านี้นำไปสู่แนวคิดสำคัญของแคมเปญ คือการเปลี่ยนประสบการณ์ซื้อบ้านจาก “การเริ่มต้นด้วยภาระ” ไปสู่ “การเริ่มต้นด้วยความพร้อม”SC จึงนำบ้านมาตกแต่งโดยทีมอินทีเรียดีไซเนอร์ โดยพิจารณาทั้งดีไซน์ ฟังก์ชัน การจัดวางพื้นที่ วัสดุ และบรรยากาศ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเห็นภาพการอยู่อาศัยจริงก่อนตัดสินใจ
“แต่งครบ” ต้องตอบโจทย์มากกว่าความสวย
ความน่าสนใจของแนวคิด Ready to Live อยู่ที่การขยับคำว่า “บ้านแต่งครบ” จากเรื่องของความสวยงามไปสู่เรื่องของ “การใช้งาน”เพราะบ้านในยุคใหม่ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงพื้นที่พักอาศัย แต่เป็นทั้งพื้นที่ทำงาน พื้นที่พักผ่อน พื้นที่สร้างคอนเทนต์ และพื้นที่สำหรับใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวการจัดวางเฟอร์นิเจอร์จึงต้องสัมพันธ์กับพื้นที่จริง ขนาด Built-in ต้องเหมาะสมกับห้อง และฟังก์ชันต่าง ๆ ต้องรองรับพฤติกรรมของผู้อยู่อาศัยการตกแต่งบ้านตั้งแต่ต้นจึงมีผลต่อทั้งความสะดวกและการตัดสินใจซื้อในมุมนี้ “บ้านพร้อมอยู่” จึงเป็นมากกว่าสินค้า แต่เป็นการออกแบบประสบการณ์ตั้งแต่ก่อนการซื้อ ไปจนถึงวันที่ลูกค้าเปิดประตูเข้าอยู่อาศัยจริง
30 โครงการ เจาะหลายเซกเมนต์
ภายใต้แคมเปญ SC Ready to Live บริษัทเปิดให้ลูกค้าเลือกชมบ้านตกแต่งพร้อมอยู่มากกว่า 30 โครงการ ครอบคลุมทำเลในกรุงเทพฯ และปริมณฑลราคาตั้งแต่5.99-135 ล้านบาท เพื่อรองรับลูกค้าหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่ผู้ซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัยเอง ไปจนถึงกลุ่มครอบครัวและผู้ที่ต้องการบ้านระดับบน จุดขายสำคัญคือ ลูกค้าสามารถเห็นสิ่งที่จะได้รับจริง ทั้งการจัดวางพื้นที่ เฟอร์นิเจอร์ โทนสี วัสดุ และฟังก์ชันการใช้งานการลดช่องว่างระหว่าง “บ้านตัวอย่าง” กับ “บ้านที่ลูกค้าจะได้รับ” จึงเป็นอีกกลไกหนึ่งในการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อ
แข่งขันด้วย “ความพร้อม” มากกว่าราคา
การเปิดตัว SC Ready to Live จึงสะท้อนทิศทางการแข่งขันของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มขยับจากการแข่งขันด้านตัวสินค้าไปสู่การแข่งขันด้านประสบการณ์เมื่อผู้บริโภคมีข้อจำกัดทั้งด้านกำลังซื้อ เวลา และความต้องการความแน่นอน
การนำเสนอสินค้าในรูปแบบ “พร้อมอยู่” จึงสามารถตอบโจทย์ได้พร้อมกันหลายด้าน ทั้งลดขั้นตอนหลังการซื้อ ลดความกังวลเรื่องการตกแต่ง และทำให้ผู้ซื้อเห็นภาพการใช้ชีวิตจริงได้ชัดเจนขึ้นท้ายที่สุดแล้ว การแข่งขันในตลาดบ้านอาจไม่ได้วัดกันเพียงว่าใครสร้างบ้านได้สวยกว่า ใหญ่กว่า หรือทำเลดีกว่าแต่กำลังขยับไปสู่คำถามว่าใครสามารถทำให้ลูกค้า “เริ่มต้นชีวิตในบ้านใหม่” ได้ง่ายกว่าSC จึงเลือกนำ “Ready to Live” มาเป็นหนึ่งในคำตอบของเกมครึ่งปีหลัง



