วันอังคาร ที่ 25 สิงหาคม 2569

Login
Login

แสนสิริจับมือโนมูระผุดTHE MONUMENTสาทรเริ่มต้น 9.9ถึง150ล้านเจาะHNWIs

ท่ามกลางตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่การแข่งขันไม่ได้วัดกันเพียงจำนวนยูนิตหรือระดับราคา แต่กำลังขยับไปสู่การช่วงชิง “สินทรัพย์ที่สร้างคุณค่าในระยะยาว” ทำเลใจกลางกรุงเทพฯ โดยเฉพาะย่าน CBD อย่างสาทร ยังคงเป็นสมรภูมิสำคัญของตลาดลักซ์ชัวรีเหตุผลสำคัญไม่ได้อยู่เพียงการเป็นศูนย์กลางธุรกิจและการเงิน หากแต่เป็นข้อจำกัดด้านอุปทานใหม่ ขณะที่ที่ดิน Freehold แปลงใหญ่ในทำเล Prime CBD มีจำนวนจำกัดมากขึ้นเรื่อยๆ

โจทย์ดังกล่าวจึงกลายเป็นพื้นที่ให้ แสนสิริ กลับมาเปิดตัวแบรนด์คอนโดมิเนียมระดับ Legacy อย่าง “THE MONUMENT” อีกครั้งในรอบ 10 ปี กับ “THE MONUMENT SATHON” โครงการใหม่บนสาทร ซอย 10 ที่บริษัทวางตำแหน่งให้เป็น Rare Freehold และ New Luxury Living แห่งใหม่ของย่าน
 

 4.5 พันล้าน ปักหมุดสาทร เดิมพันตลาด HNWIs

“THE MONUMENT SATHON” ตั้งอยู่บนทำเลสาทร ซอย 10 เป็นคอนโดมิเนียมสูง 29 ชั้น จำนวน 185 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 9.9 ล้านบาท ไปจนถึงระดับ 150 ล้านบาทตั้งแต่ห้องขนาด 1 ห้องนอน 39 ตารางเมตร ไปจนถึง Rare Item อย่างห้องเพนต์เฮาส์ขนาด 240–303 ตารางเมตร ซึ่งมีเพียง 2 ยูนิตเท่านั้น

อีกหนึ่งจุดที่สะท้อนการวางตำแหน่งโครงการในตลาดระดับบน คือที่จอดรถแบบ Conventional Parking มากกว่า 100% ขณะที่พื้นที่สีเขียวมีขนาดเกือบ 1 ไร่ และพื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบให้ครอบคลุมตั้งแต่การพักผ่อน สุขภาพ การทำงาน ครอบครัว เด็ก ไปจนถึงสัตว์เลี้ยงสำหรับทำเล โครงการอยู่ห่างจาก BTS สถานีเซนต์หลุยส์เพียง 80 เมตร ห่างจากถนนสีลมประมาณ 500 เมตร และเชื่อมต่อทางพิเศษศรีรัชในระยะ 1.7 กิโลเมตร

รอบด้านยังรายล้อมด้วยศูนย์กลางธุรกิจ อาคารสำนักงาน โรงเรียน โรงพยาบาล สถานทูต และแหล่งไลฟ์สไตล์ระดับบน ตั้งแต่ Empire Tower, Sathorn Square, AIA Sathorn Tower, Park Silom, Central Park Offices ไปจนถึงโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ BNH Hospital และร้านอาหารระดับไฟน์ไดนิ่ง

สำหรับกลุ่มลูกค้าHNWIs  ปัจจัยเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่อง “ความสะดวก” แต่เป็นองค์ประกอบของมูลค่าทรัพย์สิน ทั้งในมิติของการอยู่อาศัยจริงและโอกาสในการรักษามูลค่าในระยะยาว
 

แสนสิริจับมือโนมูระผุดTHE MONUMENTสาทรเริ่มต้น 9.9ถึง150ล้านเจาะHNWIs

กลับมาอีกครั้งในรอบ 10 ปี กับแบรนด์ “THE MONUMENT”

การเลือก THE MONUMENT เป็นแบรนด์ของโครงการยังมีนัยสำคัญ เพราะนี่คือการกลับมาของซีรีย์คอนโดมิเนียมระดับ Legacy ของแสนสิริในรอบ 10 ปี

ที่ผ่านมา THE MONUMENT ถูกสร้างชื่อผ่าน 2 โครงการ ได้แก่ “THE MONUMENT THONG LO” และ “THE MONUMENT SANAM PAO” โดยโครงการหลังถือเป็นโครงการแรกของซีรีย์ที่สามารถปิดการขายได้อย่างรวดเร็ว

ครั้งนี้แสนสิรินำแบรนด์กลับมาบนโจทย์ที่แตกต่างออกไป นั่นคือการสร้าง “Monument of Nature and Heritage” ผ่านการตีความสาทรใน 3 มิติ ได้แก่ ธรรมชาติ มรดกของพื้นที่ และสถาปัตยกรรมเหนือกาลเวลา

แนวคิดดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนมุมมองของตลาดลักซ์ชัวรี จากการขายเพียง “พื้นที่อยู่อาศัย” ไปสู่การขายคุณค่าของสถานที่และประสบการณ์ที่ไม่สามารถสร้างซ้ำได้ง่าย

 

Luxury ที่ไม่ได้จบแค่ราคา แต่ลงลึกถึงงานคราฟท์

อีกชั้นของการสร้างความแตกต่างอยู่ที่งานออกแบบภายใน ซึ่งแสนสิริวางแนวทางให้เป็นการผสมผสานงานศิลปะ งานฝีมือ และ Design Objects ที่ผ่านการคัดเลือกอย่างพิถีพิถันตั้งแต่วัสดุ เทคนิคการวางลวดลาย การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงของสะสมและงานออกแบบที่มีเรื่องราวในตัวเอง

ทั้งหมดถูกนำเสนอในฐานะ “ศิลปะสำหรับการอยู่อาศัย” มากกว่าการตกแต่งเพื่อความหรูหราเพียงอย่างเดียว

นี่คืออีกหนึ่งสมการของตลาด Ultra Luxury ที่ลูกค้าไม่ได้มองเพียงขนาดห้องหรือจำนวนสิ่งอำนวยความสะดวก แต่ให้ความสำคัญกับความเป็นเอกลักษณ์ ความเป็นส่วนตัว และสิ่งที่ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ง่าย

Pet Parentหนึ่งในโจทย์ของ Luxury Living

ความแตกต่างอีกด้านของ THE MONUMENT SATHON คือการเปิดตัว “SANSIRI PAW & CO.” เป็นครั้งแรก ภายใต้แนวคิด Pet–Human Lifestyle Communityแสนสิริวางให้พื้นที่สำหรับคนและสัตว์เลี้ยงสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้จริงในทุกวัน ผ่านการเชื่อมต่อพื้นที่ Indoor และ Outdoor

แสนสิริเจาะทั้ง Real Demand และการลงทุน

อุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) มองว่า ความร่วมมือกับโนมูระฯ เป็นก้าวสำคัญในการผสานศักยภาพและประสบการณ์ของสององค์กร เพื่อพัฒนาโครงการภายใต้มาตรฐานคุณภาพระดับสากล

เป้าหมายหลักคือการตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่ม HNWIs ทั้งผู้ที่ต้องการอยู่อาศัยจริงและกลุ่มที่มองอสังหาริมทรัพย์เป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุนระยะยาว

นั่นทำให้ THE MONUMENT SATHON ไม่ได้ถูกวางให้เป็นเพียงคอนโดมิเนียมลักซ์ชัวรีแห่งใหม่ แต่เป็นการเดิมพันกับ “คุณค่าระยะยาว” ของสินทรัพย์ในทำเลที่มีข้อจำกัดด้านที่ดินและอุปทานใหม่

ท้ายที่สุด การกลับมาของ THE MONUMENT ในรอบ 10 ปี จึงเกิดขึ้นพร้อมกับโจทย์ใหม่ของตลาด Luxury Property ที่ไม่ได้แข่งขันกันด้วยคำว่า “แพงที่สุด” เพียงอย่างเดียวแต่กำลังแข่งขันกันว่าใครสามารถสร้างสินทรัพย์ที่มีเรื่องราว มีความเป็นส่วนตัว มีความแตกต่าง และรักษาคุณค่าไว้ได้ยาวนานที่สุด

ในสมการนี้ สาทรหนึ่งใน CBD ที่มีที่ดิน Freehold หายากและอุปทานใหม่จำกัดยังคงเป็นหนึ่งในสนามที่น่าจับตาที่สุดของตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนของกรุงเทพฯ

โนมูระฯระบุเป็นหนึ่งในดีลใหญ่ในไทย

ยะสุฮิโระ ฮิราโนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โนมูระ เรียล เอสเตท (ไทยแลนด์) ระบุว่า บริษัทเชื่อมั่นในศักยภาพของแสนสิริ จากความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจและความเข้าใจลูกค้ากลุ่ม HNWIs

สำหรับโนมูระฯ THE MONUMENT SATHON ถือเป็นหนึ่งในโครงการร่วมพัฒนาในประเทศไทยที่ตั้งอยู่บนทำเลใจกลางเมืองที่สุด และมีระดับราคาสูงที่สุดเท่าที่บริษัทเคยร่วมพัฒนา

การเข้ามาร่วมทุนครั้งนี้จึงเป็นการนำประสบการณ์การพัฒนาโครงการในประเทศไทยตลอดเกือบ 10 ปี รวมถึงแนวคิด KAIZEN มาผสานกับความเชี่ยวชาญของแสนสิริ เพื่อยกระดับมาตรฐานโครงการและขยายธุรกิจในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย