วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม 2569

Login
Login

อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์รุกPet Humanization ปั้นเฟอร์นิเจอร์เพื่อคนและสัตว์เลี้ยง

เมื่อ "สัตว์เลี้ยง" ไม่ใช่แค่เพื่อนคลายเหงา แต่กลายเป็น "สมาชิกครอบครัว" เมกะเทรนด์ Pet Humanization กำลังพลิกเกมธุรกิจบ้านและเฟอร์นิเจอร์ครั้งใหญ่ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ เร่งขยายอาณาจักร Pet-Friendly Living เชื่อมพื้นที่อยู่อาศัยของคนและสัตว์เลี้ยง พร้อมเกาะกระแสตลาดสัตว์เลี้ยงไทยที่กำลังพุ่งสู่หลักแสนล้านบาท

 จาก "บ้านของคน" สู่ "บ้านของทุกชีวิต"

ภาพของบ้านในวันนี้กำลังเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อ "สัตว์เลี้ยง" ถูกยกระดับจากผู้ร่วมอาศัย มาเป็นสมาชิกคนสำคัญของครอบครัว ส่งผลให้การเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์และการออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยไม่ใช่เรื่องของความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ต้องตอบโจทย์การใช้ชีวิตร่วมกันของทั้งคนและสัตว์เลี้ยงเมกะเทรนด์ Pet Humanization จึงไม่ได้สร้างโอกาสเฉพาะธุรกิจอาหารสัตว์หรือบริการดูแลสัตว์เลี้ยง หากแต่กำลังเขย่าธุรกิจ Home Living ให้ต้องปรับตัวครั้งใหญ่

บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ ILM มองเห็นการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว และเลือกใช้จังหวะนี้ต่อยอดธุรกิจผ่านการขยายพอร์ต Pet-Friendly Livingเพื่อยกระดับจากผู้จำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ สู่ผู้ให้บริการโซลูชันการอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ทุกสมาชิกในบ้าน รวมถึงสมาชิกสี่ขา

ตลาดสัตว์เลี้ยงโตแรง แซงอัตราเกิดเด็กไทย

แรงขับสำคัญมาจากการเติบโตของตลาดสัตว์เลี้ยงไทยที่ยังขยายตัวต่อเนื่องคาดว่าปี 2569 มูลค่าตลาดจะทะยานแตะ 100,000 ล้านบาทจากประมาณ92,000 ล้านบาทในปี 2568หรือเติบโตราว 13.2% โดยอาหารสัตว์ยังครองสัดส่วนใหญ่ที่สุด ตามด้วยกลุ่มอุปกรณ์ เฟอร์นิเจอร์ และบริการด้านสุขภาพสัตว์ ขณะเดียวกัน จำนวนสัตว์เลี้ยงในไทยเพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 10% ต่อปีแซงอัตราการเกิดของเด็กไทยที่ต่ำกว่า 500,000 คนต่อปี สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของสังคมไทยอย่างชัดเจน

แรงซื้อหลักมาจากคนรุ่นใหม่ ทั้ง Gen Y, Gen Z คนโสด กลุ่ม LGBTQ+ และคู่แต่งงานที่ไม่มีบุตร ซึ่งเลือกเลี้ยงสัตว์เพื่อเติมเต็มชีวิต ลดความเครียด และดูแลเสมือนสมาชิกในครอบครัว
 

เฟอร์นิเจอร์ยุคใหม่ต้องคิดเผื่อสัตว์เลี้ยง

เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน การออกแบบบ้านก็เปลี่ยนตามข้อมูลชี้ว่า ผู้เลี้ยงสัตว์มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสูงถึง 41,100 บาทต่อตัวต่อปีและอาจแตะ50,500 บาทในกลุ่มแมวพรีเมียม ขณะที่กว่า37-47%พร้อมจ่ายเพิ่ม หากช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตสัตว์เลี้ยงนี่คือเหตุผลที่ ILM ไม่ได้มองเพียงการเพิ่มสินค้าสัตว์เลี้ยง แต่เลือกพัฒนาเฟอร์นิเจอร์ที่ทำให้ "คนอยู่สบาย สัตว์เลี้ยงอยู่ได้" ภายใต้แนวคิดการใช้พื้นที่ร่วมกันอย่างกลมกลืน

 จากโซฟาถึงโต๊ะทำงาน ทุกฟังก์ชันคิดเผื่อน้อง

ยุทธศาสตร์ Pet-Friendly Living ของ ILM ถูกวางไว้ 3 แกนหลัก

  • Product Innovation พัฒนาเฟอร์นิเจอร์ที่ตอบโจทย์ทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นโซฟาผ้า Easy Clean เคลือบกันน้ำ เช็ดคราบง่าย ลดการสะสมของกลิ่น โซฟาหนังสังเคราะห์ไม่ติดขนสัตว์ ทนรอยขีดข่วนจากเล็บแมวและสุนัข รวมถึงโต๊ะทำงานและเฟอร์นิเจอร์มัลติฟังก์ชันที่ออกแบบพื้นที่ลับเล็บและปีนป่ายไว้ในชิ้นงานเดียว
  • Home Solution & Customization ผ่านแบรนด์ Younique Built-in Furniture ที่เปิดให้ลูกค้าออกแบบฟังก์ชัน วัสดุ และพื้นที่ใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์ของครอบครัวที่มีสัตว์เลี้ยง
  • Category Expansion ขยายสินค้า Pet Living Collection ครอบคลุมตั้งแต่เบาะนอน บ้านแมว รถเข็นสัตว์เลี้ยง ไปจนถึงของเล่นและอุปกรณ์ดูแล พร้อมขยายโซน PET ACCESSORY ในสาขาใหม่และสาขาที่อยู่ระหว่างรีโนเวต

 บ้านเลี้ยงสัตว์กำลังกลายเป็นขุมทรัพย์ใหม่

ปรากฏการณ์ Pet Humanization ยังส่งแรงกระเพื่อมไปถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปัจจุบันโครงการที่อยู่อาศัยและคอนโดมิเนียมแบบ Pet-Friendly เพิ่มจำนวนขึ้นต่อเนื่อง พร้อมออกแบบ Pet Zone และพื้นที่รองรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะห้องชุดที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ยังสามารถปล่อยเช่าได้ในราคาสูงกว่าห้องทั่วไปประมาณ 10-15%ในทำเลและขนาดเดียวกัน สะท้อนว่าความต้องการของตลาดกำลังเปลี่ยนจาก "ที่อยู่ของคน" ไปสู่ "พื้นที่ใช้ชีวิตร่วมกัน"

 ใช้โซเชียลต่อยอด "ทาส" สู่ยอดขาย

นอกจากการพัฒนาสินค้า ILM ยังเดินหน้าสร้างการมีส่วนร่วมผ่านแคมเปญ "แชะแลก (บ้าน) ให้ลูกรักสี่ขา"เชิญชวนลูกค้าและสมาชิก JOY Member แชร์โมเมนต์น่ารักของสัตว์เลี้ยงภายในบ้านผ่าน Facebook และ Instagram พร้อมติดแฮชแท็กของกิจกรรม เพื่อลุ้นรับรางวัลรวมกว่า 50,000 บาท

กลยุทธ์ดังกล่าวไม่ได้มุ่งเพียงสร้างกระแสบนโลกออนไลน์ แต่ยังเชื่อมประสบการณ์ระหว่างช่องทางดิจิทัลกับหน้าร้าน เพื่อขยายฐานลูกค้าในกลุ่ม Pet Parent และตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Home Living ครบวงจร

"สัตว์เลี้ยง" กลายเป็น New Family 

สิ่งที่ ILM กำลังทำ ไม่ใช่เพียงการเพิ่มหมวดสินค้าใหม่ แต่คือการปรับตำแหน่งธุรกิจให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของสังคมไทยเมื่อจำนวนครัวเรือนที่มีสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ครัวเรือนที่มีบุตรลดลง "Pet Humanization" จึงไม่ใช่กระแสชั่วคราว หากแต่เป็นเมกะเทรนด์ระยะยาวที่กำลังสร้างตลาดใหม่ ตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ ของใช้ภายในบ้าน ไปจนถึงอสังหาริมทรัพย์

สำหรับ ILM การเชื่อมโลกของ Furniture + Home Living + Pet Lifestyleเข้าด้วยกัน จึงเป็นมากกว่าการขายสินค้า แต่คือการสร้างระบบนิเวศการอยู่อาศัยรูปแบบใหม่ ที่อาจกลายเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญในการผลักดันการเติบโตของบริษัทในระยะยาว ท่ามกลางตลาดค้าปลีกบ้านที่การแข่งขันทวีความเข้มข้นมากขึ้นทุกปี