เสนาฯ จับมือ TOA วางหมาก Green Supply Chain ปิดเกม Scope 3หวังเปลี่ยนทั้งระบบนิเวศธุรกิจ สู่เป้าหมาย Net Zero ปี 2050
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กำลังเผชิญโจทย์ใหม่ที่ซับซ้อนกว่าการแข่งขันด้านทำเล ราคา หรือฟังก์ชันของที่อยู่อาศัยวันนี้ "คาร์บอน" กลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญของการพัฒนาโครงการ ขณะที่แรงกดดันจากภาวะโลกร้อน มาตรฐาน ESG และเป้าหมาย Net Zero กำลังบังคับให้ผู้ประกอบการต้องมองลึกกว่ารั้วโครงการของตัวเอง
เพราะการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมากไม่ได้เกิดขึ้นระหว่างการอยู่อาศัย แต่เริ่มต้นตั้งแต่กระบวนการผลิตวัสดุก่อสร้าง การขนส่ง และซัพพลายเชนทั้งหมด
นี่คือเหตุผลที่ เสนาดีเวลลอปเม้นท์ ยกระดับยุทธศาสตร์ SENA Low Carbonด้วยการสร้างGreen Supply Chainร่วมกับTOA Paintเพื่อผลักดันการลดคาร์บอนใน Scope 3 ซึ่งถือเป็นโจทย์ยากที่สุดของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์
Scope 3โจทย์ใหญ่ที่ลดได้ยากที่สุด
ในโลกของการบริหารคาร์บอน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในองค์กร หรือ Scope 1 และ Scope 2 อาจเป็นเรื่องที่ควบคุมได้แต่สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กว่า70% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกิดขึ้นใน Scope 3 หรือการปล่อยจากห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่วัตถุดิบ ผู้ผลิตวัสดุ การขนส่ง ไปจนถึงการใช้งานของลูกค้าจึงไม่ใช่เรื่องที่ผู้พัฒนาโครงการรายใดจะจัดการได้เพียงลำพังเสนามองว่า การเดินหน้าสู่ Net Zero จำเป็นต้องเปลี่ยนจากการแข่งขันระหว่างองค์กร ไปสู่ "ความร่วมมือของทั้ง Ecosystem"
จาก "ต้นทางวัสดุ" ถึงบ้านของผู้บริโภค
กลยุทธ์ SENA Green Supply Chain – Carbon Product Reductionจึงถูกออกแบบให้ครอบคลุมตั้งแต่การเก็บข้อมูล Carbon Footprint ของวัสดุ การคัดเลือกสินค้าคาร์บอนต่ำ ไปจนถึงการร่วมพัฒนานวัตกรรมกับผู้ผลิตTOA จึงเข้ามาเป็น Strategic Green Partner ในฐานะผู้ผลิตสี ฝ้า และยิปซัม เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตั้งแต่ต้นน้ำของกระบวนการผลิตเป้าหมายไม่ใช่เพียงลดคาร์บอนของวัสดุแต่ละชิ้น แต่คือการสร้าง Low Carbon Ecosystem ตลอดห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
นำร่อง COZI ลดคาร์บอนเทียบปลูกต้นไม้กว่า 8,800 ต้น
ผลลัพธ์เริ่มปรากฏให้เห็นจากการนำร่องในโครงการคอนโดแบรนด์COZI ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 5 โครงการประกอบด้วย COZI รามอินทรา–คู้บอน, COZI BTS สะพานใหม่, COZI ศรีนครินทร์ 38, COZI ตากสิน–จอมทอง และ COZI ลาดพร้าว 107การเลือกใช้วัสดุและผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ ช่วยลดการใช้ทรัพยากร ลดของเสียจากการก่อสร้าง และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ไม่น้อยกว่า 88,580 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์คิดเป็นการดูดซับคาร์บอนเทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 8,800 ต้น
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า การบริหารจัดการซัพพลายเชนสามารถสร้างผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม
TOA เปลี่ยนบทบาทจาก "ผู้ขายสี" สู่ Green Partner
สำหรับ TOA ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนการทรานส์ฟอร์มองค์กรจากผู้ผลิตสี สู่ผู้ให้บริการTotal Solution for Livingบริษัทเดินหน้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน Scope 1 และ Scope 2 ได้แล้วกว่า 22.6%เมื่อเทียบกับปีฐาน 2564 พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มี Carbon Footprint ต่ำ และได้รับการรับรองฉลากลดโลกร้อน (CFR) รวมถึงฉลาก EPD มากที่สุดในประเทศไทย
นวัตกรรมสีสะท้อนความร้อน สี Low VOC สีผสมรองพื้น และผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบชีวภาพ จึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสร้างความแตกต่างทางการตลาด แต่กลายเป็นชิ้นส่วนสำคัญของการลดคาร์บอนในภาคอสังหาริมทรัพย์
ESG ไม่ใช่ต้นทุน แต่คือแต้มต่อการแข่งขัน
ทิศทางของตลาดกำลังชี้ชัดว่า ผู้บริโภค นักลงทุน และสถาบันการเงิน ต่างให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นทำให้การเลือกใช้วัสดุ Low Carbon ไม่ใช่เพียงการตอบโจทย์ด้าน ESG แต่กำลังกลายเป็นปัจจัยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันของผู้พัฒนาโครงการในระยะยาวโดยเฉพาะเมื่อมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลคาร์บอนและการจัดเก็บภาษีคาร์บอนมีแนวโน้มเข้มงวดขึ้นทั่วโลก



