กรุงเทพมหานครรายงานความคืบหน้าการตรวจสอบอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษ 50 แห่ง ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีพื้นที่โดยรอบอาคารไม่เป็นไปตามข้อกำหนดสำหรับรถดับเพลิง ล่าสุดทุกอาคารได้รับการตรวจสอบแล้ว
โดย 12 อาคารดำเนินการแก้ไขเสร็จสิ้น ขณะที่อีก 34 อาคารอยู่ระหว่างปรับปรุง และอีก 4 อาคารยังอยู่ระหว่างก่อสร้าง สะท้อนการยกระดับการบังคับใช้มาตรฐานความปลอดภัยของอาคารในกรุงเทพฯ
อัปเดตผลตรวจครบทั้ง 50 อาคาร
นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครได้ติดตามตรวจสอบอาคารทั้ง 50 แห่งอย่างต่อเนื่อง หลังมีข้อสังเกตจากสภาองค์กรของผู้บริโภคเกี่ยวกับพื้นที่โดยรอบอาคารที่อาจไม่เป็นไปตามกฎหมายควบคุมอาคาร
ผลการติดตามล่าสุดพบว่าแก้ไขแล้ว 12 อาคาร ได้แก่
- 28 ชิดลม
- นิช โมโน รามคำแหง
- เอลลิโอ เดล เนสท์
- ไอดีโอ มิกซ์ สุขุมวิท 103
- ไลฟ์ ลาดพร้าว แวลลีย์
- ไลฟ์ วัน ไวร์เลส
- ไลฟ์ อโศก ไฮป์
- โนเบิล เพลินจิต
- โนเบิล อราวน์ อารีย์
- ไอดีโอ คิว วิคตอรี
- ไอดิโอ พระราม 9 - อโศก
- แอชตัน อโศก - พระราม 9
อยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไข 34อาคารและอยู่ระหว่างก่อสร้าง 4 อาคารกรุงเทพมหานครระบุว่า ได้กำชับให้เจ้าของอาคารทุกแห่งเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลาที่กำหนด พร้อมรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง
ปัญหาหลักอยู่ที่การใช้พื้นที่รอบอาคาร
จากการตรวจสอบ พบว่าประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่โครงสร้างอาคาร แต่เป็นการใช้พื้นที่โดยรอบที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ตามกฎหมาย เช่น การจัดสวน ปลูกต้นไม้ จอดรถ หรือต่อเติมพื้นที่บางส่วน จนส่งผลให้รถดับเพลิงอาจไม่สามารถเข้าถึงอาคารได้สะดวกในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน
ในหลายโครงการ การแก้ไขจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพื้นที่สีเขียวหรือพื้นที่ส่วนกลางบางส่วน เพื่อเปิดทางให้เป็นไปตามมาตรฐานด้านความปลอดภัย
ย้ำมาตรฐานพื้นที่รอบอาคาร 6 เมตร
กรุงเทพมหานครระบุว่า การกำกับดูแลเป็นไปตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 33 (พ.ศ. 2535) ซึ่งออกตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 กำหนดให้อาคารสูงต้องมีพื้นที่โดยรอบไม่น้อยกว่า 6 เมตร เพื่อรองรับการเข้าปฏิบัติการของรถดับเพลิงและรถกู้ภัย
นอกจากการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบอาคารแล้ว ยังมีการประเมินมาตรการด้านความปลอดภัยอื่นควบคู่กัน เพื่อให้การกำกับดูแลเป็นไปอย่างรอบด้าน
กรณีดังกล่าวสะท้อนว่า แม้อาคารจะได้รับอนุญาตก่อสร้างและเปิดใช้งานแล้ว แต่การดูแลพื้นที่ส่วนกลางและการใช้งานอาคารในระยะยาวยังต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด
การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ภายหลัง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มภูมิทัศน์ สิ่งอำนวยความสะดวก หรือการใช้พื้นที่เพื่อกิจกรรมต่าง ๆ หากกระทบต่อเส้นทางเข้าถึงของรถดับเพลิง ก็อาจนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขในภายหลัง
สำหรับภาครัฐ ประเด็นนี้สะท้อนถึงการเพิ่มความเข้มงวดในการติดตามอาคารหลังได้รับอนุญาตก่อสร้าง ขณะที่ผู้พัฒนาโครงการ นิติบุคคลอาคารชุด และผู้พักอาศัย อาจต้องให้ความสำคัญกับการรักษามาตรฐานด้านความปลอดภัยควบคู่ไปกับการใช้ประโยชน์พื้นที่ส่วนกลาง เพื่อไม่ให้กระทบต่อการรับมือเหตุฉุกเฉินในอนาคต



