จากแนวคิด "ผ่อนเท่าค่าเช่า" สู่วันแรกของการส่งมอบใบจองสิทธิ โครงการ "บ้านชาวไทย" เดินหน้าจากนโยบายสู่การปฏิบัติ เมื่อผู้ได้รับสิทธิรายแรกเดินทางมาตั้งแต่รุ่งสางเพื่อรับโอกาสครั้งสำคัญ สะท้อนความต้องการที่อยู่อาศัยราคาจับต้องได้ของคนไทย ซึ่งยังเป็นโจทย์ใหญ่ของตลาดอสังหาริมทรัพย์
จากแนวคิดสู่วันที่ความหวังจับต้องได้
เช้าวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ไม่ใช่เพียงวันเปิดกระบวนการเซ็นรับใบจองสิทธิของ "โครงการบ้านชาวไทย" อย่างเป็นทางการ หากแต่เป็นวันที่แนวคิดการสร้าง "บ้านหลังแรกในราคาที่ผ่อนเท่าค่าเช่า" เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความจริงสำหรับประชาชน
โครงการ "บ้านชาวไทย" เกิดจากแนวคิดของคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บีทีเอส กรุ๊ป ที่ต้องการลดอุปสรรคสำคัญของคนไทยในการมีบ้าน ทั้งปัญหาการกู้ยาก เงินดาวน์สูง และราคาที่อยู่อาศัยที่ปรับตัวเกินกำลังซื้อของคนวัยเริ่มต้นทำงานและผู้มีรายได้น้อย
โมเดลของโครงการจึงถูกออกแบบให้แตกต่างจากตลาด ทั้งการตั้งราคาต่ำกว่าราคาตลาดประมาณ 25-30% เริ่มต้นราว 1.6 ล้านบาท ไม่ต้องวางเงินจอง ไม่ต้องมีเงินดาวน์ และเปิดทางให้กู้ได้เต็ม 100% ผ่านสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษจาก ธอส.
ลูกค้าคนแรกตื่นตีห้าเพื่อ "โอกาส" ที่รอมานาน
ภาพแรกของวันเปิดดำเนินการ คือการมาถึงของ นางนฤมล อาจดวงดีผู้ได้รับสิทธิรายแรกของโครงการ ซึ่งเดินทางออกจากอำเภอบางพลีตั้งแต่เวลา 05.00 น. เพื่อมาเซ็นเอกสารและรับใบจองสิทธิที่อาคาร BTS Visionary Parkย่านวิภาวดี-พหลโยธิน
เธอเลือกห้องชุดแบบ 2 ห้องนอน ขนาด 45 ตารางเมตร ภายในโครงการ D:CODE SRI NAKARIN เพราะตอบโจทย์การใช้ชีวิตของครอบครัว ทั้งการเดินทางที่สะดวก ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง และโครงการมาพร้อมเฟอร์นิเจอร์ครบชุด
"รู้สึกดีใจมาก เพราะเป็นทำเลที่เดินทางไปทำงานสะดวก และตั้งใจซื้อเพื่ออยู่อาศัยกับครอบครัว อยากให้มีโครงการแบบนี้ในทำเลอื่นเพิ่มเติม"
คำพูดสั้น ๆ สะท้อนว่า "บ้าน" สำหรับผู้ซื้อ ไม่ใช่การลงทุนเพื่อเก็งกำไร แต่คือความมั่นคงของชีวิต
บ้านหลังแรกไม่ได้ซื้อเพื่อตัวเองเสมอไป
ผู้ได้รับสิทธิอีกหนึ่งราย คือ นางมาลีภรณ์ โคกมา ที่เลือกห้องขนาด 30 ตารางเมตร โดยมีเป้าหมายชัดเจน คือซื้อไว้ให้ลูกเหตุผลสำคัญยังคงเป็นปัจจัยเดิมที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญ ได้แก่ ทำเลติดรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ความพร้อมในการเข้าอยู่ และภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงเกินกำลัง
เรื่องราวของทั้งสองครอบครัวสะท้อนว่า "บ้านชาวไทย" กำลังตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของตลาด นั่นคือ "บ้านเพื่ออยู่อาศัย" มากกว่าบ้านเพื่อการลงทุน
โมเดลใหม่ลดกำแพงการมีบ้านของคนไทย
สิ่งที่ทำให้โครงการนี้ได้รับความสนใจตั้งแต่เปิดลงทะเบียน คือการออกแบบเงื่อนไขให้เข้าถึงคนกลุ่มที่เคยถูกปฏิเสธจากตลาดอสังหาริมทรัพย์
ทั้งการไม่มีเงินจอง ไม่มีเงินดาวน์ ราคาที่ต่ำกว่าตลาด และการใช้ระบบจับสลาก 1 สิทธิต่อ 1 บัตรประชาชน เพื่อลดการเก็งกำไรและสร้างโอกาสอย่างเท่าเทียม
โครงการนำร่องประกอบด้วย D:CODE SRI NAKARIN และ D:CRAFT คลองหลวง ซึ่งต่างตั้งอยู่บนทำเลที่เชื่อมต่อระบบคมนาคมและแหล่งงาน รองรับการอยู่อาศัยของคนวัยทำงานโดยตรง
วันแรกคือบทพิสูจน์ บทต่อไปคือการขยายโอกาส
การเปิดให้ผู้ได้รับสิทธิเข้าเซ็นและรับใบจองสิทธิในวันนี้ อาจเป็นเพียงขั้นตอนแรกของกระบวนการซื้อบ้าน แต่ในอีกมุมหนึ่ง นี่คือบทพิสูจน์ว่าแนวคิดการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อคนรายได้น้อยสามารถเกิดขึ้นได้จริง หากภาครัฐและภาคเอกชนร่วมกันออกแบบกลไกที่ตอบโจทย์กำลังซื้อของประชาชน
ขณะเดียวกัน เสียงสะท้อนจากผู้ได้รับสิทธิที่อยากเห็นโครงการขยายไปยังทำเลอื่น ยังเป็นสัญญาณว่าความต้องการ "บ้านราคาที่เอื้อมถึง" ยังคงมีอยู่ในวงกว้าง และอาจกลายเป็นโจทย์สำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในระยะต่อไป
ผู้ได้รับสิทธิสามารถดำเนินการอย่างไร
ผู้ที่ได้รับการแจ้งสิทธิจากโครงการ สามารถนัดหมายเพื่อเซ็นและรับใบจองสิทธิได้ 2 จุด ได้แก่ อาคาร BTS Visionary Park ชั้น 1 (Lobby) ฝั่ง North และ Sales Gallery D:CODE SRI NAKARIN
ทั้งนี้ การเข้ารับใบจองสิทธิจะดำเนินการเฉพาะผู้ที่ได้รับการนัดหมายจากเจ้าหน้าที่โครงการผ่าน Call Center แล้วเท่านั้น โดยสามารถตรวจสอบรายละเอียดการนัดหมายผ่านระบบเว็บไซต์ของโครงการ รวมถึงสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน LINE Official Account ของโครงการได้



