Property Management จากธุรกิจหลังบ้าน สู่สนามแข่งขันตัวจริงเมื่อลูกบ้านไม่ได้ต้องการแค่บ้าน แต่ต้องการบริการครบวงจร
KEY POINTS
- ธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ (Property Management) ได้เปลี่ยนจากงานสนับสนุนมาเป็นสนามแข่งขันสำคัญ ที่ช่วยสร้างรายได้ระยะยาวและรักษามูลค่าโครงการ
- การแข่งขันมุ่งเน้นการมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยและบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์หลากหลายของผู้บริโภค มากกว่าแค่การพัฒนาโครงการให้สวยงาม
- ผู้ประกอบการกำลังขยายธุรกิจสู่การบริหารโครงการลักชัวรีและแตกไลน์สู่บริการข้างเคียง เช่น วิศวกรรมอาคารและเทคโนโลยี เพื่อสร้างระบบนิเวศการอยู่อาศัยที่ครบวงจร
ในวันที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์เผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น "การบริหารโครงการ" กลายเป็นปัจจัยชี้ขาดที่ทำให้โครงการหนึ่งรักษามูลค่าได้ในระยะยาวผู้ประกอบการจำนวนมากเริ่มมองว่า การส่งมอบโครงการไม่ใช่จุดสิ้นสุดของธุรกิจ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ผ่านบริการบริหารจัดการที่สามารถรักษาทั้งคุณภาพอาคาร ประสบการณ์ของผู้อยู่อาศัย และภาพลักษณ์ของโครงการในระยะยาวทิศทางดังกล่าวทำให้ตลาด Property Management ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญต่อการแข่งขันของภาคอสังหาริมทรัพย์
เดิมพันเกมระยะยาวด้วยความเชื่อมั่นกว่า30 ปี
นางสาวสุวรรณี มหณรงค์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดยังเติบโตต่อเนื่อง ทั้งจากโครงการใหม่ที่ต้องการผู้บริหารมืออาชีพ และโครงการเดิมที่ต้องการยกระดับมาตรฐานเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันตลอดเวลากว่า 30 ปี บริษัทได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าจำนวนมาก โดยหลายโครงการใช้บริการต่อเนื่องยาวนานกว่า 10-20 ปี และมีคะแนนความพึงพอใจสูงถึง 91%
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า "การบริหารหลังการขาย" กำลังกลายเป็นสินทรัพย์สำคัญไม่แพ้การพัฒนาโครงการ เพราะสามารถช่วยรักษามูลค่าอสังหาริมทรัพย์ และสร้างความผูกพันระหว่างแบรนด์กับลูกบ้านในระยะยาว
ตลาดลักชัวรีวัดกันด้วยประสบการณ์
อีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญของพลัสฯ คือการรุกตลาด Luxury Management ซึ่งกำลังเติบโตตามการขยายตัวของโครงการระดับไฮเอนด์และ Branded Residenceบริษัทจึงยกระดับบุคลากรด้วยมาตรฐาน CTH (Confederation of Tourism & Hospitality) จากสหราชอาณาจักร ผ่าน PLUS EDUPLEX เพื่อพัฒนาทักษะด้าน Hospitality ให้เทียบเท่ามาตรฐานโรงแรมระดับโลกล่าสุด บริษัทได้รับความไว้วางใจให้เข้าบริหาร The Standard ภูเก็ตถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำการขยายพอร์ตสู่ตลาด Branded Residence ซึ่งกำลังเป็นเซ็กเมนต์ที่เติบโตโดดเด่นในประเทศไทย
ลูกบ้านไม่ได้ต้องการแค่บ้านต้องการบริการครบวงจร
พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม Pet Parent ผู้สูงวัย คนทำงานยุคใหม่ หรือผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับ ESG และความยั่งยืน ทำให้บทบาทของ Property Management ขยายตัวมากกว่าการดูแลนิติบุคคลวันนี้ ผู้บริหารโครงการต้องสามารถออกแบบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เฉพาะบุคคล ตั้งแต่การดูแลพื้นที่ส่วนกลาง การสร้างคอมมูนิตี้ ไปจนถึงบริการที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยนั่นทำให้การแข่งขันไม่ได้อยู่ที่ "ใครสร้างโครงการสวยกว่า" แต่เป็น "ใครดูแลลูกบ้านได้ดีกว่า"
แตกไลน์ธุรกิจใหม่ รองรับรายได้ระยะยาว
นอกจากธุรกิจบริหารโครงการ พลัสฯ ยังเร่งต่อยอดธุรกิจใหม่เพื่อสร้างแหล่งรายได้เพิ่มเติมหนึ่งในธุรกิจที่เติบโตโดดเด่นคือ Touch Property ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมอาคาร ซึ่งปีนี้เติบโตถึง 3 เท่า ตามความต้องการซ่อมบำรุงและปรับปรุงอาคารที่เพิ่มขึ้น
ขณะที่ Plus Concierge เดินหน้าขยายเครือข่ายพันธมิตร เพื่อเติมเต็มบริการด้านการอยู่อาศัย ส่วน LIV-24เตรียมขยายธุรกิจ LIV-PARKลานจอดรถอัจฉริยะจากดอนเมืองสู่ย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) พร้อมเปิดตัวแอปพลิเคชันค้นหาที่จอดรถภายในไตรมาส 3 ของปีนี้
ทั้งหมดสะท้อนยุทธศาสตร์ที่ต้องการสร้างระบบบริการเชื่อมโยงตั้งแต่ที่พักอาศัย อาคาร วิศวกรรม ความปลอดภัย ไปจนถึงการใช้ชีวิตประจำวัน
Non-Core Business เครื่องยนต์ใหม่
ท่ามกลางภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ การพึ่งพารายได้จากธุรกิจหลักเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอพลัสฯ จึงเดินหน้าหาโอกาสลงทุนในธุรกิจนอกเหนือจาก Property Management เพื่อสร้างรายได้ระยะยาว และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันผ่านโมเดล Ecosystem ที่เชื่อมโยงบริการหลากหลายเข้าหากันแนวทางดังกล่าวสอดรับกับเทรนด์ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำทั่วโลก ที่กำลังเปลี่ยนผ่านจาก "Developer" ไปสู่ "Lifestyle Platform"
เกมใหม่ของอสังหาฯ คือการรักษาคุณค่า
ปัจจุบัน พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ดูแลโครงการกว่า 440 โครงการ ครอบคลุมมากกว่า 100,000 ครอบครัวทั่วประเทศ พร้อมรักษาระดับความพึงพอใจของลูกค้าไว้ที่ 91% ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า บทบาทของ Property Management กำลังเปลี่ยนจากธุรกิจสนับสนุน มาเป็นหนึ่งในหัวใจของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์
ในวันที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ "ประสบการณ์การอยู่อาศัย" มากพอ ๆ กับคุณภาพของตัวโครงการ ผู้ชนะอาจไม่ใช่ผู้ที่สร้างบ้านได้มากที่สุด แต่คือผู้ที่สามารถดูแลคุณภาพชีวิตของลูกบ้านได้ดีที่สุด และเปลี่ยนการอยู่อาศัยให้กลายเป็นบริการที่สร้างคุณค่าได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว





