คณะผู้บริหารและพนักงาน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว องค์พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจและที่ยึดเหนี่ยวของสังคมไทย เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569
ในความหมายของวันสำคัญนี้ “แสนสิริ” ไม่ได้มีเพียงการจัดพิธีการเพื่อความเป็นสิริมงคล หากยังน้อมนำพระราชปณิธานเรื่อง “การทำความดีด้วยหัวใจ” มาสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เพราะเชื่อว่าการแสดงออกถึงความจงรักภักดีที่ทรงคุณค่าที่สุด คือการร่วมกันสร้างประโยชน์ให้แก่สังคม
เริ่มด้วย คณะผู้บริหารและตัวแทนพนักงานได้ร่วมกันจัดพิธีบำเพ็ญกุศลและเจริญพระพุทธมนต์ โดยนิมนต์พระภิกษุสงฆ์จากวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ณ อาคารสิริ แคมปัส สำนักงานใหญ่ "แสนสิริ" เพื่อความเป็นสิริมงคลและน้อมถวายเป็นพระราชกุศล ก่อนที่ "พนักงานจิตอาสา" รวมพลังลงพื้นที่เกื้อกูลสังคมใน 4 มิติ ครอบคลุมกลุ่มเด็กด้อยโอกาส ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และสัตว์จรพิการ เพื่อร่วมแบ่งเบาภาระ สร้างประโยชน์ ส่งต่อโอกาสในสังคมอย่างยั่งยืน
ทั้งหมดเกิดขึ้นภายใต้แนวคิด “ทำความดีด้วยหัวใจ” ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานเป็นแบบอย่างแก่พสกนิกรชาวไทย ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้การช่วยเหลือสังคม ที่ไม่ใช่เพียงกิจกรรมเฉพาะวันสำคัญ แต่ทุกคนสามารถลงมือทำได้จริงในทุกวัน
4 ภารกิจแบ่งปันและส่งต่อโอกาสให้ผู้คน
การลงพื้นที่ของพนักงานจิตอาสาครั้งนี้ ครอบคลุมการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง 4 ด้าน เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้ที่ต้องการในทุกช่วงวัย เริ่มจาก เด็กและเยาวชนด้อยโอกาส โดยทีมจิตอาสาเดินทางไปยังสถานสงเคราะห์เยาวชนมูลนิธิมหาราช เพื่อจัดเลี้ยงอาหารกลางวัน มอบสิ่งของจำเป็น และจัดกิจกรรมสันทนาการให้กับเยาวชนอายุระหว่าง 6-18 ปี แม้เป็นเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และกำลังใจที่เกิดขึ้น คือสิ่งที่สร้างคุณค่ามากกว่าสิ่งของที่มอบให้
อีกหนึ่งภารกิจ คือการดูแล “ผู้พิการ” พนักงานจิตอาสาเดินทางไปยังสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านนนทภูมิ เพื่อร่วมจัดเลี้ยงอาหารกลางวัน พร้อมมอบเงินสนับสนุนและสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตเพราะการแบ่งเบาภาระ แม้เพียงเล็กน้อย ก็สามารถสร้างกำลังใจให้ผู้ที่ต้องเผชิญความท้าทายในชีวิตได้ไม่น้อย
สำหรับ "ผู้สูงอายุ" แสนสิริเลือกส่งต่อทั้งความช่วยเหลือและความสุข นอกจากการมอบเงินและสิ่งของจำเป็นแล้ว พนักงานยังร่วมทำกิจกรรมสันทนาการ พูดคุย และใช้เวลาร่วมกับผู้สูงอายุที่มูลนิธิบ้านบางแคในพระอุปถัมภ์ฯหลายครั้ง สิ่งที่ผู้สูงวัยต้องการ อาจไม่ใช่เพียงสิ่งของ แต่คือการมีคนรับฟัง การมีคนใช้เวลาด้วย และการได้รับความอบอุ่นจากสังคม
และอีกกลุ่มที่ได้รับการดูแล คือ “สัตว์จรและสัตว์พิการ” ทีมจิตอาสาเดินทางไปยังมูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ จังหวัดนครปฐม เพื่อบริจาคอาหารสัตว์ สนับสนุนค่ารักษาพยาบาล และร่วมดูแลให้อาหารสัตว์ที่อยู่ในการอุปการะของมูลนิธิ เพราะคุณค่าของการให้ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงมนุษย์ หากแต่ครอบคลุมทุกชีวิตที่ต้องการความช่วยเหลือ
ความรับผิดชอบต่อสังคม DNA แสนสิริ
สำหรับ “แสนสิริ” การทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม คือ หนึ่งในแนวคิดที่หล่อหลอมวัฒนธรรมองค์กรมาอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำ DNAของแสนสิริ ขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้พันธกิจของการเป็นองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ให้ความสำคัญกับการเป็น “Good Citizen” หรือ พลเมืองที่ดีของประเทศ แนวคิดนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล แต่ยังหมายถึงการปลูกฝังให้พนักงานทุกคนมีจิตสำนึกในการตอบแทนสังคม เอื้อเฟื้อเกื้อกูล ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความนอบน้อม และพร้อมร่วมแบ่งเบาภาระของประเทศในทุกโอกาส
“องค์กรที่แข็งแรง ไม่ได้เติบโตจากผลประกอบการเพียงอย่างเดียว แต่เติบโตจากผู้คนที่พร้อมสร้างคุณค่าให้กับสังคมไปพร้อมกัน”
เมื่อ “การทำความดี” กลายเป็นวัฒนธรรมขององค์กรความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ย่อมไม่ได้หยุดอยู่แค่ภายในองค์กรเท่านั้น แต่ยังส่งต่อไปยังผู้คน ชุมชน และสังคมในวงกว้าง
นี่คืออีกหนึ่งภาพสะท้อนของ “แสนสิริ” ที่ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าคืนสู่สังคม ภายใต้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และความภาคภูมิใจในการเป็นพลเมืองไทยใต้ร่มพระบารมีสืบไป


