วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม 2569

Login
Login

จับสัญญาณ‘บ้านชาวไทย’ฮอตเกินคาดสวนตลาดอสังหาฯยังเหนื่อยและหนัก

ในวันที่หลายบริษัทอสังหาริมทรัพย์กำลังเผชิญโจทย์ยาก! ทั้งกำลังซื้อที่อ่อนแรง สินเชื่อที่เข้มงวด และต้นทุนก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น โครงการ “บ้านชาวไทย” จาก BTS Group กลับสร้างปรากฏการณ์สวนกระแส เปิดตัวเพียงไม่นาน โครงการแรก “D:CODE ศรีนครินทร์” มียอดลงทะเบียนสูงกว่า 10,000 สิทธิ จากยูนิตรวม 3,000 ยูนิต เรียกว่าดีมานด์สูงกว่าซัพพลาย ขณะที่ “D:CRAFT คลองหลวง” ราว 7,500 ยูนิต ก็ได้รับความสนใจอย่างรวดเร็วตั้งแต่ยังไม่เริ่มก่อสร้าง

 คำถามที่น่าสนใจจึงไม่ใช่เพียงว่า โครงการนี้ได้รับความนิยมเพราะอะไร แต่ผู้บริโภคกำลังส่งสัญญาณอะไรให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย เมื่อคนไทยไม่ได้เลิกอยากมีบ้าน แต่กำลังรอ “บ้านที่ใช่” หากมองเฉพาะตัวเลขภาพรวมยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ชะลอตัวอาจทำให้หลายคนเชื่อว่าความต้องการซื้อบ้านลดลงแต่ปรากฏการณ์ของ “บ้านชาวไทย” กลับบอกอีกเรื่องหนึ่ง

คนไทยยังอยากมีบ้านเหมือนเดิม

เพียงแต่บ้านที่มีอยู่ในตลาดจำนวนมาก อาจยังไม่ตอบโจทย์ชีวิตจริง หรือ ราคาสูงเกินกำลังซื้อ ต้องใช้เงินก้อนจำนวนมาก หรือให้สิ่งที่ผู้บริโภคไม่ได้ต้องการจริง โดยทันทีที่มีโครงการซึ่งทำให้คำว่า “บ้าน” ดูใกล้ตัวมากขึ้น ความต้องการที่ถูกกดไว้จึงถูกปลดล็อกออกมาในเวลาอันรวดเร็ว

ปัจจัยแรก ผู้บริโภคไม่ได้ซื้อแค่ห้อง แต่ซื้อ “ความมั่นใจ” หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้บ้านชาวไทยได้รับความสนใจ คือชื่อของ BTS Group แม้คนส่วนใหญ่จะคุ้นกับธุรกิจรถไฟฟ้า แต่ในความเป็นจริง กลุ่ม BTS มีประสบการณ์บริหารธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตในหลายด้าน ทั้งระบบขนส่ง การเงิน ประกันภัย ลิสซิ่ง เทคโนโลยี และบริการดิจิทัล

สิ่งเหล่านี้สร้างความเชื่อมั่นว่า การพัฒนาโครงการไม่ได้จบลงแค่การสร้างอาคาร แต่ยังรวมถึงมาตรฐานการบริหารจัดการและการดูแลโครงการในระยะยาวสำหรับผู้ซื้อบ้านครั้งแรก ความเชื่อมั่นต่อผู้พัฒนาโครงการ มักเป็นปัจจัยที่มีมูลค่าไม่ต่างจากทำเล
 

ปัจจัยที่สอง โครงการเริ่มต้นจาก Pain Point ไม่ใช่เริ่มต้นจากการขาย แทนที่จะถามว่า “จะขายคอนโดอย่างไร?” บ้านชาวไทยเลือกถามว่า “ทำไมคนไทยถึงยังไม่มีบ้าน?” คำตอบที่ได้ จึงเป็นการออกแบบโครงการที่แตกต่างจากตลาด ทุกห้องส่งมอบแบบ Fully Furnished ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายก่อนเข้าอยู่ พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบให้รองรับการใช้ชีวิตจริง

ที่สำคัญคือ “ราคาเริ่มต้น” อยู่ในระดับที่คนรายได้ปานกลางยังมองเห็นโอกาสเป็นเจ้าของเมื่อสินค้าเริ่มต้นจากการแก้ปัญหา ไม่ใช่การเพิ่มฟังก์ชันเพื่อแข่งขัน ผลตอบรับจึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

ปัจจัยที่สาม ผู้ซื้อไม่ได้เป็นแค่ลูกค้า แต่เป็น “ผู้ออกแบบ”หนึ่งในรายละเอียดที่หลายคนอาจมองข้าม คือ “D:CRAFT” ยังอยู่ในช่วงก่อนเริ่มก่อสร้าง นั่นทำให้โครงการสามารถรับฟังความคิดเห็นของลูกค้า และนำไปปรับใช้ได้จริงตัวอย่างที่ชัดเจน คือความต้องการของกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ เมื่อมีเสียงสะท้อนจำนวนมาก โครงการจึงปรับแบบอาคารและพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อรองรับการอยู่อาศัยแบบ Pet Friendly มากขึ้น

แม้อาจเป็นเพียงรายละเอียดเล็กน้อยแต่สำหรับผู้ซื้อ นี่คือความรู้สึกว่า “เสียงของเขามีความหมาย” และนั่นทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างผู้พัฒนาโครงการกับลูกค้า เปลี่ยนจากผู้ขายและผู้ซื้อ ไปเป็นการร่วมสร้างชุมชนเดียวกัน

ปัจจัยที่สี่ ไม่จับสลาก เพราะโอกาสไม่ควรเป็นเรื่องของดวง โครงการจำนวนไม่น้อยเลือกใช้ระบบจับสลาก เมื่อมีผู้สนใจเกินจำนวนยูนิต

 D:CRAFT เลือกแนวทางที่แตกต่าง

First Come, First Serve ใครพร้อมก่อน ได้สิทธิ์ก่อน แม้จะดูเป็นรายละเอียดเล็กๆ แต่สะท้อนแนวคิดที่เรียบง่าย การมีบ้านไม่ควรขึ้นอยู่กับโชคแต่ควรขึ้นอยู่กับความพร้อมของผู้ซื้อแนวทางนี้ช่วยให้กระบวนการจองโปร่งใส เข้าใจง่าย และสร้างความรู้สึกว่า ทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกัน

ปัจจัยที่ห้า ทำเลที่ไม่ได้มีแค่ “นักศึกษา” หลายคนมอง D:CRAFT คลองหลวง เป็นคอนโดสำหรับนักศึกษา เพราะอยู่ตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสถาบัน AIT แต่เมื่อดูข้อมูลผู้สนใจจริง ภาพกลับกว้างกว่านั้นมาก มีทั้งผู้สูงวัยที่ซื้อเป็นบ้านหลังที่สอง พ่อค้าแม่ค้าจากตลาดไท คนทำงานในนิคมอุตสาหกรรม บุคลากรทางการศึกษารวมถึงอาชีพอย่างแคดดี้สนามกอล์ฟ

ความหลากหลายนี้สะท้อนว่า “คลองหลวง” ไม่ใช่เพียงเมืองมหาวิทยาลัยแต่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่มีดีมานด์ที่อยู่อาศัยจากหลายอาชีพ และหลายช่วงวัย

ปัจจัยที่หก โครงการขนาดใหญ่ ทำให้ความคุ้มค่ามากขึ้น “D:CRAFT คลองหลวง” พัฒนาบนพื้นที่กว่า 115 ไร่ รวม 7,500 ยูนิต การพัฒนาในระดับนี้ ไม่ได้มีความหมายแค่จำนวนห้องแต่ยังช่วยให้เกิดการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ต้นทุนการก่อสร้าง การจัดซื้อวัสดุ และการบริหารโครงการ สามารถเฉลี่ยต่อยูนิตได้ดีกว่าโครงการขนาดเล็ก

ผลลัพธ์คือ ผู้ซื้อได้รับห้องแบบ Fully Furnished พร้อมพื้นที่ส่วนกลางครบ ทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส Co-working Space ระบบ Smart Security และเทคโนโลยีบริหารจัดการผ่านแอปพลิเคชัน ในราคาที่ยังแข่งขันได้!

ตลาดกำลังเรียนรู้จาก “บ้านชาวไทย”

หากมองในมุมธุรกิจ ความสำเร็จของ “บ้านชาวไทย” อาจไม่ได้เกิดจากการทำการตลาดที่หวือหวาแต่เกิดจากการเข้าใจผู้บริโภคอย่างแท้จริงผู้ซื้อไม่ได้มองหาคอนโดที่หรูที่สุด แต่กำลังมองหาคอนโดที่ “เข้าใจชีวิต” เข้าใจข้อจำกัดด้านรายได้ เข้าใจรูปแบบการใช้ชีวิต เข้าใจว่าคนรุ่นใหม่อยากเลี้ยงสัตว์ เข้าใจว่าผู้สูงวัยต้องการบ้านหลังที่สอง และเข้าใจว่าความฝันในการมีบ้านไม่ควรเริ่มต้นด้วยกำแพงที่สูงเกินไป

ปรากฏการณ์ที่อาจเปลี่ยนเกมอสังหาริมทรัพย์ไทย ยอดลงทะเบียนที่สูงกว่าจำนวนยูนิตหลายเท่าตัว ไม่ใช่เพียงตัวเลขความสำเร็จของโครงการหนึ่งแต่เป็นสัญญาณที่กำลังบอกทั้งอุตสาหกรรมว่า ผู้บริโภคในวันนี้ ไม่ได้เลือกซื้อบ้านหรือคอนโดจากโบรชัวร์ที่สวยที่สุด หรือโปรโมชั่นที่แรงที่สุด แต่เลือกจากโครงการที่ตอบคำถามสำคัญที่สุดของชีวิต ทำให้เราเข้าถึงการมีบ้านได้จริงหรือไม่และบางที

นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ “บ้านชาวไทย” เป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ที่น่าจับตาที่สุดของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเวลานี้ เพราะสิ่งที่ได้รับการตอบรับอย่างรวดเร็ว อาจไม่ใช่แค่ตัวโครงการ หากแต่เป็นแนวคิดใหม่ของการพัฒนาที่อยู่อาศัย ที่เริ่มต้นจากความเข้าใจคน มากกว่าความเข้าใจตลาด