อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์กำลังเดินเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในอดีต การแข่งขันของผู้ประกอบการอาจอยู่ที่ทำเล การออกแบบ หรือการบริหารต้นทุน แต่วันนี้ "ความยั่งยืน" กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่สถาบันการเงิน นักลงทุน และผู้บริโภคใช้ประเมินศักยภาพของธุรกิจปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนผ่านเครื่องมือทางการเงินรูปแบบใหม่อย่างSustainability-Linked Loan (SLL)ที่ไม่ได้วัดผลเพียงความสามารถในการชำระหนี้ แต่เชื่อมโยงต้นทุนทางการเงินเข้ากับผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)
ล่าสุด บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ลงนามในสัญญาสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนกับธนาคารกรุงไทย วงเงิน2,242 ล้านบาทเพื่อนำไปพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย 2 โครงการ ภายใต้แนวคิดGreen Livingถือเป็นอีกก้าวของการนำ "การเงินสีเขียว" มาขับเคลื่อนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างเป็นรูปธรรม
จาก 'สินเชื่อ' สู่เครื่องมือขับเคลื่อน ESG
ความแตกต่างของSLLอยู่ที่ตัวชี้วัด(Key Performance Indicators) ด้านความยั่งยืนไว้เป็นเงื่อนไขของสินเชื่อหากผู้กู้สามารถบรรลุเป้าหมายด้าน ESG ตามที่กำหนด ก็จะสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารธุรกิจอย่างยั่งยืน ขณะที่สถาบันการเงินสามารถติดตามผลการดำเนินงานได้อย่างเป็นระบบ
สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ ตัวชี้วัดครอบคลุมทั้งคะแนน FTSE Russell ESG Scoresและเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตการดำเนินงาน (Scope 1 และ Scope 2)สะท้อนให้เห็นว่า "ความยั่งยืน" กำลังถูกแปลงเป็นตัวเลขที่วัดผลได้ และเชื่อมโยงโดยตรงกับการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
Green Living...จากแนวคิดสู่การพัฒนาโครงการ
วงเงินสินเชื่อ 2,242 ล้านบาท จะนำไปพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย 2 แห่ง ได้แก่ ศุภาลัย ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์ คอนโดมิเนียมใกล้ MRT สถานีท่าพระ และ ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์ บางนา-ศรีวารี โครงการบ้านเดี่ยวซีรีส์ใหม่
ทั้ง2โครงการถูกพัฒนาภายใต้แนวคิดGreen Living ที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบอาคารประหยัดพลังงาน การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย พร้อมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
แนวคิดดังกล่าวไม่เพียงตอบโจทย์กระแสรักษ์โลก แต่ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของผู้อยู่อาศัย ซึ่งกำลังเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อบ้านของผู้บริโภครุ่นใหม่
เป้าหมายคือ Carbon Neutrality
นางศิริพร วังศพ่าห์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานบัญชีและการเงิน บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การผสานเป้าหมายทางธุรกิจเข้ากับการพัฒนาอย่างยั่งยืน
บริษัทตั้งเป้าหมายมุ่งสู่ Carbon Neutrality ภายในปี 2593 ผ่านการยกระดับประสิทธิภาพด้านพลังงาน การบริหารทรัพยากร และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาทั้งในระดับประเทศและระดับสากล
ธนาคารเปลี่ยนบทบาท จากผู้ปล่อยกู้สู่ 'Transition Partner'
อีกด้านหนึ่ง ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทใหม่ของสถาบันการเงินนายธิติพันธุ์ วิบูลย์จันทร์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจขนาดใหญ่ 2 ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคารไม่ได้ทำหน้าที่เพียงจัดหาแหล่งเงินทุน แต่ต้องการเป็น Transition Partner ที่ช่วยให้ภาคธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับการพัฒนา Sustainable Finance Solutions ที่เชื่อมโยงเป้าหมายทางธุรกิจเข้ากับเป้าหมายด้าน ESG ผ่านเครื่องมือทางการเงินที่มีตัวชี้วัดชัดเจนและสามารถตรวจสอบผลได้
สำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงาน การพัฒนาเมือง และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การสนับสนุนทางการเงินในลักษณะนี้จึงมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำของประเทศ
ESG กำลังกลายเป็น 'แต้มต่อ' ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ESG อาจถูกมองเป็นเพียงนโยบายด้านภาพลักษณ์องค์กรแต่ปัจจุบัน ESG กำลังเปลี่ยนสถานะเป็น "ปัจจัยทางธุรกิจ" ที่มีผลต่อการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ
โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในภาคธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญต่อการใช้ทรัพยากรและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผู้ประกอบการที่สามารถพัฒนาโครงการให้ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมได้ จะมีโอกาสสร้างความได้เปรียบทั้งในมุมของต้นทุน การระดมทุน และความต้องการของผู้บริโภคในอนาคต
การเงินสีเขียวกติกาใหม่ของตลาดอสังหาฯ
การจับมือระหว่างศุภาลัยและธนาคารกรุงไทย จึงมีความหมายมากกว่าการลงนามในสัญญาสินเชื่อวงเงิน 2,242 ล้านบาทแต่เป็นภาพสะท้อนของการเปลี่ยนผ่านในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทย ที่ "เงินทุน" จะไม่ได้วัดกันเพียงความสามารถในการสร้างผลกำไร หากต้องพิสูจน์ให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมควบคู่กัน
ในวันที่เศรษฐกิจโลกกำลังมุ่งสู่Low-Carbon Economyเครื่องมืออย่าง Sustainability-Linked Loan จึงไม่ใช่เพียงผลิตภัณฑ์ทางการเงินรูปแบบใหม่ แต่กำลังกลายเป็น "กลไก" ที่เร่งให้ภาคธุรกิจปรับตัว และยกระดับมาตรฐานการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยให้สอดรับกับกติกาเศรษฐกิจยุคใหม่ ที่การเติบโตต้องเดินคู่กับความยั่งยืนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


