วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน 2569

Login
Login

ศึกอสังหาฯไทยบนเวทีอาเซียน แสนสิริ-เอพี ติดFortune 500ปีที่ 3

เมื่อรายได้ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งของสองยักษ์อสังหาริมทรัพย์ไทย ที่สามารถยืนหยัดท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจ และก้าวขึ้นสู่ทำเนียบบริษัทชั้นนำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างต่อเนื่อง

ในวันที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยต้องเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น และการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นทุกปี แต่ท่ามกลางโจทย์ที่ท้าทายเหล่านี้ กลับมีผู้ประกอบการไทย 2 รายที่ยังคงรักษาความแข็งแกร่งของธุรกิจไว้ได้อย่างโดดเด่นนั่นคือ แสนสิริ และ เอพี ไทยแลนด์

ล่าสุด ทั้ง2บริษัทได้รับการจัดอันดับในทำเนียบ Fortune Southeast Asia 500 ประจำปี 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างรายได้ การเติบโตอย่างยั่งยืน และบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน

Fortune 500 เวทีวัดขนาดธุรกิจระดับภูมิภาค

Fortune Southeast Asia 500 เป็นการจัดอันดับ 500 บริษัทที่มีรายได้สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครอบคลุม 7 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และกัมพูชาการติดอันดับไม่ได้สะท้อนเพียงขนาดของธุรกิจเท่านั้น

แต่ยังเป็นดัชนีชี้วัดถึงความสามารถในการแข่งขัน การบริหารจัดการองค์กร และศักยภาพในการสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องสำหรับปี 2026 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ไทยยังคงมีบทบาทสำคัญบนเวทีดังกล่าว โดยเฉพาะ 2 ผู้เล่นรายใหญ่ที่สามารถรักษาตำแหน่งได้อย่างต่อเนื่อง

 แสนสิริ กับบทพิสูจน์ของกำไรท่ามกลางตลาดท้าทาย

ปีนี้ แสนสิริได้รับการจัดอันดับอยู่ที่ 269 ของภูมิภาค อันดับ 47 ของประเทศไทย และติด Top 3 ในกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยของไทยสิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่เพียงอันดับ แต่คือคุณภาพของผลประกอบการตลอดปี 2568 แสนสิริสร้างรายได้รวม 34,395 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 4,513 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นหนึ่งในระดับกำไรสูงสุดของกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย

เบื้องหลังความสำเร็จมาจากการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับแข็งแกร่ง และการควบคุมค่าใช้จ่ายด้านการขายและบริหารอย่างมีวินัย กล่าวอีกมุมหนึ่ง ในช่วงที่หลายบริษัทกำลังแข่งขันกันเพื่อรักษารายได้ แสนสิริเลือกให้ความสำคัญกับ "คุณภาพของรายได้" และ "ประสิทธิภาพในการทำกำไร" ควบคู่กันไป

 จากผู้พัฒนาโครงการสู่ผู้สร้างระบบนิเวศการอยู่อาศัย

ตลอดระยะเวลากว่า 42 ปี แสนสิริพัฒนาโครงการมาแล้วมากกว่า 530 โครงการ และดูแลลูกบ้านมากกว่า 500,000 ครอบครัวทั่วประเทศเบื้องหลังการเติบโตดังกล่าวคือแนวคิดการบริหารที่ให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ ลูกค้า พนักงาน ผู้ถือหุ้น และสังคมพร้อมเดินหน้าสู่การดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG ผ่านการยกระดับคุณภาพชีวิต การลดความเหลื่อมล้ำ และการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับปี 2569 บริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ถึง 33 โครงการ มูลค่ารวม 51,000 ล้านบาท โดยมีที่ดินรองรับแผนพัฒนาโครงการครบถ้วนแล้ว 100%

 AP CODE เมื่อคุณภาพชีวิตกลายเป็นหัวใจของธุรกิจ

ขณะที่อีกฟากหนึ่งของอุตสาหกรรม เอพี ไทยแลนด์ สร้างความโดดเด่นด้วยการได้รับการจัดอันดับสูงสุดในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยในทำเนียบ Fortune Southeast Asia 500 ประจำปี 2026และเป็นการติดอันดับต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เช่นเดียวกันความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพขององค์กรในการสร้างรายได้ที่มั่นคง ความแข็งแกร่งของแบรนด์ และความสามารถในการแข่งขันในระดับภูมิภาคโดยเฉพาะในยุคที่ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น และมาตรฐานการอยู่อาศัยถูกยกระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จุดแข็งสำคัญของเอพี ไทยแลนด์ คือการพัฒนาโครงการภายใต้แนวคิด "AP CODE – The Code of Living Quality"แนวคิดดังกล่าวเริ่มต้นจากความเข้าใจวิถีชีวิตและความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ก่อนนำมาสู่การออกแบบบ้านและบริการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในทุกมิติภายใต้คำมั่นสัญญา "ชีวิตดี ๆ ที่เลือกเองได้"

ปัจจุบัน เอพีมีพอร์ตโครงการมากกว่า 200 โครงการทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียมพร้อมยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยผ่าน 6 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ การออกแบบ ฟังก์ชันการใช้งาน ทำเลศักยภาพ คุณภาพการก่อสร้าง นวัตกรรมการอยู่อาศัย และบริการหลังการขายแบบครบวงจร

ความสำเร็จของอสังหาฯไทยไม่ได้วัดแค่ยอดขาย

การที่ทั้งแสนสิริและเอพี ไทยแลนด์ ยังคงมีชื่ออยู่ใน Fortune Southeast Asia 500 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 อาจสะท้อนภาพที่ใหญ่กว่าการเป็นเพียงผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศแต่คือการพิสูจน์ว่า บริษัทไทยยังสามารถแข่งขันกับองค์กรชั้นนำของภูมิภาคได้ ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ผันผวนและความท้าทายรอบด้าน

เพราะในท้ายที่สุด การติดอันดับ Fortune ไม่ได้วัดเพียงรายได้หรือขนาดองค์กรเท่านั้นแต่ยังสะท้อนถึงความสามารถในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค และศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวและเมื่อสองยักษ์ใหญ่อสังหาริมทรัพย์ไทยยังคงรักษาตำแหน่งบนเวทีอาเซียนได้อย่างต่อเนื่อง นี่อาจเป็นอีกสัญญาณว่า "แบรนด์อสังหาฯ ไทย" ยังคงมีพื้นที่ให้เติบโตและแข่งขันในระดับภูมิภาคได้อีกมากในอนาคต