ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และแรงสั่นสะเทือนทางภูมิรัฐศาสตร์ อสังหาริมทรัพย์ไทยเดินมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ จากตลาดที่เคยแข่งขันกันด้วยราคา สู่การสร้างสินทรัพย์ระดับโกลบอลที่ตอบโจทย์คนทั่วโลก
ภูมิ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการร่วมและหัวหน้าฝ่ายบริหาร บริษัท ซีจี แคปปิตอล แอดไวซอรี่ จำกัด หรือ CG Capital ภายใต้กลุ่มเซ็นทรัล ฉายภาพว่า ช่วงหลายปีที่ผ่านมา โลกธุรกิจต้องเผชิญความผันผวนรอบด้าน ตั้งแต่วิกฤติเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ยสูง ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ไปจนถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองในหลายภูมิภาค
บรรยากาศเช่นนี้ หลายคนตั้งคำถามว่า ประเทศไทยยังน่าลงทุนอยู่หรือไม่?
สำหรับ “ภูมิ" คำตอบยังคงชัดเจน “ไทย” เป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาค หากมองผ่านเลนส์การลงทุนระยะยาว! เพราะขณะที่หลายประเทศแข่งขันกันด้วยเทคโนโลยี หรือ ขนาดเศรษฐกิจ ไทยกลับมีสิ่งที่เลียนแบบได้ยาก นั่นคือ เสน่ห์ทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต ความเป็นมิตร อาหาร การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วโลก
นี่คือเหตุผลที่แม้โลกจะเผชิญแรงสั่นสะเทือนมากเพียงใด แต่ชาวต่างชาติยังคงเลือกเดินทางมาเยือนไทย และจำนวนไม่น้อยมองการอยู่อาศัยระยะยาว หรือ “บ้านหลังที่สอง” ในประเทศนี้
ตลาดอสังหาฯ ลักชัวรีไทย กำลังเกิดปรากฏการณ์ Global Wealth Migration หรือการเคลื่อนย้ายความมั่งคั่งข้ามพรมแดนที่เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ข้อมูล Henley & Partners ระบุว่า เศรษฐีระดับ High-Net-Worth Individuals (HNWI) ในประเทศไทย เพิ่มขึ้นจาก 51,000 คนในปี 2556 เป็นกว่า 142,000 คนในปี 2568 หรือเติบโตถึง 178% ภายในระยะเวลา 12 ปี
ขณะที่ นโยบายภาครัฐ ทั้งการส่งเสริมการลงทุนของ BOI และวีซ่าระยะยาว (LTR Visa) เป็นแรงหนุนสำคัญช่วยดึงดูดนักลงทุนและพลเมืองโลกผู้มั่งคั่ง เข้ามาพำนักและลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น
สำหรับ CG Capital นี่ไม่ใช่เพียงโอกาสทางธุรกิจ แต่คือสัญญาณว่ากรุงเทพฯ กำลังก้าวขึ้นเป็น “World Destination” เต็มรูปแบบและนั่นคือโอกาสใหม่ของดีเวลลอปเปอร์
บทพิสูจน์ตลาดลักชัวรียังไปต่อ
สะท้อนภาพได้ชัดเจน จาก Inter Continental Residences Bangkok Asoke มูลค่า 5,500 ล้านบาท หนึ่งในโครงการอาคารสูงที่เปิดตัวในช่วงที่ตลาดเต็มไปด้วยความกังวลและความผันผวน! แต่ผลลัพธ์สวนทาง ภายใน 6 เดือนสร้างยอดขายกว่า 60% จาก 88 ยูนิต คาดสิ้นปีนี้จะปิดการขายทยอยโอนใน 3 ปีข้างหน้า ราวปี 2572
ความสำเร็จเกิดขึ้นได้อย่างไร?
ภูมิ อธิบายว่า มี 3 องค์ประกอบหลัก เริ่มจาก “ทำเล” โครงการตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์เชื่อมต่อได้ทั้งถนนสุขุมวิทและรัชดาภิเษก สอง “พลังของแบรนด์” Intercontinental เป็นแบรนด์โรงแรมระดับโลกได้การยอมรับในมาตรฐานบริการและคุณภาพสินค้า ทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นตั้งแต่วันแรก สุดท้าย “ความคุ้มค่า” โครงการลักชัวรีใหม่หลายแห่งเปิดขาย 500,000-600,000 บาทต่อตารางเมตร แต่โครงการนี้อยู่ในระดับ 300,000 บาทต้นๆ แต่ได้พื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่กว่า จึงตอบโจทย์ทั้งผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยและนักลงทุนในเวลาเดียวกัน
เมื่อคอนโดหรูขายประสบการณ์ระดับโลก
เบื้องหลังแนวคิดพัฒนาโครงการ ไม่ได้มุ่งสร้างเพียงอาคารสวยงาม แต่ต้องการยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยของกรุงเทพฯ เทียบเท่าเมืองชั้นนำของโลก แนวคิด “World Class Product for Global Citizen” ถูกนำมาใช้เป็นแกนหลักในการดีไซน์ ควบคู่การศึกษาโครงการระดับพรีเมียมในมหานครสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นนิวยอร์ก โตเกียว หรือ เมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจอื่นๆ
ในอดีต การตัดสินใจซื้ออสังหาฯ ระดับบนอาจพิจารณาจากทำเล คุณภาพโครงการเป็นหลัก แต่วันนี้ “แบรนด์” เป็นอีกองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและความแตกต่าง Branded Residences จึงเป็นเซกเมนต์ที่เติบโตเร็วสุดกลุ่มหนึ่งของตลาดอสังหาฯ ลักชัวรีโลก
อีกหนึ่งข้อมูลที่น่าสนใจ คือ โครงสร้างลูกค้า ปัจจุบันสัดส่วนผู้ซื้อเป็นชาวไทย 50% ต่างชาติ 50% ตัวเลขสะท้อนว่าไทยได้รับความสนใจจากผู้ซื้อทั่วโลกมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่มองหาที่อยู่อาศัยระยะยาวในประเทศที่มีความมั่นคง ปลอดภัย ค่าครองชีพสมเหตุสมผล และมีคุณภาพชีวิตที่ดี หลายคนมองไทยในฐานะ “บ้านหลังที่สอง” หรือ “บ้านหลังที่สาม” ปรากฏการณ์นี้กำลังเปลี่ยนสถานะของไทยจากเมืองท่องเที่ยว สู่จุดหมายปลายทางของการใช้ชีวิตระดับโลก
CG กับภารกิจค้นหาโอกาสนอกกรอบ
บทบาทของ CG Capital ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการพัฒนาอสังหาฯ แต่ทำหน้าที่ค้นหาโอกาสการลงทุนใหม่ให้ “กลุ่มเซ็นทรัล” ด้วยแนวคิด Opportunistic Investment หรือมองโอกาสที่ตลาดยังมองไม่เห็น กองทุนแรกของบริษัทมีมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท มุ่งลงทุนในอสังหาฯ และ Hospitality เครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้น CG Capital เลือกเดินเกมด้วยแนวคิด “Right Brand, Right Partners, Right Product” อาทิ การจับมือกับ InterContinental แบรนด์โรงแรมลักชัวรีระดับโลกเครือ IHG ซึ่งมีฐานลูกค้ากลุ่ม Global Citizen กระจายอยู่ทั่วโลก
CG Capital ยังเตรียมเปิดโครงการใหม่ในภูเก็ตเพิ่มภายในสิ้นปีนี้ที่หาดลายัน เป็น Branded Residences ในรูปแบบของคอนโดและวิลล่า ควบคู่โรงแรมระดับลักชัวรี เน้นความเงียบสงบ ขณะที่โครงการแรกในภูเก็ต เดอะ สแตนดารด์ เรสซิเดนซ์ ภูเก็ต บางเทา มูลค่า 3,000 ล้านบาท ปัจจุบันขายได้แล้วกว่า 85% กำหนดโอนกรรมสิทธิ์ภายในสิ้นปีนี้
Highest and Best Use ปลดล็อกมูลค่าที่ดินไทย
หัวใจสำคัญอีกประการหนึ่งของ CG Capital คือแนวคิด “Highest and Best Use” หรือการเลือกใช้ประโยชน์ที่ดินให้เกิดมูลค่าสูงสุด ไม่ยึดติดกับแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง แต่เลือกพันธมิตรที่เหมาะสมที่สุดกับศักยภาพของที่ดินแต่ละแปลง ด้วยเป้าหมายไม่ใช่เพียงการพัฒนาโครงการ แต่คือการสร้างคุณค่าในระยะยาวให้กับลูกค้า นักลงทุน และชุมชนโดยรอบ
สำหรับ “ภูมิ จิราธิวัฒน์” ความสำเร็จของธุรกิจไม่ได้วัดจากจำนวนยูนิตที่ขายได้ แต่คือความสามารถในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทย ทั้งการสร้างงานในภาคโรงแรมและบริการ การดึงเม็ดเงินจากต่างประเทศเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ และการพัฒนาที่อยู่อาศัยคุณภาพสูงสำหรับการถือครองในระยะยาว
ในวันที่โลกยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน อสังหาริมทรัพย์ไทยอาจไม่ได้แข่งขันด้วยราคาถูกที่สุด หรืออาคารสูงที่สุดอีกต่อไป แต่กำลังแข่งขันด้วยคุณภาพชีวิต มาตรฐานระดับโลก และเอกลักษณ์ความเป็นไทยที่ไม่มีใครลอกเลียนได้ และนั่นอาจเป็นก้าวต่อไปของอสังหาริมทรัพย์ไทยบนเวทีโลก ที่กำลังเริ่มต้นขึ้นอย่างเงียบๆ แต่ทรงพลัง


