ในอดีต เมื่ออาคารเริ่มเก่า หลายคนมองว่าทางออกคือการทุบแล้วสร้างใหม่แต่วันนี้ แนวคิดดังกล่าวกำลังเปลี่ยนไปท่ามกลางต้นทุนก่อสร้างที่สูงขึ้น ราคาที่ดินที่ขยับต่อเนื่อง และความต้องการบริหารทรัพย์สินให้คุ้มค่าที่สุด เจ้าของอาคารจำนวนมากเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการ "ยืดอายุอาคาร" มากกว่าการลงทุนสร้างใหม่สิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ได้สร้างโอกาสเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แต่ยังส่งแรงหนุนไปยังธุรกิจที่อยู่เบื้องหลังอย่าง “วิศวกรรมอาคาร”
หนึ่งในนั้นคือ ทัช พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมอาคารครบวงจร ในเครือพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ที่ประกาศรายได้ครึ่งปีแรก 2569 เติบโตมากกว่า 3 เท่า จากช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมตั้งเป้ารายได้แตะ 100 ล้านบาทภายในสิ้นปีนี้ คำถามคือ อะไรทำให้ธุรกิจที่คนส่วนใหญ่อาจไม่คุ้นชื่อ กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ?
เมื่อ "การซ่อม" กลายเป็นการลงทุน
ภคิน เอกอธิคม ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา เจ้าของอาคารจำนวนไม่น้อยมองการซ่อมบำรุงเป็นต้นทุนแต่ปัจจุบัน แนวคิดดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนเป็นการมองว่า การดูแลอาคารคือการรักษามูลค่าของสินทรัพย์ โดยเฉพาะอาคารสำนักงาน อาคารพาณิชย์ คอนโดมิเนียม และโครงการที่เปิดใช้งานมาหลายปี ซึ่งกำลังเผชิญโจทย์สำคัญร่วมกัน
นั่นคือ จะทำอย่างไรให้อาคารยังใช้งานได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ในอนาคตผลลัพธ์คือ ความต้องการบริการด้านการตรวจสอบ ปรับปรุง และบำรุงรักษาระบบวิศวกรรมอาคารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและกลายเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ที่กำลังเติบโต
ปัญหาของอาคาร ไม่ได้อยู่ที่สิ่งที่มองเห็น
ภคิน มองว่า สิ่งที่ทำให้ตลาดนี้เติบโต ไม่ใช่แค่จำนวนอาคารที่เพิ่มขึ้นแต่คือความซับซ้อนของปัญหาที่เจ้าของอาคารกำลังเผชิญหลายครั้ง ความเสียหายที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกิดจากการขาดการซ่อมแซมแต่เกิดจากการไม่สามารถหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาได้ การแก้ปัญหาแบบปลายเหตุอาจทำให้อาคารกลับมาใช้งานได้ชั่วคราว แต่สุดท้ายปัญหาเดิมก็จะกลับมาอีกครั้ง พร้อมต้นทุนที่สูงกว่าเดิมนี่จึงเป็นเหตุผลที่ทัช พร็อพเพอร์ตี้ วางตำแหน่งตัวเองเป็นมากกว่าผู้รับซ่อมแต่เป็น "นักวิเคราะห์สุขภาพอาคาร"ด้วยทีมวิศวกรที่มุ่งค้นหาต้นตอของปัญหา ก่อนออกแบบแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมที่สุด
จากประสบการณ์ สู่การใช้เทคโนโลยี
อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเติบโต คือการนำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมงานวิศวกรรมเพราะในยุคที่อาคารมีความซับซ้อนมากขึ้น การประเมินด้วยประสบการณ์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอบริษัทจึงลงทุนในเครื่องมือตรวจวิเคราะห์ระบบวิศวกรรมอาคารเชิงลึกเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการค้นหาสาเหตุของปัญหาช่วยลดการซ่อมแซมที่ไม่จำเป็น ลดการรื้อถอนที่เกินความจำเป็น และลดผลกระทบต่อการใช้งานอาคารของลูกค้า อีกมุมหนึ่งหากอดีตการซ่อมอาคารคือการ "ลองผิดลองถูก"ปัจจุบันกำลังเปลี่ยนเป็นการตัดสินใจบนฐานข้อมูลและการวิเคราะห์เชิงวิศวกรรมมากขึ้น
ธุรกิจที่โตได้ เพราะลูกค้าเดิมกลับมาใช้ซ้ำ
สิ่งที่น่าสนใจของธุรกิจวิศวกรรมอาคาร คือไม่ใช่ธุรกิจที่ขายครั้งเดียวจบแต่อาคารทุกแห่งต้องการการดูแลต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งานปัจจุบันทัช พร็อพเพอร์ตี้ ให้บริการตั้งแต่การตรวจสอบอาคาร การบำรุงรักษา ซ่อมแซม ปรับปรุงอาคาร การให้คำปรึกษาด้านพลังงาน ไปจนถึงงานที่ปรึกษาวิศวกรรมแบบครบวงจรด้วยประสบการณ์ในอุตสาหกรรมมากกว่า 20 ปี ส่งผลให้มีสัดส่วนลูกค้าเดิมกลับมาใช้บริการซ้ำในระดับสูงและกลายเป็นฐานรายได้ที่มีความต่อเนื่องมากกว่าธุรกิจรับเหมาก่อสร้างทั่วไป
เบื้องหลังการเติบโต คือการลงทุนคน
แม้เทคโนโลยีจะมีบทบาทมากขึ้น แต่ธุรกิจวิศวกรรมยังคงขับเคลื่อนด้วยบุคลากรเป็นหลักในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทจึงเดินหน้าพัฒนาศักยภาพทีมงานผ่านหลักสูตรจาก Plus Eduplexครอบคลุมทั้งองค์ความรู้ด้านวิศวกรรม มาตรฐานความปลอดภัย ทักษะการบริการลูกค้า และภาวะผู้นำพร้อมผลักดันให้วิศวกรยกระดับคุณวุฒิวิชาชีพ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเป็นที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมอาคารอย่างครบวงจรเพราะในมุมของบริษัทการแข่งขันในอนาคตอาจไม่ได้อยู่ที่ใครซ่อมได้เร็วกว่าแต่อยู่ที่ใครสามารถวิเคราะห์ปัญหาได้แม่นยำกว่า และช่วยลูกค้าบริหารต้นทุนระยะยาวได้ดีกว่า
เมื่อ "อาคารเก่า" กลายเป็นตลาดแห่งอนาคต
การเติบโตมากกว่า 3 เท่าของทัช พร็อพเพอร์ตี้ อาจสะท้อนมากกว่าความสำเร็จของบริษัทหนึ่งแต่กำลังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั้งระบบจากยุคที่เน้นการสร้างใหม่สู่ยุคที่ให้ความสำคัญกับการบริหารและยืดอายุทรัพย์สินที่มีอยู่และเมื่ออาคารแต่ละแห่งมีมูลค่าหลักร้อยล้านหรือหลักพันล้านบาทการลงทุนเพื่อรักษาประสิทธิภาพและความปลอดภัยของอาคารอาจไม่ใช่ "ค่าใช้จ่าย"แต่เป็นหนึ่งในการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของเจ้าของทรัพย์สินในระยะยาว


