วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน 2569

Login
Login

HBA ตั้งกองทุนประกันผู้บริโภควงเงิน1ล้านต่อราย ฟื้นความเชื่อมั่นวงการรับสร้างบ้าน

การสร้างบ้าน คือการลงทุนก้อนใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของคนไทยหลายคนแต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สิ่งที่ผู้บริโภคหวาดกลัวไม่ใช่แค่ราคาวัสดุก่อสร้างที่ปรับขึ้น หรือเศรษฐกิจที่ผันผวนแต่คือความเสี่ยงที่จ่ายเงินไปแล้ว “ไม่ได้บ้าน”ไม่ว่าจะเป็นกรณีผู้รับเหมาทิ้งงาน สร้างไม่เสร็จ ขาดสภาพคล่อง ทุจริต หรือผิดสัญญา จนเจ้าของบ้านต้องรับภาระทั้งค่าใช้จ่ายและเวลาในการแก้ปัญหาเมื่อความเชื่อมั่นกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ

อนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) จึงตัดสินใจเดินหมากสำคัญ ด้วยการประกาศจัดตั้ง “กองทุนประกันผู้บริโภค” (HBA Consumer Insurance Fund) เพื่อเป็นหลักประกันคุ้มครองลูกค้าของบริษัทสมาชิกทั่วประเทศโดยกำหนดวงเงินเยียวยาสูงสุด 1 ล้านบาท และจ่ายชดเชยภายใน 30 วัน เมื่อเข้าเงื่อนไขที่กำหนด คำถามคือ กองทุนนี้จะเปลี่ยนเกมอุตสาหกรรมรับสร้างบ้านได้อย่างไร ?
 

 วิกฤติที่ไม่ใช่แค่เรื่องของผู้รับเหมา

ปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงานไม่ใช่เรื่องใหม่แต่ในภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ต้นทุนก่อสร้างผันผวน และการแข่งขันรุนแรงขึ้น ความเสี่ยงดังกล่าวกลับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสะท้อนจากข้อมูลข้อร้องเรียนด้านอสังหาริมทรัพย์ที่มีมากกว่า 3,100 เรื่องทั่วประเทศในปี 2566 หลายกรณีจบลงด้วยการฟ้องร้องที่ใช้เวลายาวนาน ขณะที่เจ้าของบ้านต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มเติม และบางรายสูญเสียเงินเก็บทั้งชีวิตผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ “วิกฤติความเชื่อมั่น”ไม่เฉพาะต่อผู้รับเหมารายใดรายหนึ่ง แต่กระทบต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมรับสร้างบ้านทั้งหมด

จากผู้ไกล่เกลี่ย สู่ผู้ค้ำประกันความเชื่อมั่น

อนันต์กร นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน มองว่า ถึงเวลาที่สมาคมต้องยกระดับบทบาทตัวเองจากเดิมที่ทำหน้าที่เป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทสู่การเป็นองค์กรที่สร้าง “หลักประกัน” ให้กับผู้บริโภคอย่างเป็นรูปธรรมจึงเป็นที่มาของการจัดตั้ง “กองทุนประกันผู้บริโภค”ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านสร้างกลไกคุ้มครองความเสียหายให้กับลูกค้าโดยตรงเป้าหมายไม่ใช่เพียงช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหาแต่ต้องการส่งสัญญาณให้ตลาดเห็นว่า บริษัทสมาชิกของสมาคมผ่านกระบวนการคัดกรอง และมีระบบรองรับความเสี่ยงที่ชัดเจน
 

กองทุนนี้คุ้มครองอะไรบ้าง ?

หัวใจสำคัญของกองทุน คือการคุ้มครองผู้บริโภคในกรณีข้อพิพาทร้ายแรงที่ส่งผลให้การก่อสร้างไม่สามารถดำเนินต่อได้เช่น

  •  บริษัทสมาชิกประสบปัญหาสภาพคล่องจนก่อสร้างไม่เสร็จ
  •  มีการทุจริต
  •  ทิ้งงานก่อสร้างกลางคัน
  •  ผิดสัญญาในลักษณะที่สร้างความเสียหายต่อผู้ว่าจ้าง

โดยกำหนดวงเงินเยียวยาสูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย หรือจ่ายตามมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงในอีกมุมหนึ่ง กองทุนนี้ยังทำหน้าที่เป็น “ตราประทับความน่าเชื่อถือ”ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถแยกแยะผู้ประกอบการที่อยู่ภายใต้ระบบกำกับดูแลของสมาคม ออกจากผู้ให้บริการทั่วไปในตลาด

 จุดต่างสำคัญ คือจ่ายภายใน 30 วัน

หนึ่งในปัญหาใหญ่ของข้อพิพาทด้านก่อสร้าง คือกระบวนการเยียวยาที่มักใช้เวลานานHBA จึงกำหนดเงื่อนไขให้กองทุนสามารถจ่ายเงินช่วยเหลือได้ภายใน 30 วันหลังจากคณะกรรมการร่วมพิจารณามีมติเป็นเอกฉันท์ว่าบริษัทสมาชิกกระทำผิดจริงหรือในกรณีที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดจากศาลนั่นหมายความว่า ผู้บริโภคจะสามารถนำเงินไปใช้ในการหาผู้รับเหมารายใหม่ หรือดำเนินโครงการต่อได้เร็วขึ้นลดความเสียหายจากการหยุดชะงักของงานก่อสร้าง

 เบื้องหลังความคุ้มครอง คือการคัดกรองที่เข้มขึ้น

สิ่งที่น่าสนใจคือ กองทุนนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเยียวยาแต่ยังเป็นแรงจูงใจให้สมาคมต้องยกระดับมาตรฐานสมาชิกมากขึ้นเพราะทุกความเสียหายที่เกิดขึ้น อาจสะท้อนกลับมาที่ความน่าเชื่อถือของทั้งระบบ HBA จึงปรับเกณฑ์รับสมาชิกใหม่ให้เข้มงวดขึ้น ทั้งด้านฐานะทางการเงิน การบริหารจัดการ คุณภาพงานก่อสร้าง และแผนธุรกิจพร้อมติดตามประเมินศักยภาพของสมาชิกอย่างต่อเนื่องกล่าวอีกนัยหนึ่ง กองทุนนี้จึงไม่ใช่แค่ “ปลายทางของการเยียวยา”แต่เป็น “ต้นทางของการคัดกรองความเสี่ยง”

เดิมพันใหม่ของอุตสาหกรรมรับสร้างบ้าน

ปัจจุบัน HBA มีสมาชิก 84 บริษัททั่วประเทศ และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 100 บริษัทภายในสิ้นปีนี้ขณะที่โครงการกองทุนประกันผู้บริโภคจะเริ่มคุ้มครองสัญญาที่ลงนามตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 ถึง 31 กรกฎาคม 2571หากมองในภาพใหญ่ การตั้งกองทุนครั้งนี้อาจไม่ใช่แค่สวัสดิการเพิ่มเติมให้ลูกค้าแต่เป็นความพยายามสร้าง “ความเชื่อมั่น” ให้เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมเพราะสุดท้ายแล้ว ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเงินลงทุนหลักล้านบาทสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการมากที่สุด อาจไม่ใช่ราคาที่ถูกที่สุดแต่คือความมั่นใจว่า เงินที่จ่ายไป จะเปลี่ยนเป็นบ้านที่สร้างเสร็จจริง