ท่ามกลางภาวะค่าครองชีพที่ยังคงกดดันแรงงานจำนวนมาก บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เลือกหยิบเรื่องใกล้ตัวอย่าง “การตัดผม” มาแปลงเป็นกิจกรรมสร้างคุณภาพชีวิต ผ่านโครงการ “ศุภาลัย สร้างดี” ภายใต้กิจกรรม “ทรงใหม่ ใจฟู” ที่ลงพื้นที่ถึงไซต์ก่อสร้างโครงการศุภาลัย พาร์ควิลล์ บางแขม จังหวัดนครปฐม
กิจกรรมดังกล่าวถูกออกแบบในรูปแบบ “Pop-up Salon” หรือร้านตัดผมเคลื่อนที่ ให้บริการฟรีแก่คนงานก่อสร้างและครอบครัว เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและข้อจำกัดด้านเวลา ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญของแรงงานในภาคก่อสร้าง
ผนึกพลัง “เมตตา บาร์เบอร์” สร้างรอยยิ้ม
เบื้องหลังความอบอุ่นของกิจกรรมครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือระหว่างศุภาลัยกับทีมจิตอาสา “เมตตา บาร์เบอร์” นำโดย “เมตตา ทับทิม” อดีตผู้ช่วยบรรณาธิการข่าวเศรษฐกิจและทำงานจิตอาสาตัดผมเพื่อสังคมมาตั้งแต่ปี 2559พร้อมด้วย “ครูน้อย” ช่างผมจิตอาสาจากโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) ที่ร่วมกันส่งต่อทักษะและน้ำใจให้กับแรงงาน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย
ตลอดกิจกรรมมีผู้เข้าร่วมกว่า 50 คน ทั้งคนงานก่อสร้าง บุตรหลาน แม่บ้าน และคนดูแลสวน ได้รับบริการตัดผมฟรีท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเองแม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงภายนอก แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกลับเชื่อมโยงถึงสุขอนามัยและคุณภาพชีวิตโดยตรง ทั้งการลดความอับชื้น ลดการสะสมของสิ่งสกปรกบนหนังศีรษะ และช่วยเสริมความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน โดยภายในงานยังมีไอศกรีม ขนม และเครื่องดื่มคอยเติมเต็มรอยยิ้มให้กับทุกครอบครัว
“ทรงใหม่ ใจฟู” โมเดลดูแลแรงงาน
หากมองในภาพใหญ่ กิจกรรมครั้งนี้ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของการดูแลแรงงานก่อสร้าง แต่เป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์ของแนวทางพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ศุภาลัยดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้ บริษัทได้ดูแลสุขภาพแรงงานผ่านโครงการ “แว่นสร้างสุข” และการตรวจสุขภาพเบื้องต้นอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่ “ทรงใหม่ ใจฟู” เข้ามาเติมเต็มในมิติของบุคลิกภาพและสุขอนามัยส่วนบุคคล ซึ่งมักเป็นเรื่องเล็กที่ถูกมองข้าม แต่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว
เมื่อคนงานคือหุ้นส่วนความสำเร็จ
กิจกรรม “ทรงใหม่ ใจฟู” สะท้อนแนวคิด CSR ที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากการทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ไปสู่การแก้ปัญหาและตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างเป็นรูปธรรม
เพราะเบื้องหลังทุกโครงการที่อยู่อาศัย ไม่ได้มีเพียงอิฐ ปูน หรือแบบก่อสร้าง แต่ยังมีแรงงานนับร้อยชีวิตที่ร่วมสร้างบ้านให้กับผู้อื่น และในวันที่องค์กรหันกลับมาดูแล “คนสร้างบ้าน” อย่างจริงจัง คุณค่าที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่รอยยิ้มหลังตัดผมเสร็จ หากแต่เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนที่เป็นรากฐานสำคัญของธุรกิจอย่างยั่งยืน


