เกาะพะงันกำลังเปลี่ยนบทบาทจากจุดหมายท่องเที่ยวชื่อดัง สู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับนานาชาติอย่างเต็มตัว หลังเม็ดเงินลงทุนโครงการที่อยู่อาศัยพุ่งแตะ 7,940 ล้าน ขณะที่กำลังซื้อชาวต่างชาติ โดยเฉพาะอิสราเอล ยุโรป และออสเตรเลีย กลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ดันตลาดวิลล่าและบ้านพักตากอากาศเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่ศูนย์กลาง Second Home และการลงทุนระยะยาวแห่งใหม่ของอ่าวไทย
ต่างชาติปักหมุด “พะงัน” ดันตลาดอสังหาฯ โตต่อเนื่อง
ภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยบนเกาะพะงันในไตรมาส 1 ปี 2569 ยังคงขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนบทบาทใหม่ของเกาะในฐานะตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนและอยู่อาศัยของชาวต่างชาติ
ปัจจุบันมีโครงการที่อยู่อาศัยอยู่ระหว่างการขายรวม 41 โครงการ จำนวน 438 ยูนิต มูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 7,940 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งคอนโดมิเนียม บ้านพักตากอากาศ และบ้านจัดสรร สะท้อนโครงสร้างตลาดที่ยังอยู่ในช่วงขยายตัว (Expanding Phase) และมีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์รองรับความต้องการจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
วิลล่าครองตลาด กวาดเม็ดเงินกว่า 6.8 พันล้าน
ตลาดบ้านพักตากอากาศยังคงเป็นเซกเมนต์หลักของเกาะพะงัน โดยมีโครงการอยู่ระหว่างการขาย 26 โครงการ รวม 294 ยูนิต มูลค่ารวมกว่า 6,830 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนสูงสุดของตลาด
ทำเลยอดนิยมยังคงกระจุกตัวในพื้นที่ฝั่งตะวันตกและตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะ อาทิ แม่หาด หาดยาว และหาดหินกอง ซึ่งโดดเด่นด้านวิวทะเล ความเป็นส่วนตัว และบรรยากาศแบบรีสอร์ต ส่งผลให้ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อระดับกลางถึงบนที่มองหาทั้งบ้านพักระยะยาวและการลงทุนปล่อยเช่าในรูปแบบ Vacation Rental
ขณะที่ตลาดคอนโดมิเนียมมีโครงการเปิดขายเพียง 4 โครงการ รวม 66 ยูนิต มูลค่าประมาณ 380 ล้านบาท ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่ศักยภาพอย่างศรีธนูและหาดยาว ซึ่งเป็นศูนย์กลางของกลุ่ม Wellness Living และ Digital Nomad ที่กำลังเติบโต ด้านตลาดบ้านจัดสรรมี 11 โครงการ รวม 78 ยูนิต มูลค่าราว 730 ล้านบาท เจาะกลุ่มผู้ต้องการที่อยู่อาศัยถาวรหรือกึ่งถาวรในระดับราคาที่เข้าถึงได้มากกว่าวิลล่าลักชัวรี
อิสราเอล-ยุโรป-ออสเตรเลีย แรงซื้อหลักของเกาะ
คอลลิเออร์สระบุว่า กำลังซื้อจากต่างชาติยังเป็นหัวใจสำคัญของตลาด โดยเฉพาะกลุ่มผู้ซื้อจากอิสราเอล ยุโรป และออสเตรเลีย ที่มีบทบาทชัดเจนในการขับเคลื่อนตลาดวิลล่าและบ้านพักตากอากาศ
ในจำนวนนี้ กลุ่มนักลงทุนและผู้ซื้อจากอิสราเอลถือเป็นตลาดเฉพาะ (Niche Market) ที่เติบโตโดดเด่นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยนิยมซื้อเพื่ออยู่อาศัยระยะยาวควบคู่กับการปล่อยเช่า ทำให้พื้นที่ที่มีความสงบ ใกล้ธรรมชาติ และมีชุมชนชาวต่างชาติรองรับ กลายเป็นทำเลยอดนิยมอย่างต่อเนื่อง
อุปทานใหม่เร่งตัว รับดีมานด์ระยะยาว
ข้อมูลตลาดยังพบว่า ในช่วงปี 2567-2568 มีบ้านพักตากอากาศเปิดขายใหม่รวม 231 ยูนิต โดยเฉพาะปี 2568 ที่มีอุปทานใหม่เข้าสู่ตลาดถึง 131 ยูนิต ถือเป็นการขยายตัวในอัตราที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า
การเพิ่มขึ้นของอุปทานสะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการต่อศักยภาพของเกาะพะงัน ทั้งจากการเติบโตของนักท่องเที่ยวคุณภาพ ความต้องการที่พักระดับลักชัวรี และแนวโน้มการย้ายถิ่นฐานของชาวต่างชาติที่ต้องการใช้ชีวิตระยะยาวในประเทศไทย
ทั้งนี้ โครงการส่วนใหญ่ยังคงใช้รูปแบบการถือครองสิทธิแบบ Leasehold ระยะเวลา 30 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับข้อจำกัดด้านกฎหมายการถือครองที่ดินของชาวต่างชาติ และตอบโจทย์การลงทุนระยะกลางถึงระยะยาว
3 ทำเลดาวเด่นตอบโจทย์คนต่างไลฟ์สไตล์
หากพิจารณาพฤติกรรมผู้ซื้อ พบว่าความต้องการเริ่มแบ่งชัดเจนตามรูปแบบการใช้ชีวิต
ศรีธนู-หินกอง กลายเป็นศูนย์กลางของชาวยุโรปและกลุ่มดิจิทัลโนแมด ด้วยจุดเด่นด้าน Wellness Lifestyle ชุมชนต่างชาติที่แข็งแรง คาเฟ่สุขภาพ และสตูดิโอโยคะจำนวนมาก ทำให้พื้นที่นี้ถูกมองเป็นมากกว่าจุดหมายท่องเที่ยว แต่เป็นพื้นที่สำหรับการใช้ชีวิตระยะยาว
หาดยาว-หาดสลัด-แม่หาดได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้ซื้อระดับบนที่มองหาความเป็นส่วนตัว วิวทะเล และอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี โดยภูมิประเทศที่เป็นเนินเขาและชายฝั่งสวยงามช่วยเพิ่มมูลค่าให้โครงการวิลล่าอย่างมีนัยสำคัญ
ส่วน ท้องศาลา-บ้านใต้ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านโครงสร้างพื้นฐานของเกาะ ได้รับความสนใจจากนักลงทุนที่เน้นผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า เนื่องจากสามารถเข้าถึงท่าเรือ ร้านค้า และสิ่งอำนวยความสะดวกได้สะดวกตลอดทั้งปี
จากเกาะปาร์ตี้สู่เมืองลงทุนระดับโลก
ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์บนเกาะพะงันในปัจจุบันกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงการเติบโตเชิงโครงสร้าง (Structural Growth Phase) อย่างชัดเจน โดยไม่ได้ขับเคลื่อนจากภาคการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่กำลังพัฒนาไปสู่ตลาดที่อยู่อาศัยและการลงทุนระดับนานาชาติ
การเพิ่มขึ้นของอุปทานใหม่ การหลั่งไหลของกำลังซื้อจากต่างประเทศ และการแบ่งบทบาทของแต่ละทำเลตามไลฟ์สไตล์ผู้ซื้อ สะท้อนว่า “เกาะพะงัน” กำลังเปลี่ยนผ่านจากเกาะท่องเที่ยวชื่อดัง สู่หนึ่งในจุดหมายอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกแห่งใหม่ของไทยที่น่าจับตาในระยะยาว


