สมาคมไทยรับสร้างบ้าน (THBA) เปิดเผยผลสำรวจจำนวนผู้ประกอบการรับสร้างบ้านทั่วประเทศ พบว่าปัจจุบันมีผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และรายย่อยรวม 493 ราย กระจายอยู่ใน 6 ภูมิภาคหลักของประเทศ สะท้อนการขยายตัวของตลาดรับสร้างบ้านที่เติบโตต่อเนื่องตามความต้องการของผู้บริโภคอย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้เล่นในอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ ซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณการชิงส่วนแบ่งตลาดที่เข้มข้นมากขึ้น
กทม.-ปริมณฑล สมรภูมิเดือด
ข้อมูลพบว่า กรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังคงเป็นศูนย์กลางธุรกิจรับสร้างบ้านของประเทศ โดยมีผู้ประกอบการรวมกันถึง 200 ราย หรือคิดเป็นกว่า 40% ของผู้ประกอบการทั้งหมดในจำนวนดังกล่าว แบ่งเป็นผู้ประกอบการในกรุงเทพมหานคร 87 ราย และในพื้นที่ปริมณฑล 113 ราย ขณะที่แบรนด์รับสร้างบ้านชั้นนำของประเทศกว่า 20 ราย ต่างเลือกปักหมุดแข่งขันในตลาดเดียวกัน ส่งผลให้พื้นที่ดังกล่าวมีความเข้มข้นด้านการแข่งขันสูงที่สุด
ภาคกลาง แบรนด์ใหญ่ขยายฐานต่างจังหวัด
ภาคกลางมีผู้ประกอบการรวม 80 ราย มากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ โดยเป็นพื้นที่ที่ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการรายใหญ่จากกรุงเทพฯ ที่ขยายสาขาเข้ามารุกตลาดอย่างต่อเนื่องทั้งนี้ สมาคมฯ ระบุว่า ผู้ประกอบการในพื้นที่กว่า 60% ยังเป็นผู้เล่นหน้าใหม่หรือผู้ประกอบการขนาดเล็ก ส่งผลให้โครงสร้างตลาดมีการแข่งขันทั้งในด้านราคาและความน่าเชื่อถือของแบรนด์
ภาคเหนือ-อีสานศักยภาพสูง
ภาคเหนือมีผู้ประกอบการ 67 ราย โดยจังหวัดพิษณุโลกถือเป็นพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูงสุดของภูมิภาค ด้วยจำนวนผู้ประกอบการถึง 24 ราย สะท้อนศักยภาพของหัวเมืองเศรษฐกิจรองที่เริ่มมีบทบาทเพิ่มขึ้นในตลาดรับสร้างบ้าน
ด้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีผู้ประกอบการ 60 ราย โดยจังหวัดอุดรธานีถูกมองเป็นตลาดที่มีลักษณะเฉพาะ จากกำลังซื้อที่เชื่อมโยงกับชาวต่างชาติและครอบครัวข้ามชาติ ทำให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับมาตรฐานวัสดุและคุณภาพงานก่อสร้างในระดับสากลมากขึ้น
ภาคใต้-ตะวันตก โตต่อเนื่อง
สำหรับภาคใต้และภาคตะวันตก มีผู้ประกอบการรวม 49 ราย แบ่งเป็นภาคใต้ 35 ราย และภาคตะวันตก 14 รายข้อมูลพบว่า อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูงที่สุดในภาคใต้ ขณะที่ภาคตะวันตก ตลาดบ้านระดับราคาไม่เกิน 5 ล้านบาทยังคงเติบโตได้ดีอย่างไรก็ตาม สมาคมฯ เตือนให้ผู้บริโภคเพิ่มความระมัดระวังในการเลือกผู้รับสร้างบ้าน หลังพบผู้ประกอบการบางส่วนไม่มีสำนักงานหรือสถานประกอบการชัดเจน แต่ใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นช่องทางหลักในการหาลูกค้า
ตะวันออก ผู้เล่นน้อยสุดเผชิญโจทย์แรงงาน
ภาคตะวันออกเป็นภูมิภาคที่มีจำนวนผู้ประกอบการน้อยที่สุด อยู่ที่ 37 รายแม้การแข่งขันด้านจำนวนผู้เล่นจะไม่สูงเท่าภูมิภาคอื่น แต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังดำเนินธุรกิจในรูปแบบผู้รับเหมาทั่วไป และมีข้อจำกัดด้านการบริหารจัดการ รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ในองค์กร ส่งผลให้เผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานและข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง
ชี้ตลาดเปลี่ยนผ่านสู่ Red Ocean
นิรัญ โพธิ์ศรี นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน กล่าวว่า แนวโน้มผู้บริโภคที่หันมาเลือกใช้บริการบริษัทรับสร้างบ้านมากกว่าการจ้างผู้รับเหมาทั่วไป เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ตลาดขยายตัวในช่วงหลายปีที่ผ่านมาขณะเดียวกัน การหลั่งไหลเข้ามาของผู้ประกอบการรายใหม่ ทั้งทุนท้องถิ่นและทุนจากส่วนกลาง กำลังทำให้โครงสร้างการแข่งขันเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
"ตลาดรับสร้างบ้านในปัจจุบันไม่ได้อยู่ในภาวะ Blue Ocean อีกต่อไป แต่กำลังเข้าสู่ภาวะ Red Ocean อย่างชัดเจน" นายนิรัญกล่าว
จับตาสงครามราคา ความเสี่ยงใหม่
อีกหนึ่งประเด็นที่น่ากังวล คือแนวโน้มการใช้กลยุทธ์ตัดราคาเพื่อดึงดูดลูกค้า ซึ่งเริ่มปรากฏให้เห็นมากขึ้นในหลายพื้นที่แม้การแข่งขันด้านราคาจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคในระยะสั้น แต่ในระยะยาวอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพงานก่อสร้าง มาตรฐานวัสดุ รวมถึงเสถียรภาพทางธุรกิจของผู้ประกอบการ
ด้วยเหตุนี้ ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องปรับตัวผ่านการสร้างจุดแตกต่างด้านคุณภาพ มาตรฐานบริการ และนวัตกรรม มากกว่าการแข่งขันด้วยราคาเพียงอย่างเดียว เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวท่ามกลางจำนวนผู้เล่นที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
คำถามสำคัญของอุตสาหกรรมรับสร้างบ้านในวันนี้ อาจไม่ใช่ "ใครขายได้ถูกกว่า" แต่เป็น "ใครสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคได้มากกว่า" ในตลาดที่การแข่งขันกำลังเข้าสู่จุดเดือดมากขึ้นทุกปี

