วันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน 2569

Login
Login

ลุ้นต่ออายุค่าโอน0.01% ฝ่าพายุอสังหาฯซบดันคนไทยมีบ้านง่ายขึ้น

ลุ้นต่ออายุค่าโอน0.01% ฝ่าพายุอสังหาฯซบดันคนไทยมีบ้านง่ายขึ้น

ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยยังคงเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งกำลังซื้อที่อ่อนแรง ภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ตลาดที่อยู่อาศัยยังไม่สามารถกลับมาเติบโตได้เต็มศักยภาพ แม้ว่าผู้ประกอบการหลายรายจะพยายามปรับตัวอย่างหนัก ด้วยการจัดโปรโมชั่น ลดราคา และยอมลดอัตรากำไรลงอย่างมากเพื่อเร่งระบายสต็อกและกระตุ้นยอดขายอย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่ยังเป็นอุปสรรคต่อการตัดสินใจซื้อบ้านของประชาชน คือภาระค่าใช้จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งถือเป็นต้นทุนก้อนใหญ่สำหรับผู้ซื้อบ้านจำนวนไม่น้อย

ความหวังอยู่ที่มาตรการ “ค่าโอน-จำนอง 0.01%”

นายสุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า มาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์และจดจำนองเหลือ 0.01% ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยลดภาระทางการเงินของผู้ซื้อบ้านได้อย่างมีนัยสำคัญในภาวะที่ต้นทุนการกู้ซื้อบ้านยังอยู่ในระดับสูง การลดค่าใช้จ่ายในวันโอนสามารถช่วยให้ประชาชนตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น เพิ่มโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อ และช่วยให้ความฝันในการมีบ้านของคนไทยเข้าใกล้ความเป็นจริงมากขึ้น

 

 มาตรการดังกล่าวไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อผู้ซื้อบ้านเท่านั้น แต่ยังช่วยพยุงภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่เชื่อมโยงกับธุรกิจเกี่ยวเนื่องจำนวนมาก ตั้งแต่วัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงการจ้างงานในภาคก่อสร้าง

3 สมาคมอสังหาฯ ขอรัฐขยายเวลาอีก 1-2 ปี

จากความสำคัญของมาตรการดังกล่าว ล่าสุด 3 สมาคมด้านอสังหาริมทรัพย์ได้ร่วมกันส่งหนังสือและขอเข้าพบภาครัฐ เพื่อหารือและนำเสนอข้อเสนอในการขยายอายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองออกไปอีกอย่างน้อย 1-2 ปี

ภาคเอกชนมองว่า การต่ออายุมาตรการจะช่วยประคองกำลังซื้อในช่วงที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ และเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยไม่ต้องใช้งบประมาณภาครัฐจำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังมีการเสนอแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้การพัฒนาที่อยู่อาศัยในอนาคตสอดคล้องกับแนวทางความยั่งยืน และเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

ผู้ซื้อบ้านประหยัดได้มากแค่ไหน?

ภายใต้มาตรการปัจจุบัน ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ลดลงจาก 2% เหลือเพียง 0.01% ขณะที่ค่าธรรมเนียมการจดจำนองลดลงจาก 1% เหลือ 0.01%หากคำนวณจากบ้านราคา 5 ล้านบาท เดิมผู้ซื้ออาจต้องเสียค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองรวมกันสูงถึง 150,000 บาท แต่เมื่อได้รับสิทธิตามมาตรการดังกล่าว ภาระค่าใช้จ่ายจะลดลงเหลือเพียงหลักร้อยบาทเท่านั้น

ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นแรงจูงใจสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้อบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง ซึ่งเป็นฐานกำลังซื้อหลักของตลาดในปัจจุบัน

 เงื่อนไขใช้สิทธิ ก่อนหมดอายุ

มาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% ครอบคลุมบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ อาคารพาณิชย์ รวมถึงคอนโดมิเนียม ทั้งมือหนึ่งและมือสองโดยมีเงื่อนไขสำคัญ คือ ราคาซื้อขายและราคาประเมินทุนทรัพย์ต้องไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อสัญญา และวงเงินจำนองต้องไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อสัญญา

สำหรับผู้มีสิทธิใช้มาตรการต้องเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย และดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์พร้อมจดจำนองในคราวเดียวกันปัจจุบันมาตรการดังกล่าวจะสิ้นสุดในวันที่ 30 มิ.ย. 2569

 เดิมพันสำคัญต่อเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง

ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความไม่แน่นอน การกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงและเชื่อมโยงกับห่วงโซ่ธุรกิจจำนวนมากดังนั้น การตัดสินใจของภาครัฐต่อการขยายมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของตลาดที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงทิศทางการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม

ท่ามกลางภาวะตลาดที่ยังซบเซา มาตรการดังกล่าวอาจเป็น “แรงส่งสำคัญ” ที่ช่วยให้ทั้งผู้ซื้อบ้าน ผู้ประกอบการ และเศรษฐกิจไทย สามารถเดินหน้าต่อได้ในช่วงเวลาที่ความเชื่อมั่นยังต้องการแรงสนับสนุนเพิ่มเติม