ตลาดอสังหาริมทรัพย์บนเกาะสมุยและเกาะพะงันกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ จากเดิมที่เป็นเพียงจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว สู่การเป็น “Investment Hub” แห่งใหม่ของประเทศไทย หลังได้รับแรงหนุนจากเม็ดเงินลงทุนและกำลังซื้อจากนักลงทุนต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดที่อยู่อาศัยและราคาที่ดินขยายตัวอย่างโดดเด่นในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา
ภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ทิศทางการเติบโตของสมุย–พะงันในปัจจุบัน มีลักษณะใกล้เคียงกับการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์จังหวัดภูเก็ตเมื่อราว 5 ปีก่อน แต่ยังมีข้อได้เปรียบสำคัญ คือ ระดับราคาที่ดินยังต่ำกว่าภูเก็ตอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้พื้นที่ดังกล่าวยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของวัฏจักรการเติบโต และมีโอกาสขยายตัวได้อีกมากในอนาคต
ราคาที่ดินพุ่งแรง รับอานิสงส์ดีมานด์ต่างชาติ
ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ราคาที่ดินในพื้นที่เกาะสมุยและเกาะพะงันปรับตัวเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด สะท้อนแรงซื้อจากทั้งนักลงทุนไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ซื้อที่มองหาที่อยู่อาศัยเพื่อการพักผ่อน การลงทุนระยะยาว และการถือครองสิทธิในรูปแบบ Leasehold การเพิ่มขึ้นของความต้องการดังกล่าว ส่งผลให้ที่ดินหลายทำเลมีการปรับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นักลงทุนจำนวนมากเริ่มมองว่าสมุย–พะงันเป็นตลาดดาวรุ่งที่ยังมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าตลาดที่พัฒนาเต็มศักยภาพแล้ว
อุปทานทะลุ 6 หมื่นล้านตลาดดูดซับดี
ข้อมูล ไตรมาส 1 ปี 2569 พบว่า ตลาดที่อยู่อาศัยในพื้นที่เกาะสมุย–พะงัน มีโครงการอยู่ระหว่างการขายรวม 154 โครงการ จำนวนประมาณ 2,860 ยูนิต คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 61,140 ล้านบาทแม้อุปทานจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่หลายโครงการ โดยเฉพาะบ้านพักตากอากาศและคอนโดมิเนียมในทำเลศักยภาพสูง กลับสามารถปิดการขายได้รวดเร็ว
สะท้อนถึงกำลังซื้อที่ยังแข็งแกร่ง โดยมีนักลงทุนต่างชาติเป็นกลุ่มลูกค้าหลักปัจจัยดังกล่าวทำให้การถือครองในรูปแบบ Leasehold ส่งผลให้สัดส่วนผู้ซื้อชาวต่างชาติมีบทบาทต่อทิศทางอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่อย่างชัดเจน
บิ๊กเนมอสังหาฯ กรุงเทพฯ แห่สะสมที่ดิน
อีกหนึ่งสัญญาณสำคัญที่สะท้อนศักยภาพของตลาด คือ การเข้ามาสะสมที่ดินของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่จากกรุงเทพฯ และภูมิภาคต่างๆ เพื่อเตรียมพัฒนาโครงการใหม่ในอนาคตโดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียม ซึ่งยังมีอุปทานค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบกับความต้องการ ส่งผลให้อัตราการดูดซับอยู่ในระดับสูง
กลายเป็นแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการเร่งเข้าสู่ตลาดมากขึ้นคาดว่าในปี 2569 จะเห็นผู้พัฒนาโครงการรายใหญ่หลายราย อาทิ ศุภาลัย อรสิริน โฮลดิ้ง และผู้ประกอบการในตลาดหลักทรัพย์อีกหลายแห่ง เปิดตัวโครงการใหม่ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อชิงส่วนแบ่งในตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
สมุย–พะงัน ยังโตได้อีก แต่ต้องเลือกทำเลให้แม่น
แม้ภาพรวมตลาดยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น แต่คอลลิเออร์สเตือนว่า ความสำเร็จของโครงการในอนาคตจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับกระแสตลาดเพียงอย่างเดียวผู้พัฒนาจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ที่ดินอย่างรอบคอบ รวมถึงการคัดเลือกทำเลที่มีดีมานด์รองรับชัดเจน เพราะปัจจัยด้านคุณภาพทำเล โครงสร้างผู้ซื้อ ระดับราคา และความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์ จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญในการแข่งขันระยะยาว
จากเมืองท่องเที่ยวสู่ศูนย์กลางการลงทุนแห่งใหม่
การหลั่งไหลของเม็ดเงินต่างชาติ การขยายตัวของโครงการคุณภาพ และการเข้ามาของผู้ประกอบการรายใหญ่ กำลังเปลี่ยนบทบาทของสมุย–พะงันจาก “เกาะท่องเที่ยวระดับโลก” สู่ “ศูนย์กลางการลงทุนอสังหาริมทรัพย์แห่งใหม่” ของประเทศหากแนวโน้มดังกล่าวยังเดินหน้าต่อเนื่อง พื้นที่แห่งนี้อาจกลายเป็นอีกหนึ่งตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับนานาชาติที่เติบโตไม่ต่างจากภูเก็ตในอนาคต

