วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม 2569

Login
Login

SHR ฟันกำไรนิวไฮ รับไฮซีซันดันโรงแรมไทย-มัลดีฟส์พุ่ง

SHR ฟันกำไรนิวไฮ รับไฮซีซันดันโรงแรมไทย-มัลดีฟส์พุ่ง

ไมเคิล เดวิด มาร์แชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทในเครือสิงห์ เอสเตท เปิดผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ด้วยกำไรสุทธิ 264 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% จากช่วงเดียวกันปีก่อน นับเป็นกำไรไตรมาสแรกสูงสุดตั้งแต่ดำเนินธุรกิจมาแรงหนุนสำคัญมาจากฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ของโรงแรมหลักในประเทศไทยและสาธารณรัฐมัลดีฟส์ ซึ่งยังคงมีดีมานด์แข็งแกร่งจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มกำลังซื้อสูงขณะที่รายได้จากธุรกิจโรงแรมและบริการรวมอยู่ที่ 2,634 ล้านบาท สะท้อนการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ยังเดินหน้า แม้เศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอนมากขึ้น

โรงแรมไทยแกร่ง ดันค่าห้องพักทะลุ 1.3 หมื่น

ธุรกิจโรงแรมในประเทศไทยยังคงเป็น “เครื่องยนต์หลัก” ของ SHR โดยไตรมาสแรกสามารถรักษาอัตราการเข้าพักเฉลี่ยในระดับสูงถึง 87%พร้อมกันนี้ บริษัทยังสามารถปรับเพิ่มราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) ได้อีก 9% แตะระดับ 13,951 บาท สะท้อนกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวระดับบนที่ยังแข็งแรงหนึ่งในดาวเด่นคือ “ทราย ลากูน่า ภูเก็ต” ที่สร้างรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) เพิ่มขึ้นถึง 19% อยู่ที่ 13,114 บาท พร้อมครองอันดับ 1 ด้านดัชนีการสร้างรายได้ (RGI) ต่อเนื่อง
 

มัลดีฟส์โตสวนความเสี่ยงสงคราม

ฝั่งมัลดีฟส์ยังคงเป็นอีกตลาดที่สร้างผลตอบแทนโดดเด่น โดยมีอัตราการเข้าพักสูงถึง 89% และสามารถปรับขึ้นราคาห้องพักเฉลี่ยได้ถึง 18% แตะระดับ 532 ดอลลาร์สหรัฐแม้ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์จะเริ่มเกิดความตึงเครียดจากสงครามตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลต่อบรรยากาศการเดินทางทั่วโลกในเดือนมีนาคม แต่ SHR ยังสามารถรักษาระดับรายได้ได้อย่างแข็งแกร่งสะท้อนว่าตลาดลักชัวรีและนักท่องเที่ยวระดับพรีเมียมยังคงเดินทางต่อ แม้ต้นทุนและความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์จะเพิ่มขึ้น

SHR ฟันกำไรนิวไฮ รับไฮซีซันดันโรงแรมไทย-มัลดีฟส์พุ่ง

ฟิจิฝ่ามรสุม ดึงลูกค้าจีนดัน RevPAR โต

นอกจากตลาดหลัก SHR ยังเร่งใช้กลยุทธ์การตลาดเชิงรุกในโรงแรมที่อยู่นอกฤดูกาลท่องเที่ยวโดยโรงแรม Castaway Island, Fiji สามารถขยายฐานลูกค้าชาวจีนได้มากขึ้น ส่งผลให้ RevPAR เพิ่มขึ้น 5% อยู่ที่ 740 ฟิจิดอลลาร์ แม้อยู่ในช่วงฤดูมรสุม

ภาพดังกล่าวสะท้อนยุทธศาสตร์ “กระจายตลาดลูกค้า” ที่เริ่มเห็นผลชัดเจนมากขึ้นในปีนี้

คุมต้นทุน-ลดดอกเบี้ย ดันมาร์จิ้นพุ่ง

ไมเคิล เดวิด มาร์แชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SHR ระบุว่า ผลประกอบการไตรมาสแรกสะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์สร้างแบรนด์ เจาะนักท่องเที่ยวกลุ่ม High-Spending รวมถึงการเพิ่มความหลากหลายของฐานลูกค้าขณะเดียวกัน บริษัทสามารถยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานได้ต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นสู่ 40.9% จาก 39.6% ในปีก่อน

อีกปัจจัยสำคัญคือการบริหารต้นทุนทางการเงิน หลังบริษัทเดินหน้าเจรจากับสถาบันการเงินอย่างต่อเนื่อง จนสามารถลดค่าใช้จ่ายทางการเงินลงได้อีก 16% จากปีก่อน

 จับตาไตรมาส 2 รับแรงกดดันภูมิรัฐศาสตร์

อย่างไรก็ตาม SHR ยอมรับว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อภาคท่องเที่ยวโลก โดยไตรมาส 2 อาจเริ่มเห็นแรงกดดันต่อค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางและความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวมากขึ้น

บริษัทประเมินว่า โรงแรมในฟิจิและสหราชอาณาจักรจะได้รับผลกระทบจำกัด เนื่องจากฐานลูกค้าหลักยังเป็นนักท่องเที่ยวระยะใกล้ (Short-haul) และตลาดภายในประเทศจึงยังมีโอกาสรักษาการเติบโตของ RevPAR ได้ต่อเนื่อง

เร่งรีแบรนด์โรงแรมอังกฤษ รับเทรนด์นักเดินทางยุคใหม่

อีกหนึ่งหมากสำคัญของ SHR คือการยกระดับพอร์ตโรงแรมในสหราชอาณาจักรล่าสุด โรงแรม The Grand Hotel Leicester by The Unlimited Collection กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งหลังปรับปรุงและรีแบรนด์ เพื่อขยับฐานะทางการตลาดให้สูงขึ้นขณะที่ Mount Royal Hotel Edinburgh by The Unlimited Collection สามารถดัน RevPAR โตมากกว่า 50% ในไตรมาสแรก แตะระดับ 73 ปอนด์

นอกจากนี้ โรงแรมในเมือง Manchester และ Glasgow ยังอยู่ระหว่างปรับปรุงและเปลี่ยนแบรนด์เป็น “lyf” ซึ่งเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ โดยยังเปิดให้บริการบางส่วนควบคู่การรีโนเวต

 เดินเกมระวังตัว รักษาเป้ารายได้ทั้งปี

SHR ระบุว่า บริษัทจะเดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกควบคู่ความระมัดระวังมากขึ้น ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลกทั้งการหาตลาดทดแทน การเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ และการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาเสถียรภาพธุรกิจและผลักดันผลประกอบการปี 2569 ให้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ ท่ามกลางอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลกที่ยังเต็มไปด้วยโจทย์ท้าทายใหม่ ๆ