เมื่อ “สุขภาพ” กลายเป็นสินทรัพย์ใหม่ของคนรวยบ้านหรูจึงไม่ได้ขายแค่ทำเล แต่ขายคุณภาพชีวิตระยะยาวในวันที่เศรษฐกิจโลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน คนรุ่นใหม่ที่มีความมั่งคั่งสูงกลับเริ่มมองหา “สินทรัพย์” ในอีกมิติหนึ่งไม่ใช่แค่ผลตอบแทนทางการเงิน แต่คือ ผลตอบแทนทางสุขภาพและนี่คือเหตุผลที่ทำให้ “Wellness Economy” กำลังกลายเป็นคลื่นลูกใหญ่ของโลกธุรกิจ
ล่าสุด นาราสิริ( NARASIRI ) แบรนด์บ้านเดี่ยวลักซ์ชัวรีระดับ Legacy ของแสนสิริ กำลังส่งสัญญาณชัดว่าเกมของตลาดบ้านราคา 50-100 ล้านบาท กำลังเปลี่ยนไปจากเดิมที่แข่งขันกันด้วย “ทำเล” และ “ดีไซน์”สู่การแข่งขันด้วย “Luxury Wellness Ecosystem”
เมื่อบ้านหรู ไม่ได้ขายแค่บ้าน แต่ขาย “Health Assets”
แสนสิริกำลังนิยามคำว่า Luxury ใหม่ เพราะสำหรับคนมีกำลังซื้อระดับบนความหรูหราอาจไม่ใช่แค่รถยุโรป หรือเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ดังอีกต่อไปแต่คือการมีชีวิตที่ดีในระยะยาวแนวคิดนี้ถูกเรียกว่า “Health Assets”หรือสินทรัพย์ด้านสุขภาพ ที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้ชีวิตได้จริง นั่นทำให้ “บ้าน” ถูกยกระดับจากที่อยู่อาศัยกลายเป็นพื้นที่สำหรับ Preventive Healthหรือการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันตั้งแต่ต้นทางทั้งพื้นที่สีเขียวส่วนกลางขนาดใหญ่ฟิตเนสระดับเวิลด์คลาสรวมถึงสังคมของคนที่มีไลฟ์สไตล์เดียวกันทั้งหมดกำลังกลายเป็น “ปัจจัยซื้อบ้าน” ยุคใหม่
แสนสิริกำลังเล่นเกมใหญ่กว่าอสังหาฯ
สิ่งที่น่าสนใจคือ แสนสิริไม่ได้มองเรื่อง Wellness เป็นเพียง “กิมมิกการตลาด” แต่กำลังสร้าง Ecosystem จริงจัง ผ่านการจับมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง
- Technogym แบรนด์อุปกรณ์ออกกำลังกายระดับโลกจากอิตาลี
- เฮเลน่า รูบินสไตน์( Helena Rubinstein )แบรนด์สกินแคร์ลักซ์ชัวรีระดับโลก สัญชาติฝรั่งเศส ปัจจุบันอยู่ในเครือ L'Oréal
เพื่อออกแบบประสบการณ์การอยู่อาศัยใหม่ให้กับลูกบ้าน NARASIRI ทั้ง 4 ทำเล ได้แก่
- Narasiri Victoire Krungthep Kreetha
- Narasiri Borommaratchachonnani
- Narasiri Bangna KM.10
- Narasiri Phahol-Watcharapol
จุดขายสำคัญคือ “ส่วนกลางขนาดใหญ่” และแลนด์สเคปสีเขียวที่บางโครงการมีพื้นที่มากถึง 10 ไร่ในมุมหนึ่ง สิ่งนี้อาจดูเหมือนต้นทุนที่สูงขึ้นแต่อีกมุม มันคือการสร้าง “มูลค่าเพิ่มระยะยาว” ให้กับอสังหาฯเพราะเมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน
บ้านที่ตอบโจทย์ Well-being ได้มากกว่าก็มีแนวโน้มรักษามูลค่าได้ดีกว่าในอนาคต
Wellness Economy กำลังกลายเป็น New S-Curve ของไทย
ข้อมูลจาก Global Wellness Institute ระบุว่าเศรษฐกิจสุขภาพโลกกำลังเติบโตเร็วกว่าการเติบโตของ GDP โลกอย่างมีนัยสำคัญและคาดว่ามูลค่าตลาดจะพุ่งแตะ 9.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2029ขณะเดียวกัน ประเทศไทยกำลังถูกจับตาในฐานะ “Wealth Hub” ใหม่ของเอเชีย
ด้วยจุดแข็งทั้งเรื่อง
- ระบบสาธารณสุข
- Medical & Wellness Services
- คุณภาพชีวิต
- ตลาดอสังหาฯ ลักซ์ชัวรีที่ยังเติบโตสวนกระแสโลก
นี่จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ผู้พัฒนาอสังหาฯ รายใหญ่ เริ่มขยับเข้าสู่เกม Wellness มากขึ้นเรื่อยๆ
จาก “Luxury House” สู่ “Luxury Wellness Ecosystem”
ในอดีต บ้านหรูอาจหมายถึงบ้านหลังใหญ่บนทำเลดีแต่วันนี้ นิยามใหม่กำลังเปลี่ยนเป็น“บ้านที่ทำให้เจ้าของมีชีวิตที่ดีขึ้นทุกวัน”ตั้งแต่การออกแบบพื้นที่
คุณภาพอากาศ พื้นที่สีเขียว กิจกรรมดูแลสุขภาพไปจนถึง Community ของผู้อยู่อาศัยทั้งหมดกำลังกลายเป็นองค์ประกอบใหม่ของอสังหาฯ ระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี
สำหรับแสนสิรินี่อาจไม่ใช่แค่การขายบ้านแต่คือการขาย “วิถีชีวิต” ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามเทรนด์โลกเพราะในยุคที่ “Health is the New Wealth”บ้านที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่บ้านที่แพงที่สุดแต่คือบ้านที่ทำให้เจ้าของ “มีสุขภาพดีไปได้นานที่สุด”

