วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม 2569

Login
Login

WDC ปรับเกมรุกตลาดกระเบื้องชูนวัตกรรมจับกลุ่มลักชัวรี-รีโนเวต ดันโต 10%

WDC ปรับเกมรุกตลาดกระเบื้องชูนวัตกรรมจับกลุ่มลักชัวรี-รีโนเวต ดันโต 10%

ตลาดวัสดุตกแต่งบ้านในปี 2569 กำลังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและกำลังซื้อที่เปราะบาง อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการบางรายยังสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าระดับกลาง-บนที่ยังมีดีมานด์ต่อเนื่อง

บัณฑิต หิรัญญนิธิวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวสเทิร์น เดคอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WDC ประเมินว่า ภาพรวมตลาดกระเบื้องไทยมูลค่าประมาณ 30,000 ล้านบาท ยังคงมีโอกาสเติบโต แม้บางเซกเมนต์ชะลอตัว โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียม และตลาดรีโนเวตที่อยู่อาศัยซึ่งขยายตัวชัดเจน

“ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ไทยปีนี้อยู่ในลักษณะ ‘ทรงตัวแบบเลือกโต’ กล่าวคือ การเติบโตไม่ได้กระจายเท่ากันทุกกลุ่ม”

โดยตลาดระดับแมสยังเผชิญแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนและความเข้มงวดของสถาบันการเงิน ขณะที่ตลาดระดับกลางถึงบน รวมถึงอัลตร้าลักชัวรี ยังมีกำลังซื้อ และได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากกระแสการปรับปรุงที่อยู่อาศัยเดิม ปีนี้ WDC ตั้งเป้ารายได้เติบโต 10% จากฐานรายได้ราว 1,000 ล้านบาท ซึ่งการซื้อบ้านมือสองและการรีโนเวต เป็นทางเลือกที่คุ้มค่ามากขึ้นเมื่อเทียบกับการซื้อบ้านใหม่ในทำเลเดียวกัน

ยุคผู้บริโภค "Smart User"

สำหรับพฤติกรรมผู้บริโภคในตลาดวัสดุตกแต่งมีการเปลี่ยนแปลง “ผู้ซื้อ” มีข้อมูลมากขึ้น และให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าในระยะยาว โดยปัจจัยหลักในการตัดสินใจเลือกซื้อกระเบื้อง ประกอบด้วย ดีไซน์และความสวยงาม การใช้งานและความเหมาะสมของพื้นที่และราคา แม้ราคาจะมีบทบาทเพิ่มขึ้น แต่ในกลุ่มพรีเมียม ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับคุณภาพและอายุการใช้งาน เนื่องจากมองว่าเป็นการลงทุนระยะยาวของที่อยู่อาศัย

“พฤติกรรมลูกค้าวันนี้เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากเดิมให้ผู้ออกแบบหรือผู้รับเหมาเป็นคนเลือก แต่ปัจจุบันลูกค้าหาข้อมูลมาก่อนและสิ่งที่ใช้ตัดสินใจเรียงลำดับ คือ ดีไซน์  การใช้งาน และ ราคา แม้ราคาเริ่มสำคัญมากขึ้นแต่ในตลาดพรีเมียมลูกค้ามองว่ากระเบื้อง เป็นการลงทุนระยะยาวเพราะเป็นสิ่งที่อยู่กับบ้านไปอีกหลายสิบปีทำให้ของที่ดีกว่ายังคงขายได้”

นอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมตอบโจทย์ 4 เทรนด์อยู่อาศัยในปี 2569 ได้แก่ 1.Wellness Living วัสดุที่ปลอดภัย ลดการสะสมเชื้อโรค และ เหมาะกับทุกช่วงวัย รวมถึงสัตว์เลี้ยง 2.Natural & Textured Materials ลวดลายและพื้นผิวที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่น หินอ่อน หินธรรมชาติ และไม้ 3.Seamless & Large Format กระเบื้องแผ่นขนาดใหญ่ ลดรอยต่อ เพิ่มความต่อเนื่องของพื้นที่ และ 4.Sustainabilityวัสดุที่มีความทนทาน ใช้งานยาวนาน ลดของเสียในระยะยาวสำหรับไฮไลต์สินค้า

 ยกตัวอย่างเช่น คอลเลกชัน Duomo ที่ถอดแบบลวดลายหินจากมหาวิหารในอิตาลี รวมถึงเทคโนโลยี Microtec ที่ช่วยเพิ่มคุณสมบัติกันลื่น และ UNITEC ที่รองรับการใช้งานในบ้านที่มีผู้สูงอายุและสัตว์เลี้ยง เป็นต้น

 เร่งสยายปีก ปั้น "Experience Center"

ด้านกลยุทธ์การขยายธุรกิจ WDC เดินหน้าเพิ่มจุดจำหน่ายในหัวเมืองศักยภาพ อาทิ สมุย นครราชสีมา และเชียงใหม่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการที่อยู่อาศัยระดับบนและตลาดนักลงทุนต่างชาติ พร้อมกันนี้ได้ปรับโชว์รูม สู่ “Experience Center” เพื่อให้ลูกค้าเห็นการใช้งานจริง และช่วยสนับสนุนการตัดสินใจของทั้งเจ้าของบ้าน นักพัฒนาโครงการ และสถาปนิกในระยะถัดไป 

WDC ยังมองโอกาสขยายตลาดไปยังประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ซึ่งมีอัตราการเติบโตของภาคก่อสร้างในระดับสูง

"ท่ามกลางต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 20% จากปัจจัยด้านพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์ บริษัทใช้กลยุทธ์กระจายแหล่งผลิตไปยังหลายประเทศ เช่น เวียดนาม อินเดีย และตุรกี เพื่อลดความเสี่ยงด้านต้นทุน ขณะเดียวกัน ยังบริหารสินค้าคงคลังมูลค่า 400-500 ล้านบาท เพื่อรองรับความผันผวน และสามารถตรึงราคาสินค้าในช่วง 3-6 เดือน โดยไม่ผลักภาระไปยังผู้บริโภค"

บัณฑิต มองว่า ตลาดกระเบื้องไม่ได้แข่งขันเพียงด้านราคาอีกต่อไป แต่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่การแข่งขันด้านนวัตกรรม ดีไซน์ และประสบการณ์การใช้งานภายใต้บริบทที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตมากขึ้น วัสดุตกแต่งจึงกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของการอยู่อาศัยแนวโน้มดังกล่าว อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดกระเบื้องระดับพรีเมียมยังคงเติบโตได้ แม้เศรษฐกิจโดยรวมยังเผชิญความไม่แน่นอน