วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘ชัยรัตน์ ศิวะพรพันธ์’ จากแฟนแมนยู สู่ CEO ‘สิงห์ เอสเตท’ ผู้วางเกมธุรกิจ

‘ชัยรัตน์ ศิวะพรพันธ์’ จากแฟนแมนยู  สู่ CEO ‘สิงห์ เอสเตท’ ผู้วางเกมธุรกิจ

บางคนวางแผนชีวิตเหมือนสูตรคณิตศาสตร์เป๊ะทุกขั้น แต่สำหรับ “ชัยรัตน์ ศิวะพรพันธ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ชีวิตกลับคล้ายเกมฟุตบอลที่ต้อง “อ่านเกม” ให้ขาด ปรับแผนให้ทัน และกล้าตัดสินใจในจังหวะสำคัญ

จากเด็กมัธยมที่เตะบอลหลังเลิกเรียนสู่ CEO สิงห์ เอสเตท เรื่องราวของเขา คือบทเรียนการบริหาร ที่ซ่อนอยู่ในสนามกีฬา

เกมแรกของชีวิต เริ่มจาก “ลานบอลโรงเรียน”

ภาพเด็กผู้ชายในชุดนักเรียนวิ่งไล่บอลช่วงพักเที่ยงที่โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย อาจดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับ “ชัยรัตน์ ศิวะพรพันธ์” หรือ กอล์ฟ มันคือจุดเริ่มต้นของ “วิธีคิดแบบนักกีฬา”เขาเติบโตมากับความหลงใหลในฟุตบอลและเลือกเชียร์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุค 90 ที่เต็มไปด้วยนักเตะระดับตำนาน โดยเฉพาะ “รอย คีน”  อดีตกองกลางกัปตันทีม “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ทีมชาติไอร์แลนด์ กัปตันทีมผู้ขึ้นชื่อเรื่อง “ความเป็นผู้นำแบบดุดัน” สิ่งที่เขาเห็น ไม่ใช่แค่ทักษะแต่คือ “ภาวะผู้นำ” ที่กล้าชน กล้าตัดสินใจ และไม่ยอมแพ้ คุณสมบัติแบบนี้ กลายเป็น DNA ในการทำงานของเขาโดยไม่รู้ตัว
 

อเมริกันฟุตบอลเมื่อชีวิตคือ Playbook

ถ้าฟุตบอลสอนเรื่อง passion อเมริกันฟุตบอลสอนเรื่อง “กลยุทธ์”ตอนเรียนมหาวิทยาลัยและไปต่อที่สหรัฐ เขาเริ่มหลงใหลกีฬาอีกประเภทหนึ่งเพราะไม่ใช่แค่การเล่น แต่มันคือ “การวางแผนล่วงหน้า” มีทั้งทีมรุก ทีมรับ และทีมพิเศษ ทุกจังหวะคือ Play ที่ถูกออกแบบมา 

"โลกธุรกิจก็ไม่ต่างกัน องค์กรต้องมีทั้งเกมบุก เกมรับและแผนสำรอง เผื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝันเพราะบางครั้ง เกมที่ชนะ ไม่ใช่เกมที่เก่งที่สุดแต่คือเกมที่เตรียมพร้อมที่สุด”

 Destiny เมื่อชีวิตไม่ได้เลือก แต่ถูกเลือก

เส้นทางชีวิตของเขาไม่ได้เป็นเส้นตรงแบบที่หลายคนคิด "ชัยรัตน์" เล่าว่า ตัวเองเชื่อในคำว่า “โชคชะตา”ตัวอย่างชัดที่สุดคือการสอบเข้าคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากตัวเลือกอันดับ 4 บนรถเมล์ กลายเป็น “ทางรอด” ที่ทำให้เขาได้เรียน 

หรือแม้แต่การไปเรียนต่อที่สหรัฐที่เริ่มจาก “ยังไม่มีที่เรียน” แต่สุดท้ายกลับได้เข้า University of Illinois Urbana-Champaign เพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่างพายุคาทรินา...จึงเชื่อว่าชีวิตไม่ใช่แค่การวางแผนแต่คือการ “คว้าโอกาส” เมื่อวิ่งเข้ามา

 

‘ชัยรัตน์ ศิวะพรพันธ์’ จากแฟนแมนยู  สู่ CEO ‘สิงห์ เอสเตท’ ผู้วางเกมธุรกิจ

จากสนามการเงิน สู่เกมใหญ่ระดับองค์กร

ก่อนมานั่งเก้าอี้ CEO ชัยรัตน์ ผ่านสนามธุรกิจมาหลายบทบาท ตั้งแต่ ปูนซีเมนต์ไทย (SCG) ในสายงานขายและการตลาด 2 ปี ก่อนไปเรียนต่อ MBA ด้านการเงิน เพื่อให้มี “เครื่องมือ” ในการทำงานมากขึ้น เคยเป็น RM (Relationship Manager) ดูแลลูกค้าบริษัทญี่ปุ่นที่ Standard Chartered Bank  ดูแลลูกค้าญี่ปุ่นทั้งที่พูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ฟังดูเหมือนเสียเปรียบแต่เขากลับมองว่า“ทักษะอื่น” สามารถชดเชยได้

ต่อมาได้ทำงานในสาย IB ที่ กสิกรไทย ได้เรียนรู้สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่แค่การวิเคราะห์แต่คือ “การทำให้งานสำเร็จเพราะในโลกจริง ไอเดียดี ไม่มีค่าถ้าทำไม่สำเร็จ” (Getting things done) โดยดูแลฝั่งตลาดทุน เช่น IPO และ M&A จากนั้นเข้ามาในธุรกิจพลังงาน ร่วมงานกับ B.Grimm Power (บี.กริม) นานถึง 7 ปี มีส่วนสำคัญในการทำ Infrastructure Fund กองแรกและการนำบริษัทเข้า IPO

ก้าวสู่ CEO เกมที่เดิมพันสูงขึ้น

ปี 2561 ร่วมงานกับ  สิงห์ เอสเตท ในตำแหน่ง VP Corporate Finance ตอนอายุ 37 ปี จากนั้นไปดำรงตำแหน่ง CFO ที่ SHR และกลับมาเป็น CFO ที่บริษัทแม่ กระทั่งขึ้นเป็น CEO ในวัย 43 

อาจมีคำถามว่าเขาพร้อมหรือไม่? คำตอบของเขาคือ “ไม่มีใครพร้อม 100%” แต่สิ่งที่ทำให้กล้ารับตำแหน่งคือการ “เข้าใจปัญหา”เพราะเคยอยู่กับมันมานาน เหมือนนักฟุตบอลที่ไม่ได้แค่ลงสนามแต่รู้ว่าเกมกำลังจะไปทางไหน

แม้จะรู้ว่างานยาก แต่มั่นใจ! เพราะคลุกคลีกับปัญหามานานและรู้วิธีที่จะ Turnaround ธุรกิจ โดยได้รับการสนับสนุนที่ดีจากทั้งเจ้าของและทีมผู้บริหารระดับสูง ตั้งเป้าสร้างกำไรโต 2 เท่า ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า

โดยนำหลักการดูฟุตบอลมาปรับใช้ คือ “รู้แพ้ รู้ชนะ” และการตั้งเป้าหมายที่ท้าทายแต่ต้องเป็นไปได้ (Ambitious but realistic) เพื่อไม่ให้พนักงานหมดไฟ

ภายใต้การนำของ ชัยรัตน์  “สิงห์ เอสเตท” วางเกมธุรกิจ 4 ด้าน ที่อยู่อาศัย โรงแรม อาคารสำนักงาน และ นิคมอุตสาหกรรม แนวคิดนี้คล้ายทีมฟุตบอลระดับโลกที่ต้องมีทั้งเกมรุกและเกมรับไม่พึ่งพา “ดาวยิง” เพียงคนเดียว แต่สร้างทีมที่สมดุลเพื่อให้เกิดรายได้ต่อเนื่อง หรือ Recurring Income

โตแบบ “ตัวเล็กที่มีคุณภาพ”

ในวันที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์แข่งขันสูง ชัยรัตน์ เลือกไม่เล่นเกมปริมาณแต่เลือก “คุณภาพ”โฟกัสตลาดบ้านลักชัวรี สะท้อนแนวคิดชัดว่าไม่ได้อยากเป็นทีมใหญ่ที่สุดแต่เป็นทีมที่ “เล่นดีที่สุด” หนึ่งในหมากสำคัญ คือ การรุกเข้าสู่ธุรกิจ Data Center เพราะอนาคตของโลกธุรกิจ คือ “โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล” และสิงห์ เอสเตท มีความพร้อมครบทั้ง 5 ด้าน อย่างแข็งแกร่ง ทำเล ไฟฟ้า ระบบสายส่ง น้ำ ที่ดิน

นี่คือการ “อ่านเกมล่วงหน้า” แบบเดียวกับอเมริกันฟุตบอล ขณะเดียวกันนั้นสิ่งที่เขาภูมิใจที่สุดไม่ใช่แค่กำไรบริษัทแต่คือ Passion ในการสร้างคน อยากเห็นทีมงานเติบโตแม้วันหนึ่งจะเก่งจนย้ายไปที่อื่น! เพราะสำหรับเขาความสำเร็จของผู้นำ คือการ “สร้างผู้นำรุ่นต่อไป” เหมือนที่เขาเคยได้รับโอกาสมาก่อน

แม้อายุจะก้ำกึ่ง Gen Y แต่เขาเรียกตัวเองว่า เป็น “Gen X” เพราะเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ต้องดิ้นรนและปรับตัวเก่ง รู้จักหาเครือข่ายและคนเก่งมาช่วยทำงาน

ชีวิตคือสามเหลี่ยมที่ต้องสมดุล

แม้จะเป็นผู้บริหารระดับสูง แต่เขามีหลักคิดง่ายๆ ชีวิตต้องสมดุล 3 ด้าน ตัวเอง ครอบครัว และงาน เหมือน “สามเหลี่ยมด้านเท่า”  ที่ต้องไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง เพราะถ้าด้านหนึ่งล้มอีก 2 ด้านก็จะเสียสมดุล โดยพยายามให้ทั้ง 3 ด้าน โตไปพร้อมกันอย่างเท่าเทียม เพื่อไม่ให้ด้านใดด้านหนึ่งเป็นภาระของด้านอื่น

เรื่องราวของชัยรัตน์อาจดูเหมือนเต็มไปด้วย “โชค”แต่ถ้ามองลึกลงไป นั่นคือการเตรียมตัวให้ “พร้อมเสมอ!” เมื่อโอกาสมาถึง เหมือนนักฟุตบอลที่ดีไม่ได้แค่รอบอลแต่ต้องวิ่งหาบอลและรู้ว่าจะเล่นอย่างไรต่อ ใน “โลกธุรกิจ” ก็เช่นกัน ไม่มีแผนไหนสมบูรณ์แบบแต่คนที่ชนะคือคนที่ “อ่านเกมขาด” และ “กล้าตัดสินใจ” ในจังหวะสำคัญ เพราะชีวิตคือเกม ที่ไม่มีสูตรตายตัว