สิทธิพร สุวรรณสุต กรรมการกิตติมศักดิ์ สมาคมไทยรับสร้างบ้าน (THBA) ประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซียที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 3 ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องทั้งนี้ แนวโน้มดังกล่าวเริ่มส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานวัสดุก่อสร้าง โดยคาดว่าในไตรมาส 3 ปี 2569 ราคาวัสดุก่อสร้างในประเทศมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นอีกระลอก จากข้อจำกัดด้านวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตที่อยู่ในระดับสูง
เตือนธุรกิจรับสร้างบ้าน เสี่ยงขาดทุน
สมาคมฯ แสดงความกังวลต่อผู้ประกอบการที่ยังใช้กลยุทธ์แข่งขันด้านราคา โดยไม่ปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นสถานการณ์ปัจจุบันอาจนำไปสู่ภาวะ “ขาดทุนสองชั้น” ประกอบด้วยต้นทุนที่ปรับเพิ่มขึ้นก่อนหน้า ต้นทุนรอบใหม่ที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นในระยะถัดไปผู้ประกอบการที่มีข้อจำกัดด้านสภาพคล่องหรือฐานทุนไม่แข็งแรง อาจเผชิญความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ และมีโอกาสออกจากตลาด
แนะผู้บริโภคระวังเงื่อนไขการเงินผิดปกติ
ในส่วนของผู้บริโภค สมาคมฯ แนะเพิ่มความรอบคอบในการทำสัญญา โดยเฉพาะกรณีผู้ประกอบการขอเบิกเงินล่วงหน้าเกินกว่าที่กำหนดในสัญญา โดยอ้างเหตุผลในการล็อกราคาวัสดุเนื่องจากในทางปฏิบัติ การดำเนินการดังกล่าวทำได้จำกัด และอาจสะท้อนถึงปัญหาสภาพคล่องของผู้ประกอบการ
ชู “3 มาตรฐาน” คัดเลือกผู้รับสร้างบ้าน
สมาคมฯ แนะนำให้ผู้บริโภคพิจารณาเลือกบริษัทรับสร้างบ้านจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่
1. แบบบ้านมาตรฐาน มีรายละเอียดแบบก่อสร้างชัดเจน
2. ราคาก่อสร้างมีที่มาจากต้นทุนจริง ไม่ใช่การประเมินแบบเหมารวมต่อตารางเมตร
3. การระบุวัสดุอุปกรณ์ชัดเจน ทั้งแบรนด์ รุ่น และคุณภาพ
ทั้งนี้ การเสนอสร้างบ้าน “ตามงบประมาณ” โดยไม่มีรายละเอียดมาตรฐาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการปรับลดคุณภาพวัสดุภายหลัง
ตลาดหดตัว แต่ผู้เล่นใหม่เพิ่ม
สำหรับแนวโน้มตลาดในช่วงไตรมาส 2–3 ปี 2569 สมาคมฯ มองว่ากำลังซื้อมีแนวโน้มชะลอตัวตามภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม กลับพบว่ามีผู้ประกอบการรายใหม่เข้าสู่ธุรกิจรับสร้างบ้านเพิ่มขึ้น ทั้งกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายย่อย ผู้รับเหมา รวมถึงสถาปนิกและวิศวกร ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น
แนะผู้ประกอบการเน้นบริหารต้นทุน-รักษามาตรฐาน
สมาคมฯ เห็นว่าภายใต้ภาวะตลาดที่มีการแข่งขันสูง ผู้ประกอบการควรมุ่งเน้นการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และรักษามาตรฐานงานก่อสร้าง แทนการเร่งขยายยอดขายเพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนในระยะถัดไป


