วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

COTTO เร่งเกม “วัสดุปิดผิว” รุกตลาดใหม่ ชิงดีไซน์เนอร์

COTTO เร่งเกม “วัสดุปิดผิว” รุกตลาดใหม่ ชิงดีไซน์เนอร์จากกระเบื้อง-สุขภัณฑ์ สู่แพลตฟอร์มวัสดุครบวงจร เกมนี้ใหญ่กว่าที่คิด

KEY POINTS

  • COTTO ปรับกลยุทธ์จากผู้ผลิตกระเบื้องและสุขภัณฑ์สู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชัน "วัสดุปิดผิว" แบบครบวงจร เพื่อครอบคลุมทุกส่วนของงานออกแบบ
  • มุ่งเจาะตลาดกลุ่มนักออกแบบและสถาปนิกซึ่งเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจหลักในโครงการต่างๆ ผ่านการเปิดตัวสินค้าในงานแสดงสถาปัตยกรรม
  • ใช้กลยุทธ์สินค้า 2 กลุ่ม คือกลุ่มนวัตกรรมมาร์จินสูง (HVA) และกลุ่มคุณภาพดีราคาคุ้มค่า (SVP) เพื่อตอบสนองกำลังซื้อที่หลากหลาย
  • ชูจุดแข็งด้านการผลิตเองครบวงจรในประเทศ ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพ ต้นทุน และซัพพลายเชนได้ดีกว่าคู่แข่ง

ทนงชัย อัศวินชัยโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท สยามซานิทารีแวร์อินดัสทรี จำกัด เผยว่า COTTO กำลังขยับบทบาทตัวเองจากผู้ผลิตกระเบื้องและสุขภัณฑ์
ไปสู่ “ผู้ให้โซลูชันวัสดุตกแต่งครบวงจร”ภายใต้การขยายพอร์ต“วัสดุปิดผิว” มากกว่า 10 ประเภท นี่ไม่ใช่แค่เพิ่มสินค้าแต่คือการ “กินพื้นที่” ใน Value Chain ทั้งระบบ

 ทำไมต้องเป็น “วัสดุปิดผิว”

ในโลกของงานออกแบบ“วัสดุปิดผิว” คือสิ่งที่ลูกค้า “เห็นและสัมผัสจริง”ตั้งแต่ พื้น ผนัง เฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงประตูหน้าต่างการที่ SCG Ceramicsขยายมาครบทุกหมวดหมายความว่ากำลังเปลี่ยนจาก “ขายสินค้า”เป็น “ขายชุดประสบการณ์การออกแบบ”
 

กลยุทธ์ 2 ขา พรีเมียม + คุ้มค่า

เกมของ COTTO ไม่ได้เล่นแค่ตลาดบน แต่แบ่งชัดเป็น 2 กลุ่ม

  •  HVA (High Value Added) = สินค้านวัตกรรม มาร์จินสูง
  •  SVP (Smart Value Products) = คุณภาพดี ราคาจับต้องได้

นี่คือการ “กันความเสี่ยง”ในวันที่กำลังซื้อผู้บริโภคไม่เท่ากัน สุขภัณฑ์กำลังเข้าสู่ “ยุคไร้สัมผัส”นอกจากวัสดุอีกหมากสำคัญคือการเปิดตัว “สุขภัณฑ์อัตโนมัติ”  ตัวอย่าง SENSIS ที่ใช้เทคโนโลยี Kick Sensor = สั่งงานด้วยเท้าสะท้อนว่าห้องน้ำกำลังเปลี่ยนจาก Utility Smart & Hygiene Space
 

ทำไมต้องเร่งเปิดตัวตอนนี้

COTTO เลือกเปิดเกมใน 2 เวทีใหญ่ Architect Expo 2026
 โชว์รูม COTTO LiFE Don Mueang เหตุผลคือ“นักออกแบบ” คือ Key Decision Makerถ้าชนะใจกลุ่มนี้ได้เท่ากับชนะโปรเจกต์ในอนาคต

จุดแข็งที่คู่แข่งเลียนแบบยาก

หนึ่งในไพ่ลับของ COTTO คือ“การผลิตเองครบวงจร”ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำในประเทศไทยทำให้ได้ 3 อย่าง1. คุมคุณภาพ2. คุมต้นทุน
3. คุมซัพพลายเชนในขณะที่หลายแบรนด์ยังต้องพึ่งการนำเข้า

เกมระยะยาว มากกว่าแค่ยอดขาย

สิ่งที่น่าสนใจคือCOTTO ไม่ได้มองแค่ยอดขายวันนี้แต่กำลังลงทุนใน

  •  การพัฒนาช่าง (Technical Center)
  •  มาตรฐานการติดตั้ง
  •  เป้าหมาย Net Zero 2050

สะท้อนว่ากำลังสร้าง “Ecosystem” ของตัวเอง

การขยายพอร์ตครั้งนี้ไม่ใช่แค่เพิ่มสินค้าแต่คือการพยายาม “อยู่ในทุกจุดของบ้าน”ตั้งแต่พื้น ผนัง ห้องน้ำไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ COTTOกำลังกลายเป็น One-Stop Solution