วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

ธุรกิจสระว่ายน้ำโตตามท่องเที่ยว เจ.ดี.พูลส์เร่งปั้นรายได้ใหม่จากสระเก่า

เมื่อ “สระว่ายน้ำ” ไม่ใช่แค่ของฟุ่มเฟือยอีกต่อไป แต่กลายเป็นแม่เหล็กดึงนักท่องเที่ยวและมูลค่าอสังหาฯ ผู้เล่นอย่าง เจ.ดี.พูลส์กำลังเปลี่ยนเกม จากสร้างใหม่ สู่ “รีโนเวท” เพื่อเร่งการเติบโตในตลาดที่ร้อนแรงที่สุดในอาเซียน

KEY POINTS

  • ตลาดสระว่ายน้ำเติบโตตามภาคการท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากสระว่ายน้ำกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกที่พักของนักท่องเที่ยว
  • เจ.ดี.พูลส์ปรับกลยุทธ์จากการหาลูกค้าใหม่ มาเน้นการสร้างรายได้จากฐานลูกค้าเก่ากว่า 18,800 ราย ผ่านบริการรีโนเวทและอัปเกรดสระว่ายน้ำ
  • บริษัทตั้งเป้าสร้างรายได้ต่อเนื่อง (Recurring Income) จากการปรับปรุงสระเก่าด้วยเทคโนโลยีใหม่ เช่น ระบบ AI และหุ่นยนต์ทำความสะอาด เพื่อสร้างรายได้ราว 30 ล้านบาทในปีนี้
  • นอกจากการปรับปรุงสระเก่า บริษัทยังแตกไลน์สินค้าใหม่ "iBath" (อ่างน้ำเย็น) เพื่อเจาะตลาดกลุ่มคนรักสุขภาพและสร้างการเติบโตเพิ่ม

ธนูศักดิ์ พึ่งเดช ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ.ดี.พูลส์ จำกัด ระบุว่า วันนี้สระว่ายน้ำแทบกลายเป็น “ของจำเป็น” สำหรับโรงแรม รีสอร์ต และพูลวิลล่าเหตุผลไม่ซับซ้อนเพราะนักท่องเที่ยวเลือกที่พักจาก “ประสบการณ์” มากกว่าราคา  ประเทศไทยจึงได้เปรียบทั้งภูมิอากาศ พื้นที่ และการเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวจนทำให้ตลาดสระว่ายน้ำในไทยเติบโตสูงสุดในอาเซียนและที่น่าสนใจคือการเติบโตนี้ “ผูกติด” กับอสังหาริมทรัพย์โดยตรง

ถ้าอสังหาฯ โต 10%สระว่ายน้ำก็โตใกล้เคียงกันโดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต พัทยา และสมุย

เปลี่ยนเกมจากหาลูกค้าใหม่สู่ลูกค้าเก่า

แทนที่จะวิ่งหาลูกค้าใหม่เพียงอย่างเดียว เจ.ดี.พูลส์ เลือกหันกลับมามอง “ขุมทรัพย์เดิม”ฐานลูกค้ากว่า 18,800 รายคือโอกาสในการทำรายได้ซ้ำ (Recurring Income)ผ่านการรีโนเวทและอัปเกรดสระเก่าด้วยเทคโนโลยีใหม่ เช่น ระบบ AI หุ่นยนต์ทำความสะอาด ระบบกันซึม PVC Liner เป้าหมายคือเข้าถึงลูกค้า 20% หรือราว 300 รายในระยะแรกสร้างรายได้ประมาณ 30 ล้านบาทในปีนี้นี่คือการเปลี่ยนจากธุรกิจ “ขายครั้งเดียว”สู่ “บริการต่อเนื่อง”
 

แตกไลน์ “iBath” เจาะเทรนด์สุขภาพ

อีกหมากสำคัญคือการเปิดตัว “iBath”อ่างน้ำเย็น (Ice Bath) สำหรับสายสุขภาพและนักกีฬา จุดขายคือใช้งานง่าย เป็นอ่างเป่าลม และทำความเย็นได้ภายใน 3 ชั่วโมง ตั้งราคาขายราว 70,000 บาทช่วงโปรโมชั่นสะท้อนว่า เจ.ดี.พูลส์ ไม่ได้ขายแค่ “สระ” แต่กำลังขาย “ไลฟ์สไตล์”

ปัจจุบันบริษัทมีโชว์รูม 20 แห่ง และตั้งเป้าเพิ่มอีก 10 แห่งใน 3 ปีโมเดลสำคัญคือ “แฟรนไชส์”เพื่อลดภาระลงทุนขณะที่ตลาดต่างประเทศโฟกัสอาเซียนเป็นหลักโดยเฉพาะ “เมียนมา”ที่ยังเติบโต และคู่แข่งน้อยส่วนลาวและกัมพูชาเริ่มชะลอจากเศรษฐกิจและค่าขนส่ง

เจาะตลาดรัฐแก้ปัญหาเด็กจมน้ำ

อีกกลยุทธ์ที่น่าสนใจคือการรุก “ภาครัฐ” ผ่านโครงการสระว่ายน้ำงบประมาณ 500,000 บาทเตรียมเสนอให้ อปท. กว่า 7,400 แห่งทั่วประเทศเป้าหมายไม่ใช่แค่รายได้แต่ยังแก้ปัญหา “เด็กจมน้ำ”ซึ่งเป็น Pain Point ของสังคมไทย

 ต้นทุนพุ่ง แต่ยัง “ตรึงราคา”

แม้ต้นทุนก่อสร้างทั้งปูนและเหล็ก จะเพิ่มขึ้นราว 15%แต่บริษัทเลือก “พยุงราคา” ได้อีก 2-3 เดือนจากสต็อกที่มีอยู่อย่างไรก็ตามหากของล็อตใหม่เข้ามามีโอกาสปรับขึ้น 5-10%

ปีนี้  เจ.ดี.พูลส์ ตั้งเป้าเติบโต 10% สู่รายได้ประมาณ 500 ล้านบาทแม้ไม่ใช่ตัวเลขหวือหวาแต่สิ่งที่น่าสนใจคือ“คุณภาพของการเติบโต”ที่กำลังเปลี่ยนจากรายได้ครั้งเดียว ไปสู่รายได้ระยะยาว และการต่อยอดสินค้าใหม่