วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน 2569

Login
Login

เสนาฯชูโมเดลขายรถEV พ่วงบริการวิศวกรรมการเงินแก้ปัญหาค่าเดินทางคนกทม.สูง 16% ของรายได้

เสนาฯชูโมเดลขายรถEV พ่วงบริการวิศวกรรมการเงินแก้ปัญหาค่าเดินทางคนกทม.สูง 16% ของรายได้

เมื่อ “ค่าเดินทาง” กินสัส่วนรายได้คนกรุงเทพฯ สูงถึง 16% คำถามคือ…ทำอย่างไรให้ตัวเลขนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยไม่ต้องรอให้รายได้เพิ่ม คำตอบของ “เสนา” ไม่ได้อยู่แค่บ้าน แต่อยู่ที่การออกแบบทั้งระบบชีวิตหนึ่งในนั้นคือรถยนต์ไฟฟ้า

เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนา กรีน เอนเนอร์ยี่ จำกัด กล่าวว่า เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ กำลังพยายามเปลี่ยนบทบาทตัวเอง จากผู้ขายบ้าน มาเป็น “พันธมิตรระยะยาว” ของลูกค้า ภายใต้วิสัยทัศน์ Lifelong Trusted Partner แนวคิดนี้ฟังดูเป็นนามธรรม แต่ถ้าถอดออกมาเป็นตัวเลข มันชัดเจนมาก“ต้นทุนชีวิต” ของคนเมือง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ไม่ได้อยู่แค่ค่าบ้าน แต่ “ค่าเดินทาง” กลายเป็นภาระใหญ่

ข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี ชี้ว่า คนกรุงต้องจ่ายค่าเดินทางเฉลี่ยถึง 16% ของรายได้ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันถ้ามองในมุมการเงินส่วนบุคคลนี่คือ “ค่าใช้จ่ายคงที่” ที่กัดกินศักยภาพการออมโดยตรงและนี่คือ Pain Point ที่เสนาเลือกจะลงมือแก้
 

ปลดล็อก 16% จากค่าใช้จ่ายสู่โอกาส

เป้าหมายของเสนา ไม่ใช่แค่ “ลด” แต่คือ “รีดีไซน์” ค่าเดินทางทั้งระบบโจทย์คือ ทำอย่างไรให้ค่าใช้จ่ายก้อนนี้จาก 16% เหลือ 5% หรือในอุดมคติ ใกล้ 0%คำตอบของเสนา คือการสร้าง “Travel Platform” ที่เชื่อมบ้าน + พลังงาน + รถยนต์ + การเงินพูดง่าย ๆ คือไม่ได้แก้ทีละจุด แต่แก้ทั้ง Ecosystem

"โซลาร์ + EV เปลี่ยนบ้านเป็น “ปั๊มน้ำมันส่วนตัว”

หนึ่งในแกนสำคัญคือการใช้พลังงานสะอาดเสนาเป็นผู้พัฒนาอสังหาฯ รายแรก ๆ ในไทย ที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้บ้านมานานกว่า 10 ปีและกำลังต่อยอดมาสู่การเดินทางผ่าน Sena Green Autoภาพที่เสนากำลังวาด คือ“บ้าน” ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัยแต่คือ “แหล่งพลังงาน”ถ้าบ้านผลิตไฟเองได้และรถใช้ไฟฟ้า (EV)ต้นทุนพลังงานในการเดินทาง = ศูนย์ (ในเชิงทฤษฎี)

นั่นหมายความว่าจากเดิมที่ต้องจ่ายค่าน้ำมันทุกเดือน กลายเป็น “ไม่ต้องจ่าย”นี่คือการเปลี่ยน “Cost Structure” ของชีวิตอย่างแท้จริง แน่นอนว่าแนวคิดจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่มีโครงสร้างรองรับเสนาจึงติดตั้ง EV Charging Station ในโครงการทั้งบ้านและคอนโดพร้อมทั้งวางแผนพัฒนา “Solar Direct Charging” ให้โซลาร์สามารถชาร์จรถได้โดยตรง ถ้าทำสำเร็จจะเป็นอีกขั้นของการลดต้นทุนพลังงานและลดการพึ่งพาระบบไฟฟ้าหลัก

เกมการเงินกู้รถแบบ “ดอกเบี้ยบ้าน”

แต่แค่พลังงานถูกลงยังไม่พออีก Pain Point สำคัญคือ“ค่างวดรถ”โดยทั่วไป การผ่อนรถอยู่ที่ประมาณ 7,000–8,000 บาท/เดือนซึ่งเป็นภาระหนักสำหรับคนเมืองเสนาแก้เกมนี้ผ่านโมเดล “Home Financing”โดยใช้บ้านเป็นหลักประกันแล้วนำวงเงินไปซื้อรถผลลัพธ์คือค่างวดลดลงเหลือประมาณ 3,600 บาท/เดือนลดลงเกือบ “ครึ่งหนึ่ง”กลไกนี้ขับเคลื่อนผ่านบริษัทเงินสดใจดีซึ่งเป็น Non-Bank ที่ทำหน้าที่จัดโครงสร้างหนี้ใหม่

 เมื่อ “หนี้” ไม่ใช่ปัญหา แต่เป็นเครื่องมือ

สิ่งที่น่าสนใจคือ เสนาไม่ได้มองหนี้เป็นสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงแต่มองว่า “หนี้ที่ออกแบบดี” สามารถลดต้นทุนชีวิตได้แนวคิดนี้คล้ายกับการทำ Asset Allocationแต่ย้ายมาอยู่ในโลกของหนี้ เช่น เอาหนี้ดอกเบี้ยสูง ไปอยู่ในหนี้ดอกเบี้ยต่ำ, ยืดระยะเวลาเพื่อลดภาระรายเดือน หรือรวมหนี้ เพิ่มสภาพคล่อง นี่คือ Financial Engineering ในระดับบุคคล

 Open Platform ไม่ใช่แค่ลูกบ้านเสนา

อีกจุดที่น่าสนใจคือแพลตฟอร์มนี้ “ไม่ได้ปิด”เสนาเปิดให้คนทั่วไปเข้ามาใช้บริการได้ไม่ว่าจะเป็น เทรดรถน้ำมันเป็นบ้านหรือคอนโด ปิดหนี้เดิม เปลี่ยนเป็นรถ EV จัดสินเชื่อใหม่ พูดง่าย ๆ คือ เสนาฯเป็น “ตัวกลาง” ของการเปลี่ยนผ่านภายใต้ SENA Green Ecosystem ที่เชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกัน ซึ่งเชื่อม 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ บ้าน/ คอนโด รถยนต์ พลังงาน และเพิ่ม “การเงิน” เป็นตัวเชื่อมผลลัพธ์คือลูกค้าสามารถบริหาร “ชีวิตทั้งระบบ” ได้ในที่เดียว

ในระบบการเงินทั่วไป“บ้าน” และ “รถ” คือคนละโปรดักต์แต่เสนากำลังพยายามรวมมันเข้าด้วยกัน เช่น ใช้บ้านกู้ซื้อรถ เอารถมาเทรดเพื่อลดภาระบ้าน รวมหนี้ให้เหลือก้อนเดียว สิ่งนี้ช่วยลด “ต้นทุนการเปลี่ยนผ่าน”ไปสู่ชีวิตสีเขียว

สำหรับคนที่ยังไม่พร้อมกู้เสนามีโมเดลLivNexที่ให้ “เช่าออมบ้าน”คือ เช่าก่อน สะสมเครดิตแล้วค่อยกู้ นี่คือการแก้ปัญหา Rejection Rate ที่สูงขึ้นในตลาดอสังหาฯ

 ธุรกิจ EVมากกว่าการขายรถ

ในฝั่ง Mobility เสนาไม่ได้แค่สร้างระบบ แต่ลงมา “ขายรถ” เองด้วยผ่าน3 แบรนด์ ได้แก่ OMODA & JAECOO, LEAPMOTOR และ DEEPAL และกำลังจะเพิ่มแบรนด์XPENG ในอนาคต เป้าหมายยอดขายปีนี้ 1,000 คัน ปัจจุบัน สัดส่วนรายได้ 87% ของเสนาฯมาจากอสังหาฯ 10% จากบริการการเงิน 3% จากธุรกิจ Green แต่ในอนาคตเสนาฯตั้งเป้าให้ Green โตขึ้น นี่คือการ “Pivot” ธุรกิจครั้งใหญ่

แม้โมเดลจะน่าสนใจ แต่ก็มีความท้าทาย Rejection Rate สินเชื่อยังสูง Supply รถ EV ยังไม่ทันดีมานด์ เศรษฐกิจโลกยังผันผวน รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ยังระมัดระวังการก่อหนี้ระยะยาว

 เกมนี้ไม่ใช่เรื่องบ้าน แต่คือ “โครงสร้างชีวิต” สิ่งที่เสนากำลังทำไม่ใช่แค่ขายบ้านหรือขายรถแต่คือการ “ออกแบบโครงสร้างต้นทุนชีวิตใหม่”จากโลกเดิมที่ บ้าน = หนี้ ,รถ = ภาระ ,พลังงาน = ค่าใช้จ่ายกำลังถูกเปลี่ยนเป็น บ้าน = แหล่งพลังงาน, รถ = ต้นทุนต่ำ, การเงิน = เครื่องมือเพิ่มสภาพคล่อง

หากทำได้จริง16% ของค่าเดินทางอาจไม่ใช่เรื่องที่ต้องยอมรับอีกต่อไปและนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการแข่งขันครั้งใหม่ในธุรกิจอสังหาฯที่ไม่ได้วัดกันแค่ “ทำเล”แต่คือ ใครลดต้นทุนชีวิตลูกค้าได้มากกว่ากัน