วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน 2569

Login
Login

‘ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต’ 12 ปีบนยอดคลื่นกางพิมพ์เขียวพลิกเกมอสังหาฯ เศรษฐกิจไทย

‘ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต’ 12 ปีบนยอดคลื่นกางพิมพ์เขียวพลิกเกมอสังหาฯ เศรษฐกิจไทย

เมื่อผู้นำที่อยู่เบื้องหลังการกำหนดทิศทาง “คอนโดไทย” มานานกว่าทศวรรษ หมดวาระลงจากตำแหน่งในจังหวะที่เรียกว่า “จุดสูงสุด” สิ่งที่เขาทิ้งไว้ไม่ใช่แค่ผลงาน แต่คือชุดความคิดและพิมพ์เขียวขนาดใหญ่ ที่อาจเป็นคำตอบของโจทย์เศรษฐกิจไทยในระยะยาว

ชื่อของ “ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต” แทบจะแยกไม่ออกจากบทบาท “นายกสมาคมอาคารชุดไทย” ตลอดระยะเวลากว่า 12 ปี นับตั้งแต่รับตำแหน่งครั้งแรกในปี 2557 เขาไม่ได้เป็นเพียงตัวแทนของผู้ประกอบการคอนโด แต่เป็นหนึ่งใน “มันสมอง” ที่ขับเคลื่อนภาพใหญ่ของอสังหาริมทรัพย์ไทย การลงจากตำแหน่งครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนตัวบุคคล แต่เป็นการ “ส่งไม้ต่อ” ให้คนรุ่นใหม่ ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของอุตสาหกรรม

 นักการตลาดเคลื่อนโครงสร้างเศรษฐกิจ

ผลงานของประเสริฐ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การบริหารสมาคม แต่ขยายไปถึงการ “ออกแบบเชิงโครงสร้าง” ให้ทั้งอุตสาหกรรมอสังหาฯ และเศรษฐกิจไทย หนึ่งในบทบาทสำคัญคือการผลักดันมาตรการผ่อนปรนควบคุมสินเชื่อ หรือ LTV (Loan-to-Value) 

มาตรการนี้ เปรียบเหมือน “วาล์วควบคุมความร้อน” ของตลาดอสังหาฯ เมื่อเศรษฐกิจชะลอต้องผ่อนคลาย เมื่อเศรษฐกิจร้อนแรงต้องเข้มงวด การผลักดันให้ภาครัฐ “ใช้ LTV อย่างยืดหยุ่น” จึงเป็นการช่วยรักษาเสถียรภาพของตลาดในระยะยาว ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า
 

ฝ่าวิกฤติแผ่นดินไหว “กู้ความเชื่อมั่น”

อีกหนึ่งบทพิสูจน์สำคัญของผู้นำคนนี้ คือ การพาธุรกิจคอนโดผ่าน “วิกฤติแผ่นดินไหวครั้งใหญ่” เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้กระทบแค่โครงสร้างอาคารแต่กระทบ “ความเชื่อมั่น” ของผู้บริโภคอย่างรุนแรง

โจทย์ที่ยากกว่า “ซ่อมตึก” คือ “ซ่อมความเชื่อใจ” และสิ่งที่เกิดขึ้น คือ ความเชื่อมั่นกลับมาเร็วกว่าที่หลายคนคาด นี่คือบทบาทของผู้นำ ที่ไม่ได้แค่บริหารองค์กรแต่บริหาร “ความรู้สึกของตลาด”

‘ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต’ 12 ปีบนยอดคลื่นกางพิมพ์เขียวพลิกเกมอสังหาฯ เศรษฐกิจไทย

ชูแนวคิด “Manmade Economy”

หนึ่งในไอเดียที่โดดเด่นที่สุดอีกเรื่อง คือแนวคิดโครงการ “Manmade” หรือการใช้โครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่เป็นเครื่องยนต์ใหม่ของเศรษฐกิจไทย ที่ไม่ใช่แค่สร้างที่อยู่อาศัย แต่สร้าง “จุดหมายของโลก”เช่น ศูนย์สุขภาพระดับโลก ศูนย์การศึกษา สวนสนุกระดับสากล ศูนย์กีฬาและการประชุม

ทั้งหมดนี้ ถูกวางไว้โดยมีเงื่อนไขสำคัญ “ไม่มีคาสิโน” แนวคิดนี้สะท้อนภาพชัดเจนว่าประเทศไทยสามารถเติบโตได้ โดยไม่ต้องพึ่งโมเดลเสี่ยง!

 

ต่างชาติอยู่ได้ คนไทยต้องได้ก่อน

หนึ่งในประเด็นที่ถกเถียงกันมายาวนานคือ “การถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติ” ข้อเสนอของประเสริฐ ไม่ใช่การเปิดเสรีเต็มรูปแบบแต่เป็น “ทางสายกลาง” 

แนวคิดหลักคือ ให้ต่างชาติ “เช่าระยะยาว” 50-60 ปี ไม่ให้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน มีภาระภาษีชัดเจน เงินภาษีถูกนำไปตั้ง “กองทุนเพื่อคนไทย” กองทุนนี้จะช่วย “บ้านหลังแรก” ผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ นี่คือความพยายาม “ลดความเหลื่อมล้ำ”ผ่านโครงสร้าง ไม่ใช่แค่มาตรการชั่วคราว

ปัญหาใหญ่ คนไทยซื้อบ้านไม่ไหว

อีกด้านหนึ่งของปัญหาคือ “กำลังซื้อคนไทยที่ถดถอย”โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เริ่มหลุดออกจากระบบการมีบ้าน สาเหตุไม่ได้มาจากแค่ราคาบ้าน แต่คือ “โครงสร้างทั้งระบบ” เช่น การเข้าถึงสินเชื่อ หนี้ครัวเรือนรายได้ที่ไม่โตทันราคาอสังหาฯ 

ประเสริฐ มองว่าหากไม่แก้เชิงโครงสร้างปัญหานี้จะ “ฝังลึก” และ ยากจะแก้ในอนาคต

 3 มาตรการเร่งด่วนประคองธุรกิจ

เพื่อรับมือกับสถานการณ์ระยะสั้นในปี 2569 มี 3 มาตรการสำคัญที่ถูกเสนอ 1.ต่ออายุมาตรการ LTV ยืดเวลาออกไปอีก 1 ปีเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อในระบบ 2.ยกเว้นค่าธรรมเนียมโอน-จำนองครอบคลุมทุกระดับราคา ลดต้นทุนการซื้อบ้านทันที 3.ลดดอกเบี้ยจริง (MRR/MLR) ให้สอดคล้องกับดอกเบี้ยนโยบายเพื่อไม่ให้ “ต้นทุนการเงิน” เป็นอุปสรรค

มาตรการเหล่านี้ เปรียบเสมือน “ยาช่วยชีวิต” ที่ทำให้ตลาดยังเดินต่อได้

9 มาตรการระยะยาว เปลี่ยนเกมทั้งระบบ

สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ “พิมพ์เขียวระยะยาว” ที่ถูกวางไว้ 1.มาตรการ LTV แบบยืดหยุ่นใช้ตามสถานการณ์เศรษฐกิจจริง 2.สัญญาเช่าระยะยาว 60 ปี สร้างสมดุลระหว่างต่างชาติและคนไทย 3.ควบคุมการอยู่อาศัยต่างชาติผ่านกฎหมายที่ชัดเจน 4.Mortgage Insurance ช่วยคนซื้อบ้านหลังแรก ลดโอกาสถูกปฏิเสธสินเชื่อ 5.อนุมัติสินเชื่อตามความเสี่ยง เปิดโอกาสให้คนรายได้กลาง-ล่าง เข้าถึงบ้าน

6.Debt Warehouse ใช้บ้านเป็นเครื่องมือแก้หนี้ครัวเรือน 7.โครงการ Manmade ระดับประเทศสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ 8.Windfall Tax เก็บภาษีจากมูลค่าเพิ่มของที่ดินเพื่อนำกลับมาพัฒนาประเทศ 9.ลดขนาดที่ดินบ้านให้สอดคล้องกับกำลังซื้อจริง

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่ “นโยบายอสังหาฯ” แต่คือ “นโยบายเศรษฐกิจระดับชาติ”

ส่งไม้ต่อดึงคนรุ่นใหม่ สร้าง DNA ใหม่

อีกหนึ่งผลงานที่อาจไม่ถูกพูดถึงมากนัก แต่สำคัญไม่แพ้กันคือการ “รี-ดีไซน์สมาคม” จากองค์กรแบบดั้งเดิมสู่การเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเข้ามามีบทบาท ผลลัพธ์ คือ สมาคมอาคารชุดไทย ไม่ได้เป็นแค่เวทีของผู้ประกอบการแต่กลายเป็น “ศูนย์กลางความคิด” ของทั้งอุตสาหกรรม 

และที่สำคัญคือการเปิดทางให้ “คนรุ่นใหม่”ในวันที่อุตสาหกรรมกำลังเผชิญโจทย์ใหม่ทั้งเทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภคและเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนเร็ว

แม้บทบาทนายกสมาคมจะสิ้นสุดลงแต่สิ่งที่ “ประเสริฐ” ทิ้งไว้ไม่ใช่แค่ผลงานในอดีตแต่คือ “ทิศทางในอนาคต”คำถามต่อจากนี้คือ ภาครัฐจะหยิบพิมพ์เขียวนี้ไปใช้มากน้อยแค่ไหน “คนรุ่นใหม่” จะต่อยอดแนวคิดนี้อย่างไร และประเทศไทย จะกล้าปรับโครงสร้างจริงหรือไม่ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนเกมทั้งระบบ

เพราะสุดท้ายแล้วอสังหาริมทรัพย์ ไม่ใช่แค่เรื่องบ้านแต่คือ “ฐานรากของเศรษฐกิจทั้งประเทศ”