ภักดี อนิวรรตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตอเรจ เอเชีย จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการห้องเก็บของหรือเก็บทรัพย์สินส่วนตัว (Self Storage) ภายใต้แบรนด์ i-Store กล่าวว่า บริษัทวางกลยุทธ์ “Supply Drives Demand” หรือ การเร่งขยายพื้นที่ให้บริการในทำเลเข้าถึงง่ายเพื่อกระตุ้นให้ลูกค้า “เห็นของ แล้วเกิดความต้องการ”แนวคิดนี้สะท้อนว่าSelf Storage ไม่ใช่สินค้าที่คน “รู้ว่าต้องใช้” ตั้งแต่แรกแต่เป็นบริการที่ต้อง “สร้างการรับรู้” ควบคู่ไปกับการขยายสาขา
โมเดลใหม่ไม่ต้องมีที่ดิน ก็โตได้
หัวใจสำคัญอีกอย่างคือโมเดล “Storage Management” พูดง่าย ๆ คือ i-Store ไม่จำเป็นต้องลงทุนถือครองที่ดินเองทั้งหมดแต่เข้าไป “พัฒนา-ออกแบบ-บริหาร” ให้กับเจ้าของพื้นที่ (Landlord)ผลลัพธ์คือขยายสาขาได้เร็วขึ้น ใช้เงินลงทุนน้อยลงและสร้างเครือข่ายได้แบบก้าวกระโดด โมเดลนี้ยังเปิดทางให้เกิดการร่วมทุน (JV) กับพันธมิตรยิ่งเร่งสปีดการเติบโตเข้าไปอีก
ปัจจุบัน i-Store มี 11 สาขาในกรุงเทพฯ แต่แผนปี 2569 คือ “เพิ่มอีก 7 สาขา” ทำให้รวมเป็น 18 สาขา พื้นที่รวมกว่า 18,000 ตร.ม. เติบโตจากปีก่อนถึง 91% นี่ไม่ใช่แค่การขยายแต่คือการ “ปูพรม” เพื่อยึดทำเลสำคัญก่อนคู่แข่ง
ปรับพอร์ตลูกค้า สร้างรายได้
อีกหนึ่งเกมที่น่าสนใจ คือการ “รีบาลานซ์ลูกค้า” เป้าหมายใหม่คือ บุคคลทั่วไป 60% นิติบุคคล 40% เหตุผลคือ ลูกค้าองค์กร เช่น SME และ E-commerce ต้องการพื้นที่แบบ Micro-fulfillment ใจกลางเมืองซึ่งให้รายได้ที่สม่ำเสมอ และคาดการณ์ได้มากกว่า และนี่คือหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่ทำให้บริษัทตั้งเป้ารายได้โต 200%
นอกจากนี้ โอกาสใหม่ นอกกรุงเทพฯ เป็นสิ่งที่ท้าทาย จากเดิมที่ตลาด Self Storage ไทยจะกระจุกในศูนย์กลางธุรกิจใจกลางเมือง (Central Business District)หรือ CBD ปัจจุบันเริ่มกระจายไปยังจังหวัดใหญ่ ตามหัวเมืองสำคัญต่างๆ อาทิ ภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา หัวหิน เหตุผลหลักมาจากการเติบโตของ E-commerce นักท่องเที่ยวระยะยาว และชาวต่างชาติ (Expat) รวมทั้งการที่ที่อยู่อาศัยขนาดเล็กลง i-Store จึงมองไกลถึง “หัวเมืองท่องเที่ยว” โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นความชัดเจนในภูเก็ตภายในปี 2570
ESG ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ แต่เป็นความต่าง
นอกจากการเติบโตเชิงธุรกิจ i-Store ยังพยายามสร้าง “จุดยืน” ผ่าน ESG ย่อยมาจาก Environmental, Social, and Governance หรือ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นกรอบการดำเนินงานซึ่งสอดรับกับ SDG ที่เป็นกรอบระดับโลก เช่น โครงการจัดการขยะ E-Waste การนำขวดพลาสติกมา Upcycle เป็นเสื้อสะท้อนแสง
สิ่งเหล่านี้อาจไม่สร้างรายได้โดยตรงแต่ช่วยสร้าง “แบรนด์” และความแตกต่างในระยะยาว แต่สุดท้ายแล้ว เกมของ i-Store ไม่ใช่แค่การปล่อยเช่าพื้นที่เก็บของแต่คือการเดิมพันว่า“คนเมืองจะมีพื้นที่น้อยลง แต่ของจะมากขึ้น” และถ้าสมมตินี้เป็นจริง คนที่ “สร้างพื้นที่รอไว้ก่อน”อาจกลายเป็นผู้ชนะในตลาดนี้


