วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน 2569

Login
Login

รับสร้างบ้านชี้ต้นทุนพุ่งแรง 15-20% แนะลูกค้าล็อกราคาป้องกันความเสี่ยง

รับสร้างบ้านชี้ต้นทุนพุ่งแรง 15-20% แนะลูกค้าล็อกราคาป้องกันความเสี่ยง

ความปั่นป่วนของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 ไม่ได้หยุดอยู่แค่ตลาดหุ้นหรือค่าเงิน วิกฤติซ้ำความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก กดดันและส่งแรงสั่นสะเทือนมายังห่วงโซ่อุปทานภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างโดยตรง ราคาเหล็กโครงสร้าง วัสดุก่อสร้าง ค่าขนส่ง และต้นทุนพลังงาน ปรับสูงขึ้นรวม 15-20%

พรรัตน์ มณีรัตนะพร ผู้อำนวยการฝ่ายขายและพัฒนาธุรกิจ บริษัท แลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด  ผู้บริหาร แลนดี้ แกรนด์ ศูนย์รับสร้างบ้านหรูในเครือแลนดี้ โฮม ประเมินว่าแรงกดดันด้านต้นทุนจะยังไม่คลี่คลายในระยะสั้น ทั้งผู้ประกอบการและเจ้าของบ้านหรูจำเป็นต้องบริหารความเสี่ยงและควบคุมต้นทุนก่อสร้างอย่างมีประสิทธิภาพ

“ปี 2569 ทั้งภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยภายนอกยังมีความไม่แน่นอนสูง สิ่งที่ลูกค้าบ้านหรูต้องการมากที่สุดคือความมั่นใจว่าบ้านของพวกเขาจะสร้างเสร็จตามแผน ด้วยคุณภาพที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่ต้น"

ทั้งนี้ แลนดี้ แกรนด์ และ แลนดี้ โฮม วางโครงสร้างองค์กรและฐานทุนที่รองรับความไม่แน่นอน และความเสี่ยงไว้ตั้งแต่ก่อนตลาดเริ่มผันผวน นี่คือสิ่งที่จะการันตีลูกค้าได้จริง

3 กลยุทธ์บริหารความเสี่ยงด้านต้นทุน

ทั้งนี้ จากประสบการณ์บริหารธุรกิจรับสร้างบ้านมาอย่างต่อเนื่อง แลนดี้ แกรนด์ มองแนวทางบริหารความเสี่ยงด้านต้นทุน สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนสร้างบ้านในช่วงนี้ไว้ 3 ประการสำคัญ ประกอบด้วย 

1.ล็อกราคาสัญญาก่อนราคาค่าก่อสร้างจะพุ่งไปกว่านี้

การทำสัญญากับบริษัทรับสร้างบ้านที่ระบุรายการวัสดุและราคาแบบ Fixed Price ไว้ตั้งแต่ต้น คือวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการควบคุม งบประมาณ ไม่ว่าวัสดุก่อสร้างในตลาดจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างไรในระหว่างก่อสร้าง ลูกค้าก็สามารถวางแผนการเงินได้อย่างมั่นใจ เพราะจะได้ล็อกราคาไว้แล้วกับบริษัทรับสร้างบ้านที่มั่นคง ทำให้มั่นใจได้ว่างบจะไม่บานปลาย และที่สำคัญบ้านจะสร้างเสร็จแน่นอน หมดปัญหาช่างทิ้งงาน

2.เลือกบริษัทที่มีระบบจัดซื้อและสต็อกวัสดุล่วงหน้า

บริษัทที่มีสภาพคล่องและระบบบริหารจัดซื้อเชิงรุก สามารถจัดหาและเก็บสต็อกวัสดุสำคัญในช่วงที่ราคายังเอื้ออำนวย ช่วยให้บริษัท ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาตลาดน้อยกว่า นี่คือปัจจัยที่ควรถามและตรวจสอบเมื่อคัดเลือกผู้รับสร้างบ้าน

3.ประเมินฐานทุนและ Bargaining Power ขององค์กร

บริษัทที่มีปริมาณสั่งซื้อสูงและความสัมพันธ์ระยะยาวกับซัพพลายเออร์ มีอำนาจต่อรองที่ทำให้ต้นทุนวัสดุมีเสถียรภาพกว่า ฐานทุนจดทะเบียนที่แข็งแกร่งยังสะท้อนถึงขีดความสามารถในการบริหารความเสี่ยงทางการเงินระหว่างโครงการ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความต่อเนื่องและคุณภาพของงานก่อสร้าง

“เมื่อตลาดก่อสร้างผันผวน สิ่งสำคัญสำหรับเจ้าของบ้านหรูคือการเลือกพันธมิตรที่มีโครงสร้างองค์กรแข็งแกร่งและระบบบริหารต้นทุนที่พิสูจน์ได้”

รับสร้างบ้านชี้ต้นทุนพุ่งแรง 15-20% แนะลูกค้าล็อกราคาป้องกันความเสี่ยง

แลนดี้ โฮม กรุ๊ป ดีมานด์สวนกระแส ลูกค้าแห่ล็อกราคาตั้งแต่ต้นปี

อย่างไรก็ดี แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะมีความไม่แน่นอนสูง แต่ยอดจองสร้างบ้านของแลนดี้ โฮม กรุ๊ป กลับโตสวนกระแส พฤติกรรมลูกค้าที่เห็นได้ชัดในต้นปี 2569 คือกลุ่มที่มีกำลังซื้อและวางแผนสร้างบ้านอยู่แล้ว เร่งตัดสินใจลงนามสัญญาเร็วขึ้น เพื่อล็อกราคาก่อนที่ต้นทุนวัสดุรอบใหม่จะสะท้อน เข้ามาในงบก่อสร้าง

สะท้อนให้เห็นว่าบ้านยังคงเป็น “ปัจจัยสี่” ที่ผู้บริโภคไม่ละทิ้ง แม้จะคุมงบก่อสร้างรัดกุมขึ้นในสภาวะนี้ก็ตาม ความต้องการที่แท้จริงยังคงมีอยู่ เพียงแต่ผู้บริโภคเลือกจะดำเนินการด้วยความรอบคอบและรวดเร็วขึ้นในเวลาเดียวกัน

พรรัตน์ กล่าวต่อถึงแนวทางขับเคลื่อนธุรกิจว่า  สิ่งที่ทำให้แลนดี้ แกรนด์ แตกต่าง นอกจากความมั่นใจในความมั่นคงของธุรกิจที่สะท้อนผ่านทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท กล่าวคือ การรวมทุกบริการไว้ในสัญญาเดียวแบบ One Stop Service ราคาที่ตกลงกันไว้ในสัญญา ไม่ว่าวัสดุก่อสร้างในตลาดจะปรับตัวสูงขึ้นในระหว่างก่อสร้างอย่างไร ลูกค้าก็สามารถวางแผนการเงินได้อย่างมั่นใจ เพราะแลนดี้ แกรนด์ ได้ล็อกราคาให้กับลูกค้าตั้งแต่วันทำสัญญา ไม่ลดสเปควัสดุก่อสร้าง ไม่ลดมาตรฐานการให้บริการ ทำให้หมดกังวลเรื่องการทิ้งงาน 

“ราคาที่ตกลงกันในสัญญา ไม่ว่าวัสดุก่อสร้างในตลาดจะปรับตัวสูงขึ้น ลูกค้าก็สามารถวางแผนการเงินได้อย่างมั่นใจ”

พร้อมกันนี้ ยังมีบริการออกแบบบ้านโดยสถาปนิกมืออาชีพ ตั้งแต่ Site Analysis วิเคราะห์ที่ดินก่อนออกแบบจากทีมผู้เชี่ยวชาญระดับ Head Architect ให้คำปรึกษาเรื่องฟังก์ชันออกแบบบ้านที่ตรงตามความต้องการ จัดทำภาพแบบบ้าน Perspective โดยไม่ต้องจ่ายค่าออกแบบเพิ่ม ให้คำปรึกษาด้านการเลือกวัสดุ ช่วยควบคุมงบประมาณการก่อสร้างบ้าน ทั้งหมดรวมอยู่ในสัญญาเดียว งบไม่บานปลาย

รวมทั้ง ดูแลกระบวนการด้านเอกสาร การขออนุญาตปลูกสร้างกับหน่วยงานราชการที่มีขั้นตอนซับซ้อนและใช้เวลา และ บริการที่ปรึกษาส่วนตัว Personal Consult ควบคุมดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญการก่อสร้าง ประสานงานกับอินทีเรีย แอร์ ลิฟต์ ฯลฯ พร้อมแก้ไขทุกปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างก่อสร้าง

"แลนดี้ แกรนด์" ยังสร้างความแตกต่างด้วยระบบนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยของคนไทยโดยเฉพาะ ครอบคลุมทั้ง NOVA System ระบบก่อสร้างกึ่งสำเร็จรูปที่ช่วยควบคุมคุณภาพและกรอบเวลาได้แม่นยำ มีความแข็งแรงทนทาน รองรับการรับประกันโครงสร้างได้ถึง 20 ปี, CAPPLUS ระบบเติมอากาศบริสุทธิ์ป้องกัน PM 2.5, Home Cooling ระบบบ้านเย็นอยู่สบายที่ออกแบบสำหรับสภาพอากาศเมืองไทย, CP Design นวัตกรรมบ้านปลอดแมลงสาบ และ Elder Care นวัตกรรมบ้านเพื่อผู้สูงอายุที่รองรับทุกช่วงวัยในครอบครัว

"ปี 2569 แลนดี้ แกรนด์ ตั้งเป้ายอดขายเซกเมนต์ลักชัวรี 1,000 ล้านบาท แม้ตลาดที่ความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้น ลูกค้าบ้านหรูจะยิ่งเลือกอย่างรอบคอบ และบริษัทที่พิสูจน์ได้ว่ามั่นคงจริงในทุกสภาวะ คือคำตอบที่ลูกค้าจะกลับมาหาเสมอ"