วันพุธ ที่ 22 เมษายน 2569

Login
Login

แสนสิริทุ่ม 7 พันล้านปั้น XT10 เอกมัย ชิงดีมานด์ต่างชาติ-นักลงทุน

แสนสิริทุ่ม 7 พันล้านปั้น XT10 เอกมัย ชิงดีมานด์ต่างชาติ-นักลงทุน

วิสุทธิ์ จันทร์วัฒรังกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงยุทธศาสตร์ “เดินเกมรุก” ในตลาดคอนโดมิเนียม หลังประกาศเปิดตัวโครงการใหม่ “เอ็กซ์ที เทน เอกมัย” มูลค่า 7,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำการกลับมาของแบรนด์ XT อย่างเต็มรูปแบบ

ก่อนหน้านี้ XT ถูกวางเป็นแบรนด์คอนโดที่จับกลุ่มคนเมืองรุ่นใหม่ เน้นไลฟ์สไตล์ยืดหยุ่น และการใช้พื้นที่ส่วนกลางเป็นหัวใจหลัก โดยความสำเร็จจาก 3 โครงการก่อนหน้า มูลค่ารวมกว่า 21,000 ล้านบาท ไม่เพียงสร้างการรับรู้แบรนด์ แต่ยังพิสูจน์โมเดล “Co-sharing Facilities” ที่แตกต่างจากตลาดจุดเด่นสำคัญคือ ลูกบ้านสามารถใช้ส่วนกลางร่วมกันได้ในทุกโครงการ XT ซึ่งกลายเป็น Value Proposition ที่ดึงดูดทั้งผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยและนักลงทุน

“เอกมัย” ทำเลทองที่ยังโตไม่หยุด

การเลือกปักหมุด “เอกมัย” ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการอ่านเกมตลาดอย่างแม่นยำ พื้นที่นี้ถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในย่านที่มีความเป็นสากลสูง ทั้งในมุมของไลฟ์สไตล์และโครงสร้างประชากรเอกมัยเชื่อมต่อโซนเศรษฐกิจสำคัญอย่างทองหล่อ สุขุมวิท และเพชรบุรี ขณะเดียวกันยังเป็น Hub ของชาวต่างชาติ

โดยเฉพาะกลุ่ม Expat ที่มีกำลังซื้อสูง ส่งผลให้ดีมานด์เช่าคอนโดยังคงแข็งแกร่งตัวเลขสะท้อนศักยภาพชัดเจน ราคาประเมินที่ดินปรับขึ้นเฉลี่ย 34% ต่อรอบบัญชี และราคาซื้อขายจริงสูงกว่าราคาประเมินถึง 171% สะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนที่ดิน และโอกาสในการทำกำไรระยะยาวในอีกมุมหนึ่ง การที่ที่ดินเหลือน้อยลง ยิ่งทำให้ซัพพลายใหม่ในอนาคตมีข้อจำกัด ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อผู้ซื้อในช่วงต้นของรอบตลาด

Co-sharing Facilities จุดต่างที่ “ขายได้จริง”

สิ่งที่ทำให้ XT แตกต่างจากคอนโดทั่วไป คือการยกระดับ “พื้นที่ส่วนกลาง” ให้เป็นมากกว่าสิ่งอำนวยความสะดวก แต่กลายเป็น “แพลตฟอร์มการใช้ชีวิต”XT 10 Ekkamai ต่อยอดแนวคิดนี้อย่างเข้มข้น ตั้งแต่ Co-working Space, พื้นที่สังสรรค์, ไปจนถึง Rooftop Facilities ที่เปิดใช้งาน 24 ชั่วโมง ตอบโจทย์วิถีชีวิตที่ไม่ยึดติดกับเวลา นอกจากนี้ยังเพิ่มมิติใหม่ด้วย “Pets Welcome” รองรับกลุ่มคนรักสัตว์ ซึ่งเป็นตลาดที่เติบโตต่อเนื่องในเมืองใหญ่การผสมผสานระหว่าง Co-living, Co-working และ Co-sharing ทำให้โครงการไม่ได้แข่งขันแค่ “ห้องพัก” แต่แข่งขันในระดับ “ประสบการณ์การอยู่อาศัย”

ต่างชาติยังแกร่ง ดัน Rental Yield แตะ 8%

อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้โครงการนี้น่าจับตา คือโครงสร้างผู้ซื้อที่มีสัดส่วนชาวต่างชาติสูง โดยเฉลี่ยในแบรนด์ XT อยู่ที่ 47%ดีมานด์จากต่างชาติไม่เพียงช่วยดูดซับซัพพลาย แต่ยังผลักดันอัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า (Rental Yield) ให้สูงถึง 8% ต่อปี ซึ่งถือว่าน่าสนใจในภาวะที่สินทรัพย์ลงทุนอื่นมีความผันผวนเอกมัยในฐานะทำเลที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบ Urban Lifestyle จึงยังคงเป็น “Safe Haven” ของนักลงทุนอสังหาฯ โดยเฉพาะในกลุ่มที่มองหารายได้ประจำจากค่าเช่า

จังหวะต้นทุนต่ำ โอกาสก่อนราคาขึ้นรอบใหม่

อีกประเด็นที่ถูกจับตาคือ “จังหวะราคา” ของโครงการ XT 10 Ekkamai ซึ่งถูกตั้งบนฐานต้นทุนก่อนการปรับขึ้นของราคาวัสดุก่อสร้างและพลังงานในขณะที่โครงการใหม่ในอนาคตมีแนวโน้มเผชิญต้นทุนสูงขึ้น ทำให้ราคาขายมีโอกาสขยับตาม การเข้าซื้อในช่วงเปิดตัวจึงกลายเป็น “หน้าต่างโอกาส” สำหรับผู้บริโภคด้วยราคาเริ่มต้น 3.89 ล้านบาท ในทำเลเอกมัย ทำให้โครงการนี้ถูกวางตำแหน่งเป็น “Value Investment” ที่จับต้องได้ยากขึ้นในอนาคต

 คอนโดไม่ใช่แค่ที่อยู่ แต่คือ Ecosystem

การเปิดตัว XT 10 Ekkamai สะท้อนภาพใหญ่ของตลาดคอนโดในยุคใหม่ ที่ผู้พัฒนาไม่ได้ขายเพียงยูนิตพักอาศัย แต่กำลังสร้าง “Ecosystem” ของการใช้ชีวิต Co-sharing Facilities, ไลฟ์สไตล์ 24 ชั่วโมง, การรองรับสัตว์เลี้ยง และการเชื่อมต่อทำเล ล้วนเป็นองค์ประกอบที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคในวันที่การแข่งขันไม่ได้วัดกันแค่ราคา หรือโลเคชัน แต่รวมถึง “ประสบการณ์” และ “ความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิต” เกมของแสนสิริในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การเปิดโครงการใหม่ แต่คือการวางหมากระยะยาวในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยและ “เอกมัย” กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งจุดยุทธศาสตร์ที่บอกทิศทางของตลาดในรอบถัดไปอย่างชัดเจน