เมื่อเศรษฐกิจไม่เอื้อ “การมีบ้าน” คนไทยกำลังเปลี่ยนวิธีคิด จากเจ้าของ สู่ผู้เช่าและนี่อาจไม่ใช่แค่เทรนด์ระยะสั้นส่งผลให้ Generation Rent มาแรง ฉุดดีมานด์ซื้อหดเช่าพุ่ง
ถ้าดูผิวเผิน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยอาจดูแค่ “ชะลอตัว”แต่ถ้ามองลึกลงไป สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น คือ “การเปลี่ยนโครงสร้างความต้องการ”ข้อมูลล่าสุดจาก DDproperty บอกเราว่าไตรมาส 1 ปี 2569 ความต้องการ “ซื้อ” ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ ลดลง 6% แต่ในเวลาเดียวกันความต้องการ “เช่า” กลับเพิ่มขึ้น 4% และใน กรุงเทพฯ เพิ่มถึง 9% คำถามคือ เกิดอะไรขึ้นกับตลาดนี้กันแน่?
คนยังอยากมีบ้าน แต่ “วิธีไปถึงบ้าน” เปลี่ยนไป ในอดีต การซื้อบ้าน = เป้าหมายชีวิต แต่วันนี้การซื้อบ้าน = ภาระระยะยาว เมื่อเศรษฐกิจไม่แน่นอนรายได้ไม่โตทันรายจ่ายและดอกเบี้ย-ค่าครองชีพกดดัน
สิ่งที่คนทำคือ “ชะลอการตัดสินใจ”นั่นทำให้ดีมานด์ซื้อหดตัว โดยเฉพาะบ้านแนวราบ
- บ้านเดี่ยว -17%
- ทาวน์เฮ้าส์ -16%
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ “คอนโด” กลับโต 4%เหตุผลไม่ได้ซับซ้อน คอนโด = ราคาถูกกว่า + เข้าถึงง่ายกว่า
ตลาดกำลังบีบลงสู่ “ของถูกและยืดหยุ่น”
ถ้าดูช่วงราคาที่คนสนใจมากที่สุด จะอยู่ที่ 1–3 ล้านบาท ถึง 44% ของตลาดแปลว่ากำลังซื้อจริงของคนไทย “ไม่ได้สูง”ในขณะเดียวกันฝั่งเช่าก็สะท้อนภาพเดียวกันค่าเช่าที่โตแรงที่สุดคือ ต่ำกว่า 10,000 บาท/เดือน (+11%)นี่คือสัญญาณชัดว่าคนกำลัง “รักษาสภาพคล่อง”
การเช่า ไม่ใช่ทางเลือกสำรองอีกต่อไป
ในอดีต“เช่า” = ยังไม่พร้อมซื้อแต่วันนี้“เช่า” = การวางแผนการเงินโดยเฉพาะในเมืองอย่าง กรุงเทพมหานคร ที่ค่าที่ดินสูงต้นทุนบ้านแพงคนจำนวนมากเลือกเช่า เนื่องจาก ไม่ผูกหนี้ระยะยาว ย้ายงาน/ย้ายที่อยู่ได้ง่าย เก็บเงินหรือเอาเงินไปลงทุนอย่างอื่นนี่คือสิ่งที่เรียกว่า“Generation Rent” ที่มาแรง
แล้วผู้ประกอบการต้องทำอย่างไร?
ในเกมแบบนี้ของเดิมอาจขายไม่ได้เหมือนเดิมผู้พัฒนาอสังหาฯ ต้องคิดใหม่ เช่น ทำสินค้าราคาเข้าถึงได้จริง เพิ่มโปรดักต์เพื่อ “ปล่อยเช่า”
ออกแบบโครงการให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากขึ้นเพราะวันนี้ดีมานด์มีอยู่แต่ไม่ใช่ดีมานด์แบบเดิม
สิ่งที่เกิดขึ้นกับอสังหาฯ ไทยตอนนี้ไม่ใช่แค่ “ตลาดชะลอ”แต่คือ
การเปลี่ยนจาก“ยุคของเจ้าของ”ไปสู่“ยุคของความยืดหยุ่น”และในระยะยาวคนที่เข้าใจการเปลี่ยนแปลงนี้เร็วที่สุดอาจเป็นคนที่ได้เปรียบที่สุดในเกมนี้





