วันเสาร์ ที่ 18 เมษายน 2569

Login
Login

สุดฮอต!แห่จอง ปชช.“บ้านชาวไทย” ทะลุหมื่น รายล้นซัพพลาย 3 เท่า

สุดฮอต!แห่จอง ปชช.“บ้านชาวไทย” ทะลุหมื่น รายล้นซัพพลาย 3 เท่า

กระแสจองสิทธิ์ซื้อที่อยู่อาศัยราคาจับต้องได้ร้อนแรงเกินคาด เมื่อโครงการ บ้านชาวไทย D:CODE ศรีนครินทร์ มียอดลงทะเบียนทะลุ 10,000 ราย สูงกว่าจำนวนยูนิตถึง 3 เท่า ตอกย้ำดีมานด์ในยุคต้นทุนพุ่ง

นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทบีทีเอส ประกาศเดินหน้ากระบวนการคัดเลือกและจัดสรรสิทธิ โครงการ “บ้านชาวไทย D:CODE ศรีนครินทร์” ในวันที่ 20 เม.ย. 2569 หลังปิดรับลงทะเบียนไปก่อนหน้านี้

ตัวเลขที่ออกมาถือว่า “เกินคาด” เมื่อมีผู้ผ่านเกณฑ์เข้าร่วมกระบวนการมากกว่า 10,000 ราย ขณะที่จำนวนยูนิตมีจำกัด ส่งผลให้ความต้องการสูงกว่าซัพพลายถึง 3 เท่าตัว

ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เพียงกระแสตอบรับของโครงการเดียว แต่กำลังสะท้อน “ช่องว่างเชิงโครงสร้าง” ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับราคากลาง-ล่าง ที่ยังขาดแคลนอย่างมีนัยสำคัญ

ยิ่งไปกว่านั้น สัญญาณสำคัญคือ “กำลังซื้อจริง” ที่ปรากฏชัด เมื่อมีผู้ประสงค์ซื้อด้วยเงินสดมากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนยูนิตทั้งหมด สะท้อนว่าดีมานด์ไม่ได้มาจากการเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความต้องการอยู่อาศัยจริง

วางเกม “คัดเลือกโปร่งใส” สกัดกว้านซื้อ

เมื่อดีมานด์ล้นเกิน โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่แค่การขาย แต่คือ “การจัดสรรอย่างเป็นธรรม”บีทีเอสจึงออกแบบกระบวนการคัดเลือกผ่านระบบคอมพิวเตอร์ โดยกำหนด 1 คน ต่อ 1 สิทธิ ตามประเภทห้องที่ลงทะเบียนไว้ ตั้งแต่ขนาดประมาณ 30, 45 และ 60 ตารางเมตร ทั้งแบบเลี้ยงสัตว์ได้และไม่ได้

โครงสร้างสิทธิถูกออกแบบให้มี “ตัวจริงและตัวสำรอง” โดยแต่ละยูนิตจะมีผู้ได้รับสิทธิ 1 ราย และสำรองลำดับ 2-3 เพื่อรองรับกรณีสละสิทธิหรือไม่ผ่านการตรวจสอบทางการเงิน

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การนำ “บุคคลที่สาม” เข้ามาตรวจสอบระบบ ตั้งแต่ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ ไปจนถึงผู้ทรงคุณวุฒิจากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ภาควิชาการ และกฎหมาย เพื่อยืนยันความโปร่งใสในทุกขั้นตอน

แนวทางนี้ถือเป็นความพยายาม “ยกระดับมาตรฐาน” การจัดสรรที่อยู่อาศัยในไทย ที่มักถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นธรรมและการเอื้อประโยชน์

คัดเข้ม “ความสามารถทางการเงิน” ด่านสุดท้าย

แม้ผ่านการคัดเลือกเบื้องต้นแล้ว ผู้ได้รับสิทธิยังต้องผ่าน “ด่านสำคัญ” คือการพิจารณาความสามารถทางการเงินกระบวนการนี้มีเป้าหมายเพื่อให้แน่ใจว่า ผู้ได้รับสิทธิสามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้จริง ลดปัญหาการทิ้งสิทธิ และเพิ่มโอกาสให้ผู้ที่มีความพร้อมในลำดับถัดไป

ขณะเดียวกัน ยังช่วยกรองนักลงทุนระยะสั้นที่อาจเข้ามาเก็งกำไร ซึ่งสวนทางกับแนวคิดหลักของโครงการที่ต้องการ “สร้างโอกาสการมีบ้านให้คนไทย”

 โมเดลใหม่ “บ้านชาวไทย” 

โครงการ “บ้านชาวไทย” กำลังกลายเป็นกรณีศึกษาสำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ในการทดลองโมเดลจัดสรรที่อยู่อาศัยภายใต้แนวคิด “เข้าถึงได้จริง”

ความสำเร็จด้านยอดจองอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่บทพิสูจน์ที่แท้จริงอยู่ที่ว่า โมเดลคัดเลือกแบบโปร่งใส และการคุมเข้มการถือครอง จะสามารถรักษา “เจตนารมณ์” ของโครงการได้หรือไม่

ในวันที่ราคาที่อยู่อาศัยยังไต่ระดับสูงขึ้นต่อเนื่อง และรายได้ครัวเรือนไม่ได้เติบโตทัน ความพยายามของภาคเอกชนรายใหญ่ครั้งนี้ อาจเป็นทั้ง “ความหวัง” และ “บททดสอบ” ว่า ตลาดจะสามารถสร้างสมดุลระหว่างธุรกิจและการเข้าถึงของประชาชนได้เพียงใด

 ไทม์ไลน์ชี้ชะตา

สำหรับผู้ลงทะเบียน สามารถตรวจสอบสิทธิเข้าร่วมกระบวนการได้ตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย.2569 และประกาศผลผู้ได้รับการจัดสรรสิทธิในวันที่ 21 เมษายน เวลา 12.00 น.

วันดังกล่าวจึงไม่ใช่แค่ “วันประกาศผล” แต่คือจุดตัดสินว่า ใครจะได้ก้าวเข้าสู่ความฝันของการมีบ้านในเมือง และใครต้องรอโอกาสครั้งถัดไป ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงกว่ายูนิตถึง 3 เท่า เกมนี้จึงไม่ได้วัดแค่ “ดวง” แต่คือการออกแบบระบบที่ต้องตอบคำถามสังคมให้ได้ว่า ความเป็นธรรมในตลาดที่อยู่อาศัยไทย…เป็นไปได้จริงหรือไม่