วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน 2569

Login
Login

‘เจ้าสัวคีรี’ เปิดคัดสิทธิ ‘บ้านชาวไทย’ 20 เม.ย.นี้ บูม'D:CODE ศรีนครินทร์' 4.5 พันยูนิต

‘เจ้าสัวคีรี’ เปิดคัดสิทธิ ‘บ้านชาวไทย’ 20 เม.ย.นี้  บูม'D:CODE ศรีนครินทร์' 4.5 พันยูนิต

ครั้งแรกของโมเดล “บ้านชาวไทย” ที่ไม่ได้แค่ขายคอนโด แต่กำลังทดสอบแนวคิดใหม่ของการเข้าถึงที่อยู่อาศัยของ “เจ้าสัวคีรี กาญจนพาสน์” ผ่านระบบคัดเลือกสิทธิอย่างเป็นทางการ ลุ้นที่อยู่อาศัย 4,500 ยูนิต โครงการ D:CODE ศรีนครินทร์

การเคลื่อนไหวของ “เจ้าสัว คีรี กาญจนพาสน์” ในรอบนี้ อาจไม่ใช่แค่การเปิดขายคอนโดมิเนียมธรรมดาแต่คือการ “ทดลองระบบ” ที่อาจเปลี่ยนวิธีซื้อบ้านของคนไทยไปอีกแบบหลังจากเปิดตัวโครงการ “บ้านชาวไทย” ของกลุ่ม BTS ล่าสุดเตรียมจัดพิธีการคัดเลือก และจัดสรรสิทธิ โครงการ “D:CODE ศรีนครินทร์” ในวันที่ 20 เม.ย.2569 

โมเดลใหม่ไม่ใช่ใครมีเงินก็ซื้อได้ทันที

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของโปรเจกต์นี้ นอกจาก “ทำเล” หรือ “ราคา” นั่นคือ “วิธีการได้สิทธิ์ซื้อ” โครงการเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านการยืนยันตัวตนด้วย “สัญชาติไทย” และ จำกัดสิทธิ์ 1 คน ต่อ 1 ยูนิต จากนั้นใช้ “การคัดเลือก” เป็นตัวกำหนดว่าใครจะได้สิทธิ์เข้าถึงสินทรัพย์นี้โมเดลนี้  สะท้อนแนวคิดใหม่ว่าอสังหาริมทรัพย์ระดับราคาจับต้องได้อาจไม่ใช่ตลาดเสรี 100% อีกต่อไป

"D:CODE ศรีนครินทร์"  โปรดักต์ที่ตั้งใจ “กว้างกว่าคำว่าคอนโด”  โครงการเป็นคอนโด Low rise จำนวน 8 ชั้น 23 อาคาร รวมกว่า 4,500 ยูนิต ตั้งอยู่บนถนนศรีนครินทร์ใกล้ MRT ศรีเอี่ยม 550 เมตร  และสิ่งที่ BTS ใส่เข้ามาไม่ใช่แค่ “ห้องพัก” หากแต่เป็น “Ecosystem” ใช้บัตร Rabbit เข้า-ออก ระบบ Smart Condo ควบคุมผ่านแอปพลิเคชัน  บริการเสริมในเครือ เช่น Rabbit Life/ Care ระบบรักษาความปลอดภัย + หุ่นยนต์ 

พูดง่ายๆ  นี่ไม่ใช่แค่การขายห้องแต่เป็นการ “ขายประสบการณ์การอยู่อาศัยแบบ BTS”
 

ราคา 1.89 ล้าน เปิดเกมน่าสนใจ!

สำหรับที่อยู่อาศัยช่วงราคา 1.89 - 3.79 ล้านบาท ตลาดนี้คือ “Sweet Spot” เพราะเป็นช่วงที่ “คนเริ่มทำงาน” เข้าถึงได้ ครอบครัวขนาดเล็กจับต้องได้ นั กลงทุนรายย่อยยังสนใจ  แต่สิ่งที่ BTS พยายามทำคือ “ล็อกกลุ่มเป้าหมาย” ให้ชัดผ่านการคัดสิทธิ์เพื่อลดโอกาสที่ยูนิตจะถูกกว้านซื้อเพื่อเก็งกำไร!

ทำเลศรีนครินทร์โซนอยู่อาศัยจริง

อีกมิติที่ต้องมองคือ “ทำเล” ศรีนครินทร์ในอดีตอาจเป็นแค่เส้นทางเชื่อมเมืองแต่วันนี้กำลังกลายเป็นโซนอยู่อาศัยเต็มรูปแบบ ด้วยองค์ประกอบรอบด้าน ไม่ว่าจะศูนย์การค้าขนาดใหญ่หลายแห่ง รถไฟฟ้าสายสีเหลือง  โครงการ Mixed-use ใหม่ๆ โรงเรียนนานาชาติ โรงพยาบาล ทำให้ D:CODE ไม่ได้ขายแค่ตัวโครงการแต่ขาย “อนาคตของทำเล”

 จับสลาก 20 เม.ย.มากกว่างานอีเวนต์

โดยกำหนดการในวันที่ 20 เม.ย. ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ที่ BTS Visionary Park ไม่ได้เป็นแค่งานจับสลากแต่เป็น “เวทีโชว์ความโปร่งใส” ตั้งแต่ การอธิบายหลักเกณฑ์ การตรวจสอบฐานข้อมูล และการมีคณะกรรมการร่วมกำกับ ทั้งหมดนี้ส่งสัญญาณว่า BTS ต้องการสร้าง “ความเชื่อมั่น” ให้กับโมเดลใหม่นี้ 

เพราะนี่คือการทดลองที่ใหญ่กว่าหนึ่งโครงการ “D:CODE ศรีนครินทร์” อาจดูเหมือนแค่คอนโด 4,500 ห้อง แต่ในอีกมุมหนึ่ง คือ “Pilot Project” ของแนวคิดใหม่ 3 ด้าน กล่าวคือ 1.การเข้าถึงที่อยู่อาศัยผ่านการคัดเลือก 2.การผูก Ecosystem เข้ากับอสังหาริมทรัพย์ และ 3.การควบคุมกลุ่มผู้ซื้อเพื่อลดการเก็งกำไร

คำถามสำคัญคือถ้าโมเดลนี้สำเร็จอาจไม่ใช่แค่ BTS ที่ต่อจิ๊กซอว์ แต่อาจกลายเป็น “มาตรฐานใหม่” ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในอนาคต

 "สินค้าจบใน"ตัวลดต้นทุนแฝงให้ลูกค้า

อีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจของ  “D:CODE ศรีนครินทร์” คือ “การออกแบบสินค้าให้จบในตัว” เพราะปกติคอนโดระดับราคาเริ่มต้น มักต้องให้ผู้ซื้อ “ไปเติมเอง” ทั้งเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือแม้แต่ฟังก์ชันการอยู่อาศัย แต่โปรเจกต์นี้เลือกใส่มาให้เกือบทั้งหมดตั้งแต่วันแรก! ทั้งเครื่องปรับอากาศ ทีวี โซฟา โต๊ะอาหาร ไปจนถึงเตียง และตู้เสื้อผ้า

นั่นหมายความว่า “ผู้ซื้อ” ไม่ต้องเผื่อเงินก้อนสำหรับการตกแต่งเพิ่ม สามารถ “ย้ายเข้าอยู่ได้ทันที” ซึ่งในเชิงธุรกิจนี่คือการลด “ต้นทุนแฝง” ของผู้บริโภคและทำให้ราคาที่เห็น ใกล้เคียงกับ “ราคาจริงที่ต้องจ่าย” มากขึ้น

อีกจุดที่ทำให้โครงการนี้น่าจับตาคือการออกแบบ “ขนาดห้อง” ที่สวนทางกับตลาด ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาคอนโดราคาจับต้องได้ มักถูกบีบขนาดลงเรื่อยๆ เพื่อให้ดีเวลลอปเปอร์สามารถกดราคาขายให้ต่ำลงแต่ “D:CODE” เลือกทำตรงกันข้ามด้วยการวางห้องขนาด 30-60 ตารางเมตร พร้อมแยกฟังก์ชันใช้งานชัดเจน

สิ่งนี้สะท้อนว่า BTS มองไปถึง “คุณภาพชีวิตระยะยาว” เพราะห้องที่ใหญ่ขึ้น หมายถึงโอกาสในการอยู่อาศัยจริงไม่ใช่แค่ซื้อเพื่อเริ่มต้น แล้วต้องย้ายออกภายในไม่กี่ปี ขณะเดียวกัน การมีจำนวนยูนิตมากถึง 4,500 ห้อง ก็ไม่ใช่แค่เรื่องของ “สเกล” แต่คือ “Economies of Scale” ที่ BTS นำมาใช้เต็มรูปแบบ ยิ่งโครงการใหญ่ต้นทุนต่อยูนิตยิ่งลดลง ไม่ว่าจะเป็นค่าก่อสร้าง การจัดซื้อวัสดุ หรือแม้แต่การบริหารจัดการ

  BIG Data หนุนธุรกิจแกร่ง

เมื่อต้นทุนลดลง BTS ก็สามารถ “ใส่ของเพิ่ม”โดยที่ยังคุมราคาขายให้อยู่ในระดับ 1.89 ล้านบาทได้ พูดง่ายๆ ขนาดของโครงการเป็น “อาวุธด้านราคา” ที่ผู้เล่นรายเล็กทำตามได้ยาก

สุดท้าย สิ่งที่ซ่อนอยู่ในโปรเจกต์นี้คือ “Data” ตั้งแต่ขั้นตอนการลงทะเบียนการยืนยันตัวตน ไปจนถึงการคัดเลือกสิทธิ์ BTS กำลังได้ข้อมูลเชิงลึกของ “ดีมานด์จริง” ในตลาดว่าคนกลุ่มไหนต้องการที่อยู่อาศัยระดับนี้ รายได้เท่าไร  มีพฤติกรรมอย่างไร ข้อมูลเหล่านี้อาจมีมูลค่ามากกว่าตัวโครงการเสียอีก เพราะสามารถนำไปต่อยอดทั้งในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และ Ecosystem อื่นๆ ของ BTS 

“D:CODE ศรีนครินทร์” จึงไม่ได้เป็นแค่โครงการขายคอนโดแต่เป็น “จุดเริ่มต้นของเกมข้อมูล” สนับสนุนทิศทางธุรกิจในอนาคตของกลุ่ม BTS ได้อย่างแม่นยำ