กระแสท่องเที่ยวยุโรปพลิกพิกัดเข้าพัก “โซนเหนือกรุงเทพฯ” แรงหนุนใหม่ของธุรกิจโรงแรมเดอะควอเตอร์ในเครือ UHG พร้อมกับการปรับเกมราคา และการตลาด เพื่อรับแรงกระแทกเศรษฐกิจโลกและต้นทุนพุ่ง
วุฒิพล ถาวรธวัช กรรมการผู้จัดการ เออร์เบิน ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป หรือ UHG สะท้อนภาพรวมธุรกิจโรงแรมช่วงต้นปี 2569 ว่า ฟื้นตัวชัดเจน โดยเฉพาะตลาดยุโรปที่ขยายตัวกว่า 15% เมื่อเทียบปีก่อน กลายเป็นเซกเมนต์หลักของพอร์ตลูกค้านอกจากตลาดดั้งเดิมอย่างเยอรมนี ฝรั่งเศส และอังกฤษ ทั้งยังเห็นสัญญาณบวกจาก “ยุโรปตะวันออก” โดยเฉพาะโปแลนด์ที่เติบโตโดดเด่นจนต้องเร่งทำตลาดเชิงรุก ควบคู่กับลูกค้าจากเอเชียกลาง เช่น คาซัคสถาน และทาจิกิสถาน ที่เริ่มเข้ามาเติมดีมานด์ใหม่
อารีย์-ลาดพร้าว ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวสายคุ้มค่า
ทั้งนี้ พฤติกรรมผู้เข้าพักเปลี่ยนทิศอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมกระจุกตัว “ใจกลางเมือง” หันไปพักกรุงเทพฯ โซนเหนือ แทนไม่ว่าจะเป็นอารีย์ ลาดพร้าว รัชโยธิน และสะพานควาย กลุ่มนี้เป็นนักเดินทางสาย Budget Traveller ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า เดินทางด้วยระบบรางเป็นหลัก เชื่อมต่อบางซื่อเพื่อไปเชียงใหม่
หรือใช้สายการบินต้นทุนต่ำที่ดอนเมือง ระยะเข้าพักเฉลี่ย 3-5 คืน และนิยมใช้โรงแรมเป็น “ฐาน” ฝากสัมภาระ ก่อนออกทริปต่างจังหวัดแล้วกลับมาพักซ้ำ สะท้อนโอกาสสร้างรายได้ของโรงแรมเดอะ ควอเตอร์ในเครือ UHG
สงครามกดดีมานด์เร่งหั่นราคา 10-20%
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายนอกเริ่มกดดันตลาด โดยเฉพาะสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลต่อความเชื่อมั่นนักเดินทาง ในฐานะผู้ประกอบการจึงต้องใช้กลยุทธ์ “ลดราคา” มากขึ้นถึง 10-20% สูงกว่าปีก่อนในช่วงเดียวกัน แม้จะมีการเลื่อนเข้าพัก แต่การยกเลิกยังไม่สูงมาก เนื่องจากพฤติกรรมลูกค้าปัจจุบันนิยมจองแบบกระชั้นชิด (Last Minute)
อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือการพึ่งพาแพลตฟอร์ม OTA (Online Travel Agency) ทั้งรายใหญ่และผู้เล่นใหม่ โดยยอมเพิ่มค่าคอมมิชชั่นเพื่อแลกกับการโปรโมตและการเข้าถึงลูกค้าโมเดลดังกล่าวช่วยกระตุ้นยอดจองในระยะสั้น แต่ก็เป็นดาบสองคมที่เพิ่มภาระต้นทุนในระยะยาว
สำหรับ โครงสร้างลูกค้าของ UHG เป็นชาวต่างชาติถึง 65% โดยมีแรงหนุนจากอีเวนต์และคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ในไทยแต่ละสัญชาติมีพฤติกรรมเฉพาะตัว เช่น กลุ่มอาหรับนิยมจองหลายห้องและต้องอยู่ติดกัน กลุ่มจีนมีสัญญาณฟื้น แต่ต้องคุมความเสี่ยงลูกค้าคุณภาพต่ำ กลุ่มอินเดียเน้นความคุ้มค่าและมักขอสิทธิประโยชน์เพิ่ม การเข้าใจ “ดีมานด์เชิงวัฒนธรรม” จึงเป็นกุญแจสำคัญต่อคะแนนรีวิวและความพึงพอใจ





