‘ดี-แลนด์’ รีเซ็ตกลยุทธ์จากขายบ้าน ‘ขายวิถีชีวิต’ชู เวลเนส เจาะเจ้าของกิจการ-แพทย์ ยกระดับยกระดับที่อยู่อาศัยไปสู่ Holistic Wellbeing
ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2569 ยังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งข้อจำกัดการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน และภาวะเศรษฐกิจโลกที่เปราะบางจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ ทว่า “ดีมานด์” ที่อยู่อาศัยไม่ได้หายไป เพียงแต่ “เปลี่ยนรูปแบบ” เพราะผู้ซื้อยุคใหม่ที่ไม่ได้มองหาแค่ที่อยู่อาศัย แต่ต้องการ “คุณภาพชีวิต” ที่ดีขึ้น
สุเทพ ปัญญาสาคร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดี-แลนด์ กรุ๊ป จำกัด สะท้อนภาพชัดว่า ผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มกำลังซื้อสูง ไม่ได้ตัดสินใจจาก “ราคา” หรือ “ทำเล” เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ให้ความสำคัญกับ “สุขภาวะ” และ “คุณภาพชีวิต” มากขึ้น นี่จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ผู้พัฒนาโครงการต้อง “รีเซ็ตแนวคิด” จากการขายบ้าน สู่การขาย “วิถีชีวิต”
ภายใต้บริบทดังกล่าว ดี-แลนด์ เปิดตัวโครงการ “เอสเซนเทีย พระราม 2” บ้านเดี่ยวระดับพรีเมียม มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท บนพื้นที่ 43 ไร่ จำนวน 107 ยูนิต ราคา 10-25 ล้านบาท จากเดิมที่จะพัฒนาโครงการ 230 ยูนิต เพราะจุดขายหลักไม่ได้อยู่ที่ขนาดบ้านหรือความหรูหรา แต่คือแนวคิด “The Essence of Life” ที่ยกระดับไปสู่ Holistic Wellbeing
สุเทพ ระบุว่า โครงการจัดสรรพื้นที่สีเขียวมากถึง 52% หรือกว่า 11 ไร่ สะท้อนการออกแบบที่ให้ “ธรรมชาติ” เป็นหัวใจ พร้อมติดตั้งระบบ ERV (Energy Recovery Ventilator) ที่ติดตั้งในทุกหลัง ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนอากาศภายในและภายนอกบ้านอย่างต่อเนื่อง เติมออกซิเจนบริสุทธิ์, กรองฝุ่น PM2.5, ลด CO2, กลิ่นอับ และความชื้น ป้องกันเชื้อราโดยไม่ต้องเปิดหน้าต่างระบาย ช่วยประหยัดค่าไฟในระยะยาวในทุกยูนิต เพื่อยกระดับคุณภาพอากาศภายในบ้าน
ทั้งนี้เพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมายคือ เจ้าของธุรกิจ แพทย์และครอบครัวรายได้สูงที่มองหาคุณภาพชีวิตระยะยาว ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบเศรษฐกิจค่อนข้างจำกัด และยังมีกำลังซื้อ
พระราม 2 จากทางผ่าน สู่ Growth Corridor ใหม่
อีกหนึ่งเดิมพันสำคัญคือ “ทำเล” พระราม 2 กำลังเปลี่ยนสถานะจาก “เส้นทางสัญจร” สู่ “โซนอยู่อาศัยศักยภาพสูง” หรือ Growth Corridor ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯปัจจัยหนุนสำคัญ ได้แก่ โครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 82,รถไฟฟ้าสายสีม่วงส่วนต่อขยาย,รถไฟสายสีแดง มหาชัย-วงเวียนใหญ่ รวมถึงการเติบโตของสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น โรงพยาบาลเอกชน ศูนย์การค้า และโครงสร้างพื้นฐานใหม่
ส่งผลให้ “ราคาที่ดิน” ปรับขึ้นต่อเนื่อง จากระดับ 45,000-90,000 บาทต่อตารางวา ในอดีต สู่ระดับเฉลี่ย 140,000 บาทต่อตารางวา ในปัจจุบัน ขณะเดียวกัน ช่องว่างราคาบ้านระหว่าง “ใจกลางเมือง” กับ “รอบนอก” ที่ต่างกัน 1-5 ล้านบาท แต่ใช้เวลาเดินทางใกล้เคียง กลายเป็นแรงผลักให้ผู้ซื้อย้ายออกสู่ชานเมืองมากขึ้น
เจาะเทรนด์ Wellbeing 4 มิติ
อินไซต์สำคัญของผู้บริโภคที่ “ดี-แลนด์” หยิบมาใช้ คือแนวคิด Wellbeing 4 มิติ ได้แก่ Physical คือการออกแบบเพื่อสุขภาพ เช่น Universal Design, Mental พื้นที่ส่วนตัวสำหรับพักใจ, Social การสร้างปฏิสัมพันธ์ในครอบครัวและเพื่อนบ้าน, Spiritual การเชื่อมโยงกับธรรมชาติ
ทั้งหมดถูกถ่ายทอดผ่านการออกแบบโครงการ ตั้งแต่ตัวบ้านไปจนถึงผังชุมชน ไฮไลต์สำคัญ เช่น มีสวนหลังบ้านทุกยูนิต มีทางเดินเชื่อมพื้นที่สีเขียว เว้นระยะบ้านเพื่อความเป็นส่วนตัวและพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่กว่า 11 ไร่ ซึ่งแนวคิดนี้สอดรับกับเมกะเทรนด์โลกอย่าง Longevity Living หรือการใช้ชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ
โครงการดึงทีมออกแบบระดับประเทศมาร่วมพัฒนา โดยเน้น “Landscape Design for Wellbeing” จุดเด่นอยู่ที่การออกแบบที่ตอบโจทย์ทั้ง การอยู่อาศัยจริงความสัมพันธ์ในครอบครัว ความเป็นส่วนตัวและความเป็นชุมชนหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญ คือ การไม่มี “กำแพงหลังบ้านร่วม” แต่ใช้พื้นที่เปิดเชื่อมต่อธรรมชาติแทน ซึ่งช่วยลดความอึดอัดและเพิ่มคุณภาพชีวิตพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบ เช่น คลับเฮ้าส์วิวทะเลสาบ สระว่ายน้ำ 25 เมตร ลู่วิ่งรอบโครงการ 1.5 กม. พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่
ลูกค้าตัดสินใจซื้อช้า แต่ ซื้อจริง
แม้ตลาดที่อยู่อาศัยชะลอตัว แต่พฤติกรรมผู้ซื้อระดับบนยังคง “เลือกมากขึ้น” ลูกค้ากลุ่มนี้ใช้เวลาเข้าชมโครงการเฉลี่ย 3-4 ครั้ง ก่อนตัดสินใจ แต่มีแนวโน้มซื้อจริงสูง “ดี-แลนด์” คาดว่าโครงการจะปิดการขายได้ราว 40% ภายในปีนี้ ถือว่าสอดคล้องกับภาวะตลาด
ในเชิงกลยุทธ์ ดี-แลนด์ ยังเดินหน้าขยายพอร์ตต่อเนื่องปลายปีเตรียมเปิด คอนโดโลว์ไรส์ 8 ชั้น ที่ศรีราชา มูลค่า 300 ล้านบาท ตามแผนในปีนี้ เปิด 2 โครงการ มูลค่ารวม 2,500 ล้านบาท สะท้อนการเดินเกมเชิงรุกในช่วงที่ตลาดยังไม่ฟื้นเต็มที่ ส่วนเป้ารายได้ตั้งไว้ 1,300 ล้านบาท จากโครงการหลากหลายทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโด
กรณีของ “ดี-แลนด์” สะท้อนภาพชัดว่า เกมอสังหาริมทรัพย์กำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านราคาและทำเลสู่การแข่งขันด้าน “คุณภาพชีวิต” ผู้พัฒนาไม่ได้เป็นแค่ “คนสร้างบ้าน” อีกต่อไปแต่กำลังก้าวสู่การเป็น “ผู้ออกแบบชีวิต” (Life Designer)และในเกมใหม่นี้ คนที่เข้าใจ “ความต้องการเชิงลึก” ของผู้บริโภคได้ก่อนย่อมเป็นผู้กำหนดทิศทางตลาดในระยะยาว





