บิ๊กอสังหาฯแห่กันเปิดตัวบ้านหรูตอบโจทย์ Young Successor ต้องการบ้านระดับราคา 10–30 ล้าน ก่อนปรับราคาขึ้นหากสงครามยืดเยื้อตามต้นทุนก่อสร้างและเงินเฟ้อ
สุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัย คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย ระบุว่า ตลาดบ้านหรูยังเป็น “เซกเมนต์ไม่ตาย” เพราะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมีฐานะทางการเงินมั่นคง มีรายได้สูง และพร้อมจับจ่ายแม้ในภาวะเศรษฐกิจผันผวนในเชิงโครงสร้าง พบว่าบ้านแนวราบครองสัดส่วน 75–80% ของตลาดระดับราคา 10–30 ล้านบาท ขณะที่คอนโดมิเนียมระดับราคานี้มีจำนวนจำกัด ส่งผลให้ผู้ประกอบการเน้นพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวเพื่อเข้าถึงฐานลูกค้ากลุ่มนี้
"กลยุทธ์สำคัญคือการสร้างความแตกต่างทั้งในเรื่องดีไซน์ การวางผัง และการให้บริการหลังการขาย เช่น ระบบรักษาความปลอดภัย LIV-24 หรือบรรยากาศสังคมคุณภาพภายในโครงการ ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ให้ผู้ซื้อ"
แม้ตลาดรวมในไตรมาส 1 ปี 2569 จะชะลอตัว โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่ยอดโอนกรรมสิทธิ์ปี 2568 ลดลง 13.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่บ้านหรูราคา 10–30 ล้านบาทยังคงมีอัตราโอนลดลงน้อยกว่าเซกเมนต์อื่น สะท้อนกำลังซื้อกลุ่มบนยังแข็งแรงและพร้อมลงทุน แม้ว่าผู้บริโภครุ่นทั่วไปจะชะลอการตัดสินใจ
ศึก 4 ยักษ์ใหญ่แสนสิริ–แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์–SC–เอพี
ผู้เล่นหลักในตลาดบ้านราคา 10–30 ล้านบาท ได้แก่ แสนสิริ ภายใต้แบรนด์เศรษฐสิริ–บุราสิริ เน้นดีไซน์ตอบโจทย์ลูกค้า พร้อมบริการหลังการขายและความปลอดภัยเป็นจุดขาย ขณะที่แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เป็นแบรนด์ชัยพฤกษ์–มัณฑนา–สีวลี เน้นคุณภาพและความเชื่อมั่น พร้อมปรับดีไซน์ตามยุคสมัย เอสซี ฯ ชูแบรนด์บางกอก บูเลอวาร์ด–บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ ราคาเริ่มต้น 10–35 ล้านบาทและเอพี จะเป็นแบรนด์เดอะซิตี้–เซนโทร กระจายทำเลทั่วกรุงเทพฯ–ปริมณฑล วางผังบ้านและพื้นที่ใช้สอยอย่างลงตัว นอกจากนี้มีศุภาลัย และ พฤกษา
Young Successor กำลังซื้อใหม่
ผู้ซื้อกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่เป็นคนไทยอายุไม่เกิน 45 ปี มีรายได้มั่นคง เป็นเจ้าของกิจการหรือผู้บริหารระดับสูง กลุ่ม Young Successor เน้นการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงและคุณภาพชีวิต (Real Demand)
ปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อ ได้แก่
- ความคุ้มค่าของพื้นที่ใช้สอยต่อราคา
- ทำเลที่ตั้งสะดวกต่อการเดินทางและระบบขนส่งสาธารณะ
- ใกล้สถานศึกษาและสิ่งอำนวยความสะดวกและคุณภาพงาน
- ก่อสร้างและสภาพแวดล้อมทางสังคม อย่างไรก็ตาม ผู้ซื้อกลุ่มนี้แม้มีศักยภาพสูง แต่ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว มักใช้เวลาเปรียบเทียบและต่อรองเงื่อนไขสูง
ราคาบ้าน vs ต้นทุนก่อสร้าง
แม้ราคาวัสดุก่อสร้างปรับตัวขึ้น 5–10% และมีแรงกดดันจากเงินเฟ้อ ราคาบ้านระดับ 10–30 ล้านบาทส่วนใหญ่ยังคงราคาต้นทุนเดิม หากสงครามและต้นทุนยืดเยื้อ ราคาขายอาจปรับขึ้นนี่จึงเป็นช่วงโอกาสทองสำหรับผู้ซื้อ Real Demand ที่ต้องการถือครองอสังหาฯ คุณภาพสูง พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มในอนาคต
เพราะทำเลศักยภาพทั้งกรุงเทพฯ–ปริมณฑล ราคาที่ดินยังขยับขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับมาตรการสินเชื่อ LTV 100% จะสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 2569 การซื้อบ้านก่อนหมดมาตรการช่วยล็อกต้นทุนบ้านและดอกเบี้ยต่ำที่สุด ลดภาระเงินดาวน์ และเพิ่มสภาพคล่องผู้ซื้อบ้านในเซกเมนต์นี้สามารถได้สินทรัพย์ที่สะท้อนความมั่งคั่งและคุณภาพชีวิตสูงสุด พร้อมผลตอบแทนจากมูลค่าที่ดินและอสังหาฯ ในระยะยาว
บ้านหรู 10–30 ล้านยังเป็นเซกเมนต์ไม่ตาย
แม้ตลาดรวมชะลอตัว บ้านแนวราบราคา 10–30 ล้านบาทยังเติบโตได้ เพราะกำลังซื้อกลุ่มบนแข็งแรง กลยุทธ์สร้างความแตกต่างของผู้ประกอบการ 4 รายหลัก และโอกาสใช้ประโยชน์จากมาตรการ LTV ดอกเบี้ยต่ำ ทำให้บ้านหรูในช่วงนี้เป็นสินทรัพย์ที่ลงทุนเพื่อชีวิตและมรดกได้อย่างคุ้มค่า
ตลาดบ้านหรูไทยยังเป็นสนามแข่งขันของผู้ประกอบการยักษ์ใหญ่เพื่อชิง Young Successor ก่อนอัตราดอกเบี้ยปรับสูงขึ้นและต้นทุนก่อสร้างพุ่งแรง ผู้ซื้อที่ตัดสินใจก่อนถือว่าคุ้มค่าทั้งด้านราคา คุณภาพ และโอกาสสร้างมูลค่าในอนาคต





