“ศุภาลัย” ชี้สงครามดันต้นทุนพุ่ง เขย่าราคาบ้านคาดระยะสั้น ระบุหากยืดเยื้อจำเป็นต้องปรับราคาบ้าน4-5% ลุ้นหลังสงกรานต์ชี้ชะตาสงครามยุติ
แรงกระเพื่อมจากสงครามตะวันออกกลางเริ่มลามถึงอสังหาริมทรัพย์ ต้นทุนก่อสร้างขยับตามราคาน้ำมัน กดดันผู้ประกอบการส่งสัญญาณ “ขึ้นราคา” บ้านในระยะถัดไป ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
สถานการณ์สงครามที่ยืดเยื้อเกินหนึ่งเดือน ยังไร้สัญญาณคลี่คลาย กำลังสร้างแรงกดดันต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะ “ราคาบ้าน” ที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นตามต้นทุนการก่อสร้าง ทั้งค่าขนส่งและราคาวัสดุที่ผันผวนตามราคาน้ำมันในตลาดโลก
ประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) มองว่า แม้ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นจะดันราคาสินค้าโดยรวม แต่ผลกระทบอาจเป็นเพียงระยะสั้น เนื่องจากสงครามมักจบลงด้วยความสูญเสียของทุกฝ่าย และไม่มีผู้ชนะที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม ในช่วงรอยต่อ ผู้รับเหมาก่อสร้างเริ่มแบกรับภาระต้นทุนเพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการพยายามประคองสถานการณ์ ผ่านการจ่ายเงินตรงเวลา และช่วยจัดหาวัสดุก่อสร้างเพื่อลดแรงกดดันในระบบ
ไตรมาสแรกยังสดใส ก่อนสงครามปะทุ
ย้อนดูภาพรวมตลาดก่อนเกิดสงคราม ช่วง 2 เดือนแรกของปี ทิศทางถือว่าฟื้นตัวดี จากแรงหนุนดอกเบี้ยขาลง ช่วยลดภาระผู้ซื้อบ้านและกระตุ้นกำลังซื้อแต่แรงกระแทกจากสงครามที่เกิดขึ้นในระยะเวลาเพียง 1 เดือน เริ่มส่งสัญญาณเปลี่ยนทิศ หากสถานการณ์คลี่คลายเร็ว ผลกระทบอาจจำกัดอยู่เพียง 1-2 เดือนเท่านั้น
"ปัจจัยชี้ขาดอยู่ที่ระยะเวลาของความขัดแย้ง หากยืดเยื้อ ต้นทุนมีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่อง ผู้ประกอบการจำเป็นต้องทยอยปรับราคาบ้านให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงโดยประเมินว่า ราคาบ้านมีโอกาสขยับขึ้นเฉลี่ย 4-5% "
เดินหน้าเปิดโครงการใหม่ สวนแรงกดดัน
อย่างไรก็ตามแม้เผชิญปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน แต่แผนธุรกิจยังเดินหน้าต่อเนื่อง โดยบริษัทเตรียมเปิดโครงการใหม่เพิ่มอีก 5 โครงการ จากเดิม 28 โครงการ รวมเป็น 33 โครงการ ครอบคลุมทั้งบ้านแนวราบและคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัดการเร่งขยายโครงการสะท้อนความเชื่อมั่นต่อการเติบโตระยะยาว





